ธีรัจชัย ชี้ปมขัดแย้งตำรวจ ขอปฏิรูปโครงสร้าง-เปิดพื้นที่ประชาชนมีส่วนร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากกรณีการตรวจค้นบ้านผู้บังคับบัญชาและเหตุการณ์กำนันน้ำส้ม พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบโครงสร้างองค์กรและเส้นทางการเงินอย่างเข้มงวดโดยกลไกภายนอก รวมถึงเสนอแนวทางปฏิรูปองค์กรโดยการปรับที่มาของคณะกรรมการตำรวจให้มีความหลากหลายและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อลดการผูกขาดและเพิ่มความโปร่งใสในการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง ขออนุญาตอภิปรายญัตติเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้งภายในสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ ในกรณีนี้จะไม่พูดถึงความขัดแย้งสำคัญในขณะนี้ไม่ได้ นั่นก็คือกรณีตำรวจตัดตำรวจ ซึ่งมันเชื่อมโยงถึงโครงสร้างตำรวจที่พิกลพิการในขณะนี้ เรามาดูว่าเป็นอย่างไร มันเชื่อมโยงอย่างไร กรณีตำรวจตัดตำรวจที่สืบเนื่องจากเช้าวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ ได้เกิดเหตุการณ์ตำรวจจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศนำชุด PCT 4 ได้ประสานเข้ากับตำรวจ บช.สอท. และหน่วยงานปฏิบัติการพิเศษ บช.ภ. ขอหมายเข้าตรวจค้นบ้าน Big ตำรวจใหญ่ชื่อย่อว่า จ ย่านถนนวิภาวดี ข้อกล่าวหามัน เชื่อมโยงกับการพนัน Online และมีออกหมายจับกุมบุคคล ๒๓ ราย เป็นตำรวจลูกน้อง Big จ ๓ ราย ปรากฏเป็นข่าว ภายหลังมีข้อมูลเพิ่มเติมปรากฏตามสื่อโดยทั่วไปว่าหลักฐาน ที่นำเข้าสู่การตรวจค้น และออกหมายจับดังกล่าวจากเส้นทางการเงินที่ ม ผู้ต้องหา Website พนัน Online ได้โอนผ่านบัญชีม้ามายังลูกน้องของ Big จ และเป็นค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาลของคุณแม่ Big จ ท่านประธานครับ เหตุการณ์นี้สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า เกิดเหตุการณ์ตำรวจมาตรวจค้นผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตัวเองแบบนี้มันน่าจะมีอะไร ที่สลับซับซ้อนกว่าที่ปรากฏหรือไม่ เอาล่ะต่อไปนะครับ สังคมได้พุ่งเป้าไปยังเหตุการณ์ กำนัน น ในคืนวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๖ ที่มีเหตุการณ์ยิงสารวัตร ศ สถานีตำรวจทางหลวง ๑ กก. ๒ บก.ทล. จนเสียชีวิตในงานเลี้ยงที่บ้านกำนัน น เนื่องด้วยความไม่พอใจที่สารวัตร ศ ปฏิเสธบางเรื่อง หรืออาจจะข้อเสนอช่วยเหลือของกำนันท่านนั้นให้เป็นตำรวจตามที่ตัวเอง ต้องการ นี่เป็นคำถามที่กำลังสืบหาความจริงอยู่ ถัดมาท่านประธานครับ สังคมภายหลัง ปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมว่ากำนัน น มีการจัดเลี้ยงเป็นประจำทุกเดือน และมีข้าราชการมาร่วม งานสังสรรค์เป็นประจำ จนมีข้อสงสัยกันว่าถ้าไม่มีประโยชน์อะไรข้าราชการและตำรวจนั้น จะมาทำไม ต่อมานะครับ ผู้กำกับ บ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของสารวัตร ศ และเป็นคนโทรศัพท์เรียก สารวัตร ศ มาในงานเลี้ยงก็ยิงตัวตาย เรื่องใหญ่นะครับ สาเหตุน่าจะมาจากความเครียด และต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าผู้กำกับ บ อุ้มสารวัตร ศ พาไปโรงพยาบาล ในวงการตำรวจเขาทราบกันดีว่ากลุ่มตำรวจทางหลวงที่มาในเหตุการณ์ ครั้งนี้เป็นลูกน้องของ Big ตำรวจอีกท่านหนึ่ง ซึ่งกำลังจะเป็นใหญ่ในขณะนี้ กรณีดังกล่าว ในช่วงแรก Big จ เป็นผู้กำกับดูแลคดีได้มีการสืบสวนสอบสวน และได้แถลงข่าว ความคืบหน้าต่อสื่อมวลชนตลอดเวลา และยิ่งมีการสืบสวนก็อาจทำให้คิดได้ว่าข้าราชการ ตำรวจสาย Big ใหญ่อีกท่านหนึ่งนั้นมีมลทิน และอาจจะลามถึงตำแหน่ง ผบ.ตร. ของ Big ท่านนั้นหรือไม่ด้วยก็ได้ นี่คือข้อเท็จจริง จากนั้นเหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร ผบ.ตร. ลงนาม ย้ายความรับผิดชอบคดีอยู่ภายใต้กองบัญชาการสอบสวนกลาง ส่งผลให้ Big จ ไม่ได้ รับผิดชอบคดีนี้อีกต่อไป สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์กันว่ากรณีค้นบ้าน Big จ อาจมาจาก ความขัดแย้งในการแย่งตำแหน่ง ผบ.