ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน 14 เรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภาและหน่วยงานในสังกัด พร้อมสอบถามลักษณะและผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก เพื่อให้เกิดความกระจ่างและนำไปสู่การปรับปรุง โดยเฉพาะในประเด็นประสิทธิภาพช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีปัญหาการโทรกลั่นแกล้งและข้อจำกัดของระบบสายด่วน จึงเสนอให้เพิ่มช่องทางดิจิทัลหรือแอปพลิเคชันเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ พร้อมเชื่อมโยงกับประเด็นการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวันยุติการตั้งครรภ์สากล รวมถึงหารือการศึกษาเชิงระบบเพื่อคุ้มครองเด็กเล็กในสถานศึกษาและการรับเด็กไร้สถานะเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐ โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบระบบการออกเลข G และเสนอแนวทางแก้ไขเชิงระบบเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กทุกคน พร้อมขอรับรายงานฉบับเต็มเพื่อนำไปใช้ในการทำงานต่อไป
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ท่านประธานครับ กับรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ทั้งหมด ๓๔๘ หน้า ผมอ่านครบ ทั้งหมดนะครับ ไม่ได้อ่านหน้าสุดท้ายอย่างเดียว เพราะเขาเขียนว่าออกแบบและจัดรูปเล่ม โดยใคร อย่างไร แต่ผมมี ๔ ประเด็นด้วยกันที่อยากจะพูดคุยสอบถาม แล้วก็เป็นประเด็น ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนครับ
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้จริง ๆ อยากจะนำเรียนท่านประธาน ไปยังตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน และก็อยากให้ท่านผู้ตรวจการแผ่นดินได้นำเรียน ต่อท่านประธาน เพราะเป็นประเด็นที่พูดถึงเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ ในบรรดาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ นั้นมีการแบ่งหมวดหมู่ออกเป็นทั้งหมด ๓๒ ประเภทของหน่วยงานด้วยกัน ทั้งหมดทั้งมวลผมติดใจอยู่หน่วยเดียวคือหน่วยที่ ๒๕ รัฐสภาและหน่วยงานในฝ่ายรัฐสภา ปรากฏว่านึกว่าเป็นเรื่องที่เราใช้กลไกของเราในการส่งต่อ ไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งต่อไปยังศาลต่าง ๆ เหมือนที่ท่านสมาชิก บางท่านได้อภิปราย แต่เมื่อย้อนกลับไปดูหัวเรื่องเขาเขียนว่า เรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการแล้วเสร็จ จำแนกตามหน่วยงานที่ถูกร้องเรียน ถ้าอ่านกันตามตัวอักษรภาษาไทย ไม่มีภาษาอังกฤษปนเลย ก็แสดงว่าพวกเรานี่ถูกร้องเรียนอยู่ทั้งหมด ๑๔ เรื่องด้วยกันใช่หรือไม่ และ ๑๔ เรื่องเหล่านั้น เป็นเรื่องแบบใด ประการใด ท่านประธานทราบไหม ท่านประธานรัฐสภาทราบไหม แล้วมันมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเราหรือไม่ อย่างไร หรือเป็นปัญหาในระดับ เจ้าหน้าที่ เป็นปัญหาอาคารสำนักงาน เป็นปัญหาวัสดุอุปกรณ์ เป็นปัญหากฎหมายแบบใด ประการใด ผมคิดว่าอันนี้เป็นประโยชน์ที่ท่านประธานเองก็จะได้ถือโอกาสนี้ในการทราบ ท่านอาจจะทราบอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกันหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกพวกเรา ก็จะได้รู้ด้วยว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องแบบใด นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ปกติแล้วเวลาที่ผมพูดถึงเรื่องของ การรับเรื่องร้องเรียน ในอดีตที่ผ่านมาผมก็บอกว่าแค่มีสายด่วนก็ดีใจแล้วครับ สายด่วน ของผู้ตรวจการแผ่นดินนี่ผมก็ขออนุญาตโฆษณาไม่เอาเงินนะครับ เดี๋ยวจะผิดกฎหมาย ป.ป.ช. สายด่วน ๑๖๗๖ แต่ละปีมีเรื่องรับกันมาเยอะเต็มไปหมดเลย ปี ๒๕๖๔ ๖,๓๑๓ เรื่อง ปี ๒๕๖๕ ๙,๐๕๖ เรื่อง ก็ยินดีและดีใจครับ เพียงแต่ว่าในการแบ่งประเภทหมวดหมู่ มันมีคำว่า โทรศัพท์กลั่นแกล้งหรือโทรศัพท์ผิดเป็นหลักพันเลยนะครับท่านประธาน ตกลงนี่ Call Center โทรศัพท์หาผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือว่ามันมีพี่น้องประชาชน มีคน ที่โทรศัพท์กลั่นแกล้งโทรศัพท์ผิดกันมากจริง ๆ ผมก็อยากรู้คำตอบว่าเวลาท่านบอกว่า มีคนโทรศัพท์กลั่นแกล้ง โทรศัพท์ผิดกับท่านนี่มันเป็นแบบใด ประการใด แต่เหนือไปกว่านั้น ก็คือเรื่องของระบบ Application พวกผมเป็นสมาชิกรุ่น Generation ก่อนหน้านี้พวกผม ก็เริ่มงง พรรคก้าวไกลเองก็มีหลายระบบด้วยนะครับ วันนี้ใช้ Google Chat ในการติดต่อ ถ้าเป็น กทม. ใช้ Traffy Fondue นี่ออกเสียงเป็นแบบภาษาฝรั่งเศส มี Discord ที่ใช้ต่าง ๆ ผมก็ไม่มั่นใจว่าในกรณีของผู้ตรวจการแผ่นดินนี่ท่านมีระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่าน Application อื่นหรือไม่ ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ ๐๒ จุด จุด จุด ไม่ใช่แค่สายด่วน ๑๖๗๖ แต่มีระบบแบบอื่นหรือไม่ ถ้ามีระบบแบบอื่นที่เป็นประโยชน์นำมาแชร์กันครับ นำมาแลกเปลี่ยนกัน แบบนั้นพี่น้องประชาชนก็จะได้ทราบว่ามันมีระบบอื่น ๆ ผมทำประเด็น เรื่องของการตั้งครรภ์ไม่พร้อม ซึ่งวันนี้เป็นวันยุติการตั้งครรภ์สากล สายด่วน ๑๖๖๓ หรือ Application อื่น ๆ พี่น้องประชาชนใช้มากกว่าสายด่วนของหน่วยราชการอีก นี่ก็ต้องขออนุญาตโฆษณาไปถึงประเด็นในวันนี้ที่เป็นวันที่ ๒๘ กันยายน นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ
- ๖ ๘/๑
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนอ่านรายละเอียด แล้วแน่นอน เวลาที่ผมตั้งคำถามผมก็ชื่นชมว่าหลายเรื่องของผู้ตรวจการที่มีการเสนอเชิงระบบนั้น เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็ก จริง ๆ ท่านทำงานอาจจะมากกว่ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์อีกนะครับ เพราะวันนี้เขายังถามเลยว่าระบบคุ้มครองเด็ก ของกระทรวง พม. คืออะไร แต่พวกท่านนี่มาศึกษาปัญหาเชิงระบบ แล้วก็มีอยู่ข้อหนึ่ง ศึกษาน่าสนใจ นี่โชคดีวันนี้ผมนั่งข้าง สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เคยอยู่ในคณะกรรมาธิการการศึกษา ผมเป็นอนุดูเรื่องสวัสดิภาพ นักเรียน มันมีอยู่ข้อหนึ่งที่พูดถึงการศึกษาเชิงระบบในปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ และมีประเด็น เรื่องข้อ ๔ ที่บอกการศึกษามาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองเด็กเล็กในสถานศึกษา อ่านแบบนี้ปุ๊บในฐานะเป็นพ่อคน ในฐานะที่ต้องดูแลเด็ก ๆ ในประเทศไทยสนใจขึ้นมาทันที เอาแค่เบื้องต้นก็พอครับ แต่ขอรายงานฉบับเต็มฝากส่งไปที่บ้านผมหน่อย ขอที่อยู่จากสภาได้ ครับ อยากจะรู้เบื้องต้นว่าการศึกษาเชิงระบบการคุ้มครองเด็กเล็กในสถานศึกษาที่ท่าน บอกว่าดูกฎหมายนี่ท่านกำลังดูอะไร ดู พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งกระทรวง พม. ๒๐ ปีไม่ยอมแก้ ดู พ.ร.บ. การศึกษาปฐมวัย ดู พ.ร.บ. การศึกษา ปี ๒๕๔๒ หรือดูอะไร แบบใด ประการใด แล้วเป้าหมายของการศึกษาจะอย่างไรครับ เด็กเล็กถูกใช้ความรุนแรง ในโรงเรียนก็มี เล็ก ๆ เลยถูกประเด็นเรื่องของผู้ดูแลที่อาจจะไม่มีทักษะในการดูแลก็มี เงินอุดหนุนค่าหัวค่าอาหารกลางวันก็มี ระบบที่จะส่งเสริมพัฒนาการเด็กก็มีปัญหา อีกแบบหนึ่ง ผมคิดว่าในเมื่อท่านบอกว่านี่เป็นปัญหาเชิงระบบก็ต้องขอความชัดเจนว่า ที่ท่านกำลังศึกษาเรื่องมาตรการทางกฎหมาย ซึ่งผมเข้าใจว่าจะนำไปสู่เรื่องของระบบ การคุ้มครองเด็กเล็กในสถานศึกษานั้นด้วยคืออะไร แบบใด ประการใด ขอเล่มเต็มส่งผ่าน ประธานก็ได้ครับสักเล่มหนึ่งได้ไหม เผื่อพวกผมจะได้นำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการ ทำงานของพวกเราในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนในด้านการคุ้มครองเด็ก นั่นเป็น ประเด็นที่ ๓ ครับ
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับ ขออนุญาตช้านิดหนึ่งเปิดไปเปิดมาหาไม่เจอ นาน ๆ อภิปรายทีครับ ท่านประธานครับ เป็นปัญหาเรื่องเดียวแต่ผมคิดว่าสะท้อนเรื่องใหญ่มาก คือประเด็นที่ ๔ การดำเนินงานเกี่ยวข้องกับการศึกษาในเรื่องที่ ๖ คือการขอให้ประสานงาน ไปยังโรงเรียนของรัฐในพื้นที่เขตสายไหม วันนี้เพื่อนสมาชิกผม สส. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เพื่อรับบุตรสาวของผู้ร้องซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ไม่มีหลักฐาน ทางทะเบียนราษฎรเข้าเรียนชั้นอนุบาลหรือชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ท่านแก้ปัญหา ๑ เรื่อง ใช้เวลา ๒ วันเป็นประโยชน์มาก ก็คือโรงเรียนแห่งนี้พูดกันง่าย ๆ คือไม่รับเด็กที่ไม่มีสถานะ เข้าเรียน แต่เรื่องเดียวแบบนี้คือ ๑ ใน ๔๓๘ โรงเรียนสังกัด กทม. ยังไม่รู้ว่ามีโรงเรียนแบบนี้ ในประเทศไทยอีกมากน้อยขนาดไหน ยังไม่รู้ว่ามีเด็กที่ไม่มีสถานะ แต่พอเข้าไปเรียนแล้วมัน ต้องลงระบบรหัสที่เรียกว่า Generate Code หรือตัว G สส. อาจารย์จวง ปารมี ไวจงเจริญ เสนอ ญัตติต่อสภาแห่งนี้ไว้บอกว่าต้องการศึกษาตัว G อย่างเป็นระบบ ผมคิดว่าท่านประธานกรุณา นิดหนึ่งครับว่า ให้ตัวแทนผู้ตรวจการท่านบอกหน่อยได้ไหมครับว่า กรณีปัญหา ๑ เรื่องอันนี้ที่เขตสายไหม ถ้าท่านเปิดไม่ทัน หน้า ๑๖๐-๑๖๑ จะสะท้อนปัญหาเชิงระบบ ของประเทศอย่างไร พูดกันภาษาบ้าน ๆ คือ Education for All ท่านช่วยเราหน่อย ถามกระทรวงศึกษาธิการว่าวันนี้ไม่มีเด็กคนใดที่ไม่มีหลักฐานแล้วไปโรงเรียนแล้วไม่รับ ไม่มีแล้วใช่หรือไม่ เมื่อเข้าไปโรงเรียนแล้วไม่มีตกหล่นที่จะออกรหัส G แล้วใช่หรือไม่ จริง ๆ ตกหล่นนะครับ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนไปเรียนแค่ ๑๐๐,๐๐๐ คน ออกรหัส G ได้ ๘๐,๐๐๐ คน และเมื่อมีเลขรหัส G แล้วสามารถนำไปสู่การลงรายการสถานะบุคคล ได้หรือไม่ ๘๐,๐๐๐ คนที่ผมเอ่ยเมื่อสักครู่ไปลงสถานะเหลือเท่าไรนะครับอาจารย์จวง ๓๐,๐๐๐ คน นี่ต่างหากที่เป็นปัญหาเชิงระบบและเกี่ยวข้องกับเด็กทั้งประเทศครับ ผมรบกวนท่านประธานใช้เวลาไม่เกินเพื่อนสมาชิกท่านอื่นเลยครับ เอาตามกรอบ เขาใช้เท่าไรผมใช้เท่านั้น แต่ผมคิดว่า ๔ ประเด็นที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยัง ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเป็นประโยชน์ถ้าท่านได้กรุณาขยายความแล้วเสนอต่อสภาแห่งนี้ ท่าน อย่าลืมรายงานเชิงระบบเรื่องเด็กเล็กนะครับ ขอสักเล่มหนึ่งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