ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อภิปรายปมแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่อ้างเกณฑ์อาวุโสเพียงร้อยละ 50 พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ความเหมาะสม และการใช้ 'ตั๋วช้าง' ในการเลื่อนตำแหน่ง รวมถึงการโยกย้ายตำรวจออกนอกสายงานจนเกิดความไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งอย่างเปิดเผย
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอร่วมอภิปรายญัตติว่าด้วย ความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนอื่นผมขอกล่าวขอบคุณไปยังผู้เสนอญัตติ ทางพรรคเพื่อไทยด้วยที่ได้มีโอกาสเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้ในที่สุดวันนี้แทนที่จะมีการตอบ กระทู้อย่างเดียวเรายังได้ข้อมูล ข้อคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก ประกอบการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีในการปฏิรูปตำรวจหลังจากนี้เป็นต้นไป ก็หวัง ว่าความเห็นในญัตตินี้จะได้รับการประกอบในการพิจารณาการปฏิรูปตำรวจให้ปัญหาที่ สะสมคั่งค้างมาอย่างยาวนานได้แก้ปัญหาสักทีในการขึ้นดำรงตำแหน่งครั้งนี้ ท่านประธาน ครับ เรื่องที่ผมจะอภิปรายวันนี้เป็นเรื่องว่าด้วยการตั้ง ผบ.ตร. เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อ วานนี้เลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปนั่งเป็นหัวโต๊ะประธาน ก.ตร. และงานนี้ก็คืองานเพื่อ ตั้ง ผบ.ตร. ท่านที่ตอนนี้กำลังรอการโปรดเกล้าฯ อยู่นี่เอง แต่ท่านประธานครับ เรื่องนี้เมื่อมี การลงนามแต่งตั้งเมื่อไรเรื่องนี้ก็มีคำถามจากประชาชนอื้ออึงขึ้นมาทันทีว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ท่านนี้เป็นไปโดยอ้างจากหลักเกณฑ์ใด อิงจากระบบอะไรกันแน่ เพราะเราก็รู้กันอยู่ ว่าการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ตามระเบียบใหม่ต้องใช้ระเบียบที่อ้างอิงอาวุโส ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานครับ ท่านว่าที่ ผบ.ตร. คนล่าสุดนี้ถ้าเทียบเอาตามระยะเวลาการดำรง ตำแหน่งโดยระบบอาวุโสแล้วพูดกันตรง ๆ ตั้งแต่การเป็นผู้กำกับจนถึงรอง ผบ.ตร. ขั้นต่ำ ๆ ใช้เวลา ๑๙ ปีได้เลย แต่ว่าเราลองมาดูกันว่าท่านบอกท่านว่าที่ ผบ.ตร. ท่านนี้ใช้เวลา ไปเท่าไร ใช้ไป ๖ ปี เรียกว่าลำดับอาวุโสน้อยที่สุดใน Candidate ทุกท่าน แล้วคำถามก็เลย ตามมาในหมู่พี่น้องประชาชนว่าในเมื่อระบบที่ควรจะเป็นลำดับสูงที่สุดในการคิดคำนวณ คือระดับอาวุโสที่ใช้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยังถูกละเลยได้ขนาดนี้หรือว่ามันต้องมีกำลังภายใน รูปแบบอื่นที่จะใช้เพื่อการขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของวงการตำรวจอย่าง ผบ.ตร. กันแน่ ในสมัยสภาที่ผ่านมามีการอภิปรายในสภาครั้งนี้อย่างกว้างขวางไปแล้วว่ามันมีระบบตั๋วที่ใช้ เพื่อขึ้นไปสู่ตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ซึ่งเท่าที่ดูท่านที่ขึ้นมาถึงตรงนี้เร็วมากนะครับ ลือกันว่าใช้ ตั๋วช้าง ก็ไม่รู้ว่ามันช้างจริง ช้างไม่จริง แต่ก็ไม่มีการตอบหรือชี้แจงมาแต่อย่างใด ผมก็คาดหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะหยิบเอาเรื่องตั๋วช้างมาเป็นตัวพิจารณาว่ามีการใช้อะไร เป็นพิเศษในการเลื่อนขั้นหรือเปล่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคยดูลองเปิดดูนะครับ Twitter ท่านก็เล่น Hashtag ตั๋วช้างน่าจะดังพอสมควร อย่างไรลองเปิดดูหน่อยก็ดีจะได้รู้ว่ามันเกิด อะไรขึ้นในนั้นบ้าง แต่ถ้าเกิดท่านยังไม่เปิดไหน ๆ วันนี้มีโอกาสพูดผมขอพูดไว้ในสภาแห่งนี้ ด้วยเลยแล้วกันว่า ตั๋วช้างครั้งนั้นเกิดขึ้นในการเลื่อนตำแหน่งของตำรวจจำนวนมาก รวมถึง หนึ่งในนั้นก็มีท่านว่าที่ ผบ.