วิโรจน์ ลักขณาอดิศร วิพากษ์ปัญหาความผิดปกติในองค์กรตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ความขัดแย้งภายใน และอิทธิพลของกลุ่มผู้มีอำนาจ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงมาตรการผิวเผิน ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการปราบปรามอาชญากรรมในยุคที่มีอำนาจพิเศษ และเสนอให้กรรมาธิการร่วมแก้ปัญหาการพนันออนไลน์ ยาเสพติด และการฉ้อโกงประชาชนอย่างเป็นระบบและจริงจัง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ หลายวันมานี้ถ้าท่านประธานได้ยินท่านนายกรัฐมนตรีพูดและให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคำว่า ปฏิรูป ท่านก็บอกว่าพัฒนาร่วมกัน นั่นใช้กับวงการทหาร ไม่ว่ากันครับ ล่าสุดกับตำรวจ คำว่า สังคายนา ไม่ใช่คำเชิงลบอะไร ท่านก็ยังบอกว่า เลี่ยงดีกว่า ให้ใช้คำว่า แก้เป็นทีละเรื่อง ๆ ไป มันสะท้อนว่า ณ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน อาจจะยังไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง หรืออาจจะเห็นแล้วแต่ยังไม่ยอมรับ กับความรุนแรงของปัญหาที่มันเกิดขึ้น ก็ไม่ใช่ความผิดของท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมคิดว่า ในวันนี้จากเพื่อนสมาชิกที่ได้แลกเปลี่ยน ได้อภิปราย ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เอาไป ใช้ประโยชน์ในการปรับแผน ปรับวิธีดำเนินการกับการจัดการกับวงการตำรวจให้ดีขึ้น คือมันเป็นเรื่องที่ไม่ปกติครับท่านประธานที่ปรากฏว่าในวงการตำรวจ ข้าราชการ นายตำรวจยศสูง ๆ มีการกล่าวหา ใส่ความใส่ร้ายกันไปมา จริงเท็จประการใดก็ไปว่ากัน ไม่ ว่าจะเป็นกรณีขนยาไอซ์อย่างนี้ ใส่ร้ายตำรวจผู้ใหญ่กันไป อีกฝ่ายหนึ่งก็ใส่กลับมาว่า รับเงินแก๊งพนัน Online กรณีชลบุรีเก้าอี้นี่เหมือนเก้าอี้ดนตรีอาถรรพ์ มีทั้ง เป้รักผู้การเท่าไร ให้เขียนมา ถ้ายังจำกันได้ แล้วก็กรณี Pool Villa มีการกล่าวหากันว่ามีการสับเปลี่ยน ผู้ต้องหา ตอนนี้ก็ฟ้องร้องกันไปอีรุงตุงนัง แทนที่จะไปจับโจรก็ปรากฏว่าตำรวจมาเล่นไล่จับ กันเอง แล้วก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมากที่กรณีเอาตำรวจ Commando อาวุธครบมือ เข้าไปค้นบ้านรอง ผบ.ตร. ที่อยู่ก็ไม่ใกล้ไม่ไกลอยู่สโมสรตำรวจ ทุกคนรู้หมดว่าบ้านหลังไหน ตำรวจคนไหนอยู่ แต่ปรากฏว่า ผบ.ตร. ไม่รู้ อดีต ผบ.ตร. ไม่รู้ ผู้บัญชาการตำรวจ Cyber ก็บอกไม่รู้ แต่เอาอาวุธครบมือไปค้น แต่ในขณะของท่านผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนครปฐม ปรากฏว่าตำรวจระดับผู้การ ตำรวจชั้นยศสูง ๆ ไปกุมเป้าร้องเพลง Happy Birthday ภาพแบบนี้มันสะท้อนถึงความผิดปกติที่มันต้องใช้คำที่แรงกว่าคำว่า สังคายนา ด้วยซ้ำ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังบอกว่าหลีกเลี่ยงก่อนให้แก้ไปทีละเรื่อง แต่มันหลายเรื่องแน่ ๆ คือ ณ วันนี้ผมว่าประชาชนก็หน่ายใจครับท่านประธาน ที่อาชญากรรมสำคัญ ที่ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการพนัน Online ยาเสพติด การค้ามนุษย์ แรงงานข้ามชาติ และเรื่องที่อำมหิตที่สุดคือแก๊ง Call Center ที่หลอกเงิน ผู้สูงอายุที่เขาเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตไปหมดเนื้อหมดตัวยามบั้นปลาย และเรื่องส่วย ๓ ส่วย ที่รุนแรงมาก ๆ ก็คือส่วยรถบรรทุกนี่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วยทั้งในเรื่องของ สถานบันเทิง อันนี้ก็หนักเอาการ แล้วก็เรื่องน้ำมันเถื่อนอันนี้ก็น่าสนใจ ที่สมุทรปราการ ก็กำลังสืบสาวราวเรื่องเรื่องนี้กันอยู่ ปรากฏว่าทั้งหมดอาชญากรรมร้ายแรงต่าง ๆ เหล่านี้ มีตำรวจบางนาย บางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่ควรจะใช้คำว่าตำรวจด้วยซ้ำ เพราะพฤติกรรมหลายอย่างเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร มีการตั้งเป็นกลุ่ม เป็นแก๊ง เป็นขั้ว ทำเอา เรื่องของการตั้งด่าน บ่อนวิ่งต่าง ๆ กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยในปัจจุบัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ณ วันนี้ถ้าท่านประธานไปที่ไหนแล้วปรากฏว่าท่านประธานถูกตำรวจรีดไถ โดยตรง ผมถือว่าท่านประธานโชคดี เพราะแสดงว่าตำรวจยังอยู่ที่จุดยอดบนสุดของห่วงโซ่ อาหารครับ แต่ถ้าเกิดปรากฏว่าตำรวจจะไถท่านประธาน แล้วให้เบอร์ เบอร์หนึ่งกับท่านประธานมา แล้วปรากฏว่าเบอร์เบอร์นั้นเป็นเบอร์ของคนใกล้ชิดของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แสดงว่าวันนี้ ตำรวจตกอยู่ในสถานะลูกกระจ๊อกของผู้มีอิทธิพล หรือ Mafia ท่านนั้นแล้ว และถ้าเกิด Mafia คนนั้นเกิดไม่ใช่ชื่อเป็นคนไทยอีกก็แสดงว่าแม้แต่เจ้าพ่อไทยก็ศิโรราบให้กับ Mafia ข้ามชาติ แล้วก็พวกทุนสีเทาจากต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ณ วันนี้ผู้มีอิทธิพล ได้แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็น Sponsor ให้กับตำรวจระดับบังคับบัญชา สุดท้ายพอเป็น Sponsor ให้ไปซื้อขายตำแหน่งเลี้ยงดูปูเสื่อก็ได้ตำรวจคนนั้นมาเป็นลูกน้อง คำว่า ปราบปราม ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีอย่าใช้คำนี้ให้บ่อยนัก อย่าเรียกว่าจะต้องมานั่งทำ Blacklist เพราะการทำ Blacklist ดูเหมือนขึงขัง แต่ผมยืนยันว่าไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็น การเรียกให้เจ้าพ่อนายพล เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลทั้งหลายเข้ามาศิโรราบ และเป็นการเชื่อมให้ผู้มี อิทธิพลในท้องถิ่นเข้ามาที่อำนาจส่วนกลาง แล้วทีนี้ตำรวจดี ๆ ที่เป็นระดับผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับการ ตำรวจจังหวัดต่าง ๆ ผู้การจังหวัดต่าง ๆ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคต่าง ๆ ที่เคยเอาอยู่จะเอาไม่อยู่ครับ เพราะเจ้าพ่อเหล่านี้เชื่อมกับอำนาจส่วนกลางได้แล้ว และจะได้ อาณัติสำคัญที่มาอวดเบ่งในพื้นที่และสยายปีกยิ่งกว่าเดิม และสุดท้ายก็ใช้ตำรวจที่เป็น ลูกกระจ๊อกเหล่านั้นไปจับเจ้าพ่อที่เป็นคู่แข่ง และ Blacklist จะเต็มไปด้วยเจ้าพ่อที่เป็นคู่แข่ง เจ้าพ่อตัวจริง และสุดท้ายพอเจ้าพ่อที่เป็นคู่แข่งขันถูก Clear ถูกล้างบางจังหวัดนั้นจะถูก ครอบงำโดยเจ้าพ่อคนนั้น และตำรวจที่เป็นลูกสมุน ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้ผมคิดว่า การปฏิรูปตำรวจหลายท่านก็พูดไปแล้ว แต่เสรีภาพของสื่อมวลชนก็ต้องแก้ กฎหมาย ที่ตำรวจบางนายเอามาใช้รีดไถ เอื้อประโยชน์ให้นายทุนผูกขาดก็ต้องแก้ โทษที่ไม่สมสัดส่วน ก็ต้องทบทวน การกระจายอำนาจก็ต้องทำ ความโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูล การปกป้อง ผู้ให้เบาะแสการทุจริตก็ต้องจริงจังถึงจะจัดการได้
ในท้ายที่สุดผมคิดอย่างนี้ครับ ถ้าการปราบปรามมันสำเร็จและมันแก้ปัญหาได้ คนที่มีอำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีมาตรา ๔๔ มันต้องแก้ได้แล้วครับท่านประธาน แต่ที่ผ่านมา ๙ ปีกับคนที่มีมาตรา ๔๔ ยาบ้าเราก็เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าเม็ดละ ๕ บาท พนัน Online ก็เต็ม ไปหมด แก๊ง Call Center ก็โทรหลอกประชาชนไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อนสมาชิกวันนี้ถ้าถามว่า ใครโดนบ้างก็ยกมือกันหน้าสลอนเต็มไปหมด ผมคิดว่าอยากให้รัฐบาลให้ความสนใจมากกว่านี้ และผมมั่นใจครับว่ารายงานที่จะส่งให้รัฐบาลอย่างเดียวไม่พอ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกจะเห็นด้วยกับการที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐและการปฏิรูปประเทศ จะเข้ามาจัดการกับปัญหานี้ด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน