ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องทุจริต ละเลยหน้าที่ และการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์พวกพ้อง โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจอย่างเร่งด่วน รวมถึงเปิดช่องให้องค์กรภายนอกสามารถตรวจสอบได้ พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และสวัสดิการของข้าราชการตำรวจ ทั้งเรื่องที่พักอาศัย สิ่งอำนวยความสะดวก และขวัญกำลังใจ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมความโปร่งใส และป้องกันการทุจริต ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจข้าราชการเพื่อประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน
ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล เขตสายไหม ทนายความแม่ลูกสอง และภรรยาของนายตำรวจที่ถูกธำรงวินัย สามีกำมือ แล้วหนึ่งนะคะตอนนี้ ท่านประธานคะดิฉันขออภิปรายสนับสนุนคุณรังสิมันต์ โรม ในการ เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ภาพลักษณ์ตำรวจกำลังเป็น ประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถามกันอย่างมาก ที่ผ่านมาเราเห็นตำรวจมากมายใช้อำนาจ เกินขอบเขต ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้องตัวเอง ซึ่งกรณีล่าสุดดิฉันดูรายการเรื่องเล่าเช้านี้ มีนายตำรวจยศใหญ่ท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ผมจะไม่เอาคืนแต่มีข้อมูลอยู่มากถ้าเปิดเผยเมื่อไรก็ตายกันทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถามว่าเราเห็นอะไร สัญญาณอะไรในข้อความนี้ แปลว่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาติของเรา มีการทุจริตคอร์รัปชันอยู่จริงใช่หรือเปล่าคะ หรือในขณะที่นายตำรวจยศพลตำรวจเอก อ้างว่ามีข้อมูลในมืออยู่มากแต่ยังไม่ทำอะไร ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ไม่ส่งหลักฐานให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ นิ่งเฉยต่อความเลวร้าย หรือการทุจริตที่เกิดขึ้นใน สตช. สุดท้ายข้อมูลเหล่านี้กลายเป็นข้อมูลที่เอาไว้ต่อรองเพื่อผลประโยชน์หรือเปล่า ประเทศเรา เสียโอกาสในการกำจัดการคอร์รัปชัน ประชาชนสิ้นหวังต่อระบบราชการของตำรวจ ในมุมมองของกระบวนการยุติธรรมตำรวจที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่แบบนี้มีส่วนรู้เห็น กับทุนสีเทาต่าง ๆ การใช้อำนาจตำรวจรับส่วย เอื้อประโยชน์สถานบันเทิง มีส่วนรู้เห็นกับ การค้ามนุษย์ก็ตาม รวมไปถึงการฟอกเงิน เป็นการละเว้นสามารถแจ้งมาตรา ๑๕๗ ได้นะคะ ซึ่งคดีพวกนี้อาจจะไปถึงศาลอาญา แล้วก็ได้รับการตรวจสอบจาก ป.ป.ช. ได้ สุดท้าย การจะดำเนินการอะไรสักอย่างเราก็ต้องไปดูก่อนว่าเป็นเด็กใคร เส้นไหน สายไหน ระบบ อุปถัมภ์แบบนี้เราจะคาดหวังให้ความยุติธรรมเติบโตโดยไม่มีการตรวจสอบผ้าที่สกปรก ให้กลายเป็นผ้าขาวโดยไม่ผ่านการซักไม่ได้ เป็นตำรวจต้องขาแข็งมาก ๆ ด้วย เพราะว่า ช่วงแต่งตั้งนี่ต้องวิ่งกันตั้งแต่เช้ามืดค่ะ ช่วงแต่งตั้งถ้าแต่งตั้งตุลาคม สิงหาคม กันยายน ไป สน. แทบไม่เจอใครแล้วไปวิ่งกันอยู่ ใครถือตั๋วก็ต้องเปิดบ้านบ่อยหน่อย หน้าแข้งก็จะ เปียกหน่อย ๆ รองเท้าโชกนิด ๆ มีคำถามที่สังคมตั้งคำถามในหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ ข้อร้องเรียนต่าง ๆ ของประชาชนที่ไม่ได้มีโอกาสได้นำเสนอบนหน้าสื่อ หรือเรื่องการที่ ตำรวจมีเงิน ลูกคนรวยขับรถชนคนตาย ประชาชนทั่วไปเสียชีวิต พยาบาลเสียชีวิต ตำรวจ ชั้นผู้น้อยเสียชีวิต เขาเหล่านี้กับตายฟรีทั้งนั้น หรือเรื่องการที่ประชาชนไปตามสถานีตำรวจ ต่าง ๆ ต้องไปหากล้องเอง ในพื้นที่สายไหมได้รับเรื่องร้องเรียนเยอะเหมือนกัน หรือพื้นที่ อื่น ๆ เช่นเดียวกันว่าเวลามีเหตุอะไรขึ้นมาก็ต้องไปหากล้องเอง แต่ถ้าเป็นคดีการเมือง เป็นคดี Mob เป็นนักกิจกรรมก็ไม่ต้องทำอะไรแผล็บเดียวหากล้องได้แล้ว แผล็บเดียวจับได้ แล้ว จับไว้มาก ถ้าเรายังปล่อยโอกาสแบบนี้ไว้ประเทศจะยิ่งเสียโอกาส ประชาชนจะขาด ความเชื่อมั่นตำรวจน้ำดีที่เป็นส่วนน้อยของวงการตำรวจที่อยู่ไม่ได้ แล้วก็ถูกบีบบังคับ ให้ลาออก เช่น การธำรงวินัยต่าง ๆ ตำรวจรุ่นใหม่ก็อาจจะต้องเสี่ยงต่อการถูกธำรงวินัย เหมือนกัน ถ้าทนไม่ได้ก็จะมีผู้ใหญ่บางคน ผู้ใหญ่บางคนก็จะบอกว่าทนไม่ได้ก็ลาออกไป แล้วดิฉันเชื่อว่าเงามืดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ยังคงมีอยู่จริงจากประสบการณ์ส่วนตัว โรนิน ๕๐๗ ตำรวจล่ามมาอยู่กับพี่นะ โอนย้ายไปเป็นข้าราชบริพารต่าง ๆ มีคำบอกว่า เมียทหารนับขวด เมียตำรวจนับแบงก์ ส่วนดิฉันนั่งนับวันคอยว่าเมื่อไรจะได้รับความยุติธรรม กับนายตำรวจที่ถูกธำรงวินัย และไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด ทุกวันนี้ประชาชน ตั้งคำถามกันเยอะมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับวงการตำรวจ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ควรจะเชื่อมั่นได้ แต่กลับทำสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นเสียเอง เราจะยังทำตัวเมินเฉยต่อเรื่องราวเหล่านี้ให้ตำรวจ ตรวจสอบกันเองไม่ได้แล้วนะคะ ที่ผ่านมาเวลาถูกสื่อหรือประชาชนตั้งคำถาม เราถูกตำรวจ ขู่กลับตลอด ตั้งคำถามกับตำรวจเมื่อไรก็จะถูกตำรวจขู่กลับ ยิ่งกว่านั้นในคดีที่ล่าสุด คดีกำนันนกตำรวจด้วยซ้ำเองที่เป็นคนทำลายหลักฐานแล้วก็ให้การเท็จ ที่สำคัญตำรวจ เป็นตำรวจที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตด้วย ตำรวจไทยทำตามคำสั่ง ทำตามผู้ใหญ่สั่ง จนไม่กล้าที่จะทำงานในหน้าที่ของตัวเอง อย่าลืมว่ามนุษย์ไม่ได้ดีด้วยตัวเองนะคะ ทุกอำนาจ ที่ขาดการตรวจสอบมักจะนำไปสู่สิ่งชั่วร้ายเสมอ เช่นที่เราเจอในหน้าข่าวประมาณเดือนหนึ่ง ที่ผ่านมาเราเห็นความชั่วร้ายจำนวนมาก อยากให้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ ในการปฏิรูปตำรวจให้องค์กรอื่นได้ตรวจสอบการทำงานให้เข้ารูปเข้ารอย ดิฉันเชื่อว่าตำรวจ น้ำดียังมีอยู่มากนะคะ ตำรวจที่ไม่ลู่ตามลม ไม่ไหลตามน้ำ เชื่อว่าการปฏิรูปตำรวจจริง ๆ จะทำได้ไม่ใช่เป็นการพูดต่อ ๆ กัน รัฐบาลไหนก็ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปตำรวจอย่างเดียวนะคะ
อีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ก่อนจะจบก็คือว่าอยากให้มีการดูแลเรื่องชีวิต และสวัสดิการของครอบครัวตำรวจด้วย แฟลตข้าราชการตำรวจ หรือว่าพื้นที่สำหรับ ลูกหลานตำรวจที่จะได้ใช้พื้นที่ ให้ตำรวจได้มีแรงในการทำงาน ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพิงการคอร์รัปชันอีกต่อไป นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับประเทศชาติของเราต่อตำรวจ น้ำดีที่ยังมีอยู่ และเชื่อมั่นในอาชีพตำรวจและต่อประชาชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน