กรุณพล แจงปัญหาโครงสร้าง-สวัสดิการตำรวจ เห็นถึงความไม่เป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

กรุณพล เทียนสุวรรณ หารือปัญหาความเหลื่อมล้ำและการขาดแคลนสวัสดิการในองค์กรตำรวจ พร้อมเรียกร้องการปฏิรูประบบเงินเดือน งบประมาณ และโครงสร้างอำนาจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดการทุจริตในกองกำลังตำรวจ

นายกรุณพล เทียนสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรุณพล เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงปัญหาของตำรวจ ผมเองไม่ได้รับราชการตำรวจมาก่อน แต่ว่า คลุกคลีกับตำรวจมาตั้งแต่เกิด เนื่องจากคุณพ่อรับราชการตำรวจ สิ่งที่เราเห็นคือ ความบิดเบี้ยวของระบบราชการตำรวจ เริ่มตั้งแต่การรับสมัครเลยก็สามารถแยกได้จาก คนธรรมดา หรือลูกหลานของตำรวจที่มีคะแนนพิเศษ ความเท่าเทียมกันในการสอบเข้า ก็แตกต่างกัน นอกจากนั้นเมื่อรับราชการแล้วก็ยังแบ่งชั้นวรรณะกัน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ตำรวจชั้นประทวน หรือข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สิ่งหนึ่งที่มันเกิดขึ้นตั้งแต่รากเหง้า ของตำรวจก็คือการแบ่งชั้นวรรณะ แต่แน่นอนในระบบราชการจำเป็นที่จะต้องมีการแบ่ง ชั้นการปกครอง เพื่อการปกครองในหน่วยราชการจะได้ทำงานกันได้อย่างสะดวก แต่สิ่งหนึ่ง ที่มันเป็นปัญหาทำให้ทุกวันนี้ข้าราชการตำรวจไม่ได้รับความยุติธรรมจากการมีเส้นสาย หรือการที่ข้าราชการตำรวจจำเป็นจะต้องหาเงินมากกว่าทำงาน นั่นคืออัตราเงินเดือน ของข้าราชการตำรวจ เมื่อจบมาเป็นพลตำรวจ อัตราเงินเดือนอยู่หลักพัน กว่าที่อัตรา เงินเดือนจะขึ้นถึงหลักหมื่นหรือหลายหมื่นบาทจำเป็นต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน และที่สำคัญ ผมเห็นแล้วว่าข้าราชการตำรวจในประเทศนี้มีอยู่กว่า ๒๓๐,๐๐๐ คน แต่งบประมาณ ๗๗,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณที่เป็นเงินเดือน แต่ว่างบประมาณที่ใช้จ่ายในการสืบสวน สอบสวน หรือค่าใช้จ่ายในระหว่างรอบวัน รอบเดือนเองกลับน้อยนิด ผมลงไปในพื้นที่ สน. ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สิ่งที่ได้รับจากพี่น้องตำรวจในการพาเดินชม สน. ก็คือ สวัสดิการต่าง ๆ ที่น้อยนิด เราจะเห็นว่าข้าราชการที่ดูแลความยุติธรรมไม่ว่าจะเป็นอัยการ หรือศาล หรือแม้แต่ข้าราชการที่ดูแลด้านความมั่นคง อย่างเช่นทหารจะมีบ้านพัก และสวัสดิการที่เพียงพอกับการทำงาน เพื่อไม่ให้ตัวข้าราชการเองนั้นมีความลำบากในการ ทำงาน แต่เรากลับเห็นบ้านพักของข้าราชการตำรวจในกรุงเทพมหานครนี่เองครับใกล้ ๆ ไปดูได้เลยครับว่าในพื้นที่แต่ละ สน. ที่มีตำรวจอยู่ ๒๐๐-๓๐๐ คนนั้นความเป็นอยู่ ของตำรวจใน สน. ต่าง ๆ ไม่ได้แตกต่างกับสลัมครับ เพราะว่าอาคารที่พักอาศัยของตำรวจ เองเป็นครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่ลูกที่อยู่ยัดทะนานกันอยู่ในอาคาร และที่สำคัญไม่เพียงพอ หลายคนจำเป็นที่จะต้องออกไปเช่าด้านนอกจากการที่รัฐให้การสนับสนุนเพียงน้อยนิด จากเงินเดือนน้อยนิดอยู่แล้วกลับกลายต้องมาแชร์เป็นค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่เองก็น้อยนิด รวมถึงถ้าโชคร้ายได้ไปอยู่สืบสวนหรือปราบปราม ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าสืบสวน หรือว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็แทบจะไม่มีให้ สุดท้ายก็ต้องควักเงินของตัวเอง แล้วตำรวจชั้นผู้น้อย จะไปหาเงินจากไหน สุดท้ายก็ต้องไปลำบากประชาชนที่จะต้องขอความอนุเคราะห์บ้าง หรือตามสถานบริการที่อาจจะจำเป็นที่จะต้องไปขอรับเงินนอกระบบ เพื่อที่จะมาใช้จ่าย จนสุดท้ายกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรตำรวจที่เราเห็นกันอยู่ดาษดื่น และเมื่อพี่ ๆ หรือผู้มีตำแหน่งสูงได้กระทำการแบบนี้ทำให้คนที่อยู่ล่างลงมาก็เห็นเป็นเรื่องปกติ คุณพ่อ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เมื่อไม่รับเงินเหล่านี้ก็ถูกเตะโด่งออกไปอยู่ชายแดน กว่าจะกลับมาได้ ก็ใช้เวลาหลายปี ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตำรวจที่อยากจะทำงาน ผมเชื่อว่าตำรวจ หลายคนตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อยากจะมาเป็นคนที่ช่วยดูแล พี่น้องประชาชน แต่เมื่อเข้ามาในระบบที่ไม่มีสวัสดิการที่ดูแลเพียงพอ ระบบที่ใช้เส้นสาย ระบบที่จะต้องเติบโตด้วยการใช้เงิน วันนี้ผู้อภิปรายหลายท่านก็ได้พูดมาแล้วว่าไม่ว่า หมึก Printer ก็ยังต้องซื้อเอง ไม่ว่าค่าไฟ สน. ที่ต้องขอ ก.ตร. ตำรวจ จากประชาชนมาช่วย เป็นส่วนเสริม หรือแม้แต่น้ำมันรถที่จะช่วยในการออกไปตรวจพื้นที่ก็ยังคงจะต้องอาศัยจาก ภาคประชาชน จนทำให้หลายครั้งเมื่อมีเงินผ่านมือเข้ามาเยอะ ๆ มันก็ทำให้กลายเป็นนิสัย และกลายเป็นสิ่งที่ชาชินจนทำให้ตำรวจรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่เป็นสิ่งที่จำเป็น จะต้องทำเพื่อความอยู่รอด หากเราไม่ปรับปรุงสวัสดิการของพี่น้องตำรวจไทยให้สามารถ อยู่ได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และสามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองจากสวัสดิการ ของภาษีพี่น้องประชาชนที่มอบให้โดยรัฐบาล เราก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน หรือการวิ่งเต้นตำแหน่งได้ ตำรวจแตกต่างกับทหาร หลายคนบอกว่าทหาร จะไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน แต่เราเคยได้ยินของตำรวจว่าไม่ว่าจะอย่างไร จะฆ่าน้อง จะฟ้องนาย จะขายเพื่อน เพื่อแย่งชิงอำนาจที่จะเข้ามาสู่ตัวเองเมื่อบั้นปลายชีวิต เพราะหลายคนถ้าได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถโกยเงินโกยทองได้ก็จะไม่ยอมลุกจากเก้าอี้นั้น ไปไหนจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ หรือหลายคนมีความฝันที่จะขึ้นในตำแหน่งสูง และพร้อมที่จะเป็น ผบ.ตร. ก็จะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อที่จะลำบากในตอนต้นแต่ไปสบาย ในตอนปลายแต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่สามารถขึ้นเป็น ผบ.ตร. ได้ อย่างเช่นปัจจุบัน ที่ใช้เวลา ๑๒ ปี ในการขึ้นตำแหน่งจากรองผู้กำกับการไปเป็นรอง ผบ.ตร. และเข้าสู่ ผบ.ตร. นั้น จะไม่ใช่คนดีครับ เพราะว่าการที่สามารถเลื่อนไหลได้รวดเร็วกว่าคนอื่นก็ย่อมที่ จะมีหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝีมือ เรื่องเส้นสาย หรือแม้แต่การที่จะรู้จักผ่านทาง นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจที่อยู่นอกการเมือง สิ่งเหล่านี้จะสามารถแก้ไขได้ด้วยการปฏิรูป วงการตำรวจให้ตำรวจได้ออกสิทธิออกเสียงในการฟังนโยบายของผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็น รอง ผบ.ตร. บังคับบัญชาที่อยู่ชั้นสูงขึ้นไป หรือแม้แต่ผู้บังคับการที่อยู่ในแต่ละจังหวัดได้ แสดงวิสัยทัศน์เพื่อให้ตำรวจได้เลือกนายของตัวเอง ได้แสดงวิสัยทัศน์เพื่อที่จะให้ตำรวจได้รู้ ว่าเมื่อเขาเลือกคนคนนี้ขึ้นมาเป็นนายเขาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร ผู้ที่เป็นนาย เองก็จะได้รู้ว่าวิธีการในการที่จะทำให้ลูกน้องของเขากินดีอยู่ดี สามารถที่จะใช้ภาษีจาก พี่น้องประชาชนที่เป็นเงินเดือนเลี้ยงดูตัวเองได้จะทำได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องไปพึ่งพิง ไม่ต้อง ไปรีดไถ หรือไม่ต้องไปทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าตำรวจดี ๆ กว่า ๒๓๐,๐๐๐ คน มีมากกว่าตำรวจเลว แต่สิ่งที่ตำรวจเลวทำแล้วทำให้ตำรวจทั้งองค์กรเสื่อมเสียนั่นย่อมทำให้ ความเชื่อในตำรวจของประชาชนน้อยลงทุกวัน จนวันนี้หลายคนบอกว่าเห็นตำรวจแล้วกลัว มากกว่าเห็นโจร กลายเป็นโจรในเครื่องแบบทั้ง ๆ ที่ตำรวจที่ดี ๆ ที่พร้อมเสียสละชีวิต เพื่อพี่น้องประชาชนยังมีอยู่อีกมากมาย ผมเชื่อว่าการที่เราจะปฏิรูปตำรวจ สังคายนาตำรวจ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดขององค์กรตำรวจไทยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