ตร. ใช่หรือไม่ นี่คือประเด็น ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้ หากพิจารณาเพียงผิวเผินก็อาจคิดว่าความเป็นเรื่องราวระหว่างบุคคล แต่แท้จริงแล้ว เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นองค์กรที่มีอำนาจสูง ให้คุณ ให้โทษกับคนได้ถึงระดับติดคุกติดตะราง หรือยึดทรัพย์สินหากข้อมูลมีฐานความผิด และกลไกในการตรวจสอบตำรวจนั้นไม่เข้มแข็ง เรียกได้ว่าอ่อนแอง่อยเปลี้ยเสียขาเลยก็ได้ ทั้ง ๒ ประเด็นนี้ ทั้งกรณีกำนัน น และกรณีค้นบ้าน Big จ นำมาสู่คำถามว่าเราอยากให้ ตำรวจไทยปฏิบัติกันแบบนี้หรือ คือมีข้อสงสัยตลอดเวลาว่าคบหากับผู้กระทำผิดเพื่อเอาเงิน มาทำงาน หรือเอามาวิ่งเต้นตำแหน่งให้สูงขึ้นหรือไม่ นี่คือคำถามที่ประชาชนตั้งคำถามในใจ ตลอดเวลา Big จ ยังได้กล่าวถึงว่าผมไม่เอาคืนหรอกครับ แต่ข้อมูลที่ผมมีอยู่มากแล้วกัน ผมเปิดเผยเมื่อไรตายหมด ตัวผมเองอยากให้ท่านเปิดเผยจะได้รู้ว่าที่ตายหมดนี่ใครตายบ้าง แบบนี้แสดงว่าอย่างไร แสดงว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเงินสีเทาจากผู้กระทำผิด ในลักษณะเดียวกันอย่างที่ประชาชนสงสัยใช่หรือไม่ นี่คือคำถามที่จะต้องตอบให้ได้ นายกรัฐมนตรีต้องไปหาให้ได้ ถึงเวลาแล้วหรือยังครับท่านประธานที่สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติจะต้องถูกตรวจสอบโดยกลไกภายนอกเชิงรุก คือต้องมีการตรวจสอบ ความร่ำรวย และเส้นทางการเงินของข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการทุจริต คือตำแหน่งที่ให้คุณให้โทษได้ เช่น ตำแหน่งในสถานีตำรวจ ตำแหน่งในกองบัญชาการ สอบสวนกลาง หรือในสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และรวมถึงการสอบสวน ที่ข้าราชการตำรวจน่าสงสัยว่าอาจมีทุจริตด้วย กลไกภายนอกที่ปฏิบัติการเช่นนี้ได้ เช่นผู้ตรวจการตำรวจภายใต้กำกับดูแลของรัฐสภา พรรคก้าวไกลได้เสนอโครงการนี้ แต่ไม่สามารถเอาชนะได้ในการร่าง พ.ร.บ. ตำรวจที่ผ่านมา สุดท้ายคือเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ครับ ที่มีการแก่งแย่งชิงดีเพราะอะไร ก็เพราะว่า ผบ.ตร. เป็นศูนย์รวมอำนาจไว้ที่คนเดียวในสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ การปฏิรูปตำรวจคือการกระจายอำนาจออกไปให้ได้มาก ให้ท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการแต่งตั้งในระดับอื่น เพื่อให้มีความอยากในการดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ลดน้อยลงไป นี่คือจุดสำคัญในการแจ้งนะครับ

และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือว่า ที่มาของคณะกรรมการ ข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. ควรมีการออกแบบให้สะท้อนความต้องการของประชาชน และมาจากความหลากหลายอาชีพนอกจากตำรวจ เนื่องจาก ก.ตร. เป็นผู้โหวตเลือก ผบ.ตร. ถ้าเป็นแบบนี้กรณีที่จะเล่นเกมกันภายใน ก.ตร. นั้นจะน้อยลง ความขัดแย้งที่เกิดตำรวจ ตัดตำรวจนั้นจะไม่เกิดขึ้น และที่สำคัญคือที่มาของ ก.ตร. เช่น เปิดให้มีการสมัคร อย่างเปิดเผยผ่านกระบวนการคัดสรรจนเหลือจำนวนผู้สมัครจำนวนหนึ่ง แล้วให้ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ซึ่งมาจากประชาชนนำเสนอผู้ดำรงตำแหน่งในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และอีก ส่วนหนึ่งเลือกโดยข้าราชการตำรวจก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการเลือกผู้นำขององค์กรตำรวจเขา ได้ดี เรื่องนี้ขอเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านกล้าหาญและจริงใจที่จะปฏิรูปตำรวจ จริง ๆ เอาหลักการเหล่านี้ไปปฏิรูปกับตำรวจ ร่าง พ.ร.บ. ตำรวจใหม่ เสนอนโยบายตำรวจ กระจายอำนาจตำรวจ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความขัดแย้งในวงการตำรวจ ตำรวจ ตัดตำรวจ แล้วก็การที่ได้มีการตรวจสอบโดยองค์กรภายนอกจะทำให้วงการตำรวจนั้น มีคุณธรรมขึ้น และตำรวจที่สุจริตนั้นจะสามารถเติบโตเป็น ผบ.ตร. ได้ครับ