ตร. เหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นถ้าพูดถึงวีรกรรมอื่น ๆ ที่ท่านเคยก่อไว้ในสมัยดำรงตำแหน่งอื่น ๆ จริง ๆ มีอยู่มากมายที่เป็นการอภิปรายในสภา แห่งนี้เช่นกัน ท่านว่าที่ ผบ.ตร. ท่านนี้เคยมีส่วนเกี่ยวข้องในการมีความพยายามโยกย้าย เอาตำรวจจำนวนมาก ออกจาก สตช. เอาไปเป็นตำรวจราบ ตำรวจราบนี่คือออกไปอยู่ นอก สตช. เลยนะครับ หลุดจากวงจรของการดำรงตำแหน่งปกติ แล้วก็ไปขึ้นตรงกับอีก หน่วยงานหนึ่ง แล้วตำรวจจำนวนมากเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะโดนย้ายออกนอกสายการเติบโต ตามหน้าที่การงานเขาก็มีความไม่สบายใจที่จะย้ายไปดำรงตำแหน่งอยู่เป็นตำรวจราบ ผลที่ตามมาคือก็เกิดการโอนย้ายตำรวจเหล่านี้ไปซ่อม เอาไปซ่อมไว้ที่จังหวัดหนึ่งไปเข้าค่าย อยู่กันนาน ๆ เลยไปฝึกนั่น ฝึกโน่น ฝึกนี่ โดยที่ตำรวจเหล่านั้นบางคนทนไม่ไหวก็ลาออกจาก ราชการ นี่ละครับวีรกรรมของว่าที่ ผบ.ตร. ท่านที่กำลังจะขึ้นดำรงตำแหน่งโดยการแต่งตั้ง ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องตำรวจไทยทั้งประเทศรอว่าเมื่อไรระบบตั๋ว ระบบเส้นสาย ถึงจะหมดไปจากวงการตำรวจสักที คนที่ทำงานอย่างตั้งใจ ขยันขันแข็ง อยากจะเป็นตำรวจ ที่ดีของพี่น้องประชาชนจะได้มีหลักเกณฑ์สักหลักเกณฑ์ที่เขาจะได้ใช้เพื่อการทำหน้าที่ และเติบโตไปตามฐานะอันควรของเขา สุดท้ายเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ระบบเดิมก็ดำเนินต่อทันทีตั้งแต่ครั้งแรกของการเป็นประธาน ก.ตร. ของนายกรัฐมนตรี คนนี้ ท่านประธานครับ พี่น้องตำรวจเหล่านี้เขาก็อยากจะได้ฟังคำตอบถึงสิ่งที่เรียกว่า ความเหมาะสมในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนนี้ เขาไม่มีสิทธิได้ฟัง พวกเราก็ไม่มีสิทธิได้ฟัง ประชาชนก็ไม่มีสิทธิได้ฟังว่าคนที่มาเป็นคนนำตำรวจทั้งประเทศ ณ ขณะนี้ขึ้นมา ด้วยความเหมาะสมแบบใด ขึ้นมาทำหน้าที่ตรงนี้ด้วยตั๋วแบบใด ผมอยากจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับฟังจริง ๆ เรื่องนี้ จริง ๆ สส. รังสิมันต์ โรม ได้พูดไปแล้วว่าระบบตั๋ว มีอยู่ต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีในวันอภิปรายนโยบายเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมก็ไม่คิดว่า ท่านจะลืมง่ายขนาดนี้ว่าท่านได้ยินได้ฟังอะไรบ้าง ไหนท่านว่าเสียงเห็นต่างคือเสียงประเสริฐ ที่ต้องรับฟัง ถึงเวลาท่านฟังจริงไหม ท่านได้ยินจริงไหม ตอนนี้คำถามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านการบริหารจัดการของท่าน โดยเฉพาะเรื่องของตำรวจที่เพิ่งได้ทำหน้าที่ไปเสร็จเรียบร้อย อีก ๑ อย่าง ผมจึงขอฝากทิ้งท้ายไว้ผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ที่นั่ง เป็นหัวโต๊ะเป็นประธาน ก.ตร. ให้ได้พิจารณา และเผื่อจะได้ตอบคำถามสักทีต่อพี่น้อง ประชาชนว่าการตั้ง ผบ.ตร. ครั้งนี้ของท่านนายกรัฐมนตรีสุดท้ายการตั้งท่านใช้อะไร ความเหมาะสมแบบใด ข้อมูลไม่เหมาะสมท่านได้รู้บ้างหรือไม่ หรือใช้ตั๋วอะไร หรือสุดท้าย ท่านใช้การเลือกว่าจะตั้งใคร นามสกุลอะไร ขอบคุณครับท่านประธาน