ปรเมษฐ์ จินา แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะที่พึ่งของประชาชน พร้อมเสนอข้อสังเกตจากผลการศึกษาปี 2565 เพื่อประกอบการพิจารณา โดยหารือปัญหาข้อร้องเรียนที่ค้างจำนวนมาก ปัญหาการบริหารจัดการที่ดิน การค้างจ่ายค่าตอบแทนหน่วยงานกู้ชีพกู้ภัยและเกี่ยวข้องโควิด-19 ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรม และปัญหาการเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล พร้อมเสนอแนวทางปรับระบบการทำงาน เร่งถอดบทเรียน จัดลำดับความสำคัญ ตั้งคณะทำงานบูรณาการ และพัฒนารูปแบบการทำงานใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและทันท่วงที
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะ ปรเมษฐ์ จินา พรรครวมไทยสร้างชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็ขออนุญาตแลกเปลี่ยนมุมมองอีกส่วนหนึ่ง เนื่องจากว่าชื่อชั้นของผู้ตรวจการแผ่นดินก็คงจะเป็นที่พึ่งของพ่อแม่พี่น้องประชาชน เพราะชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องของการตรวจการแผ่นดินนะครับ เพราะฉะนั้น ในประเด็นต่าง ๆ ที่สมาชิกพวกเราได้นำเสนอก็คงจะเป็นประโยชน์ แล้วก็จากการศึกษา รายงานของท่าน ปี ๒๕๖๕ ทั้งเล่ม ก็ขอประมวลภาพสรุปไม่นานนะครับ
ส่วนที่อยากจะนำเรียนเพราะว่าเรื่องที่ท่านรับมา ๕,๒๕๐ เรื่อง ในปี ๒๕๖๕ ตามเอกสารมันเป็นเรื่องที่ยกมาจากปีก่อน ๒,๑๙๑ เรื่อง แล้วก็รับใหม่ในปี ๒๕๖๕ ๓,๐๕๙ เรื่อง อันนี้ถ้าเรามาดูข้อมูลแล้วก็พบว่ามันเป็นเรื่องที่อาจจะต้องมีการปรับรูปแบบในการทำงาน เนื่องจากว่ามันจะมีคำกล่าว หลายท่านก็คงจะได้ยินว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็เปรียบเสมือน ความอยุติธรรม อันนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะว่าถ้ากรณีที่ชาวบ้านเขาค้างคาอยู่ถึง ๒,๑๙๑ เรื่อง อันนี้ก็จะเป็นทุกข์เขาข้ามปีเลยนะ เราจะมีวิธีการทำอย่างไร อาจจะมีการถอดบทเรียน ที่ผ่านมาว่าทำอย่างไร แล้วก็มีการจัดลำดับความสำคัญว่าจะดำเนินการเชิงรุกอย่างไร ให้สามารถที่จะ Clear ได้ในแต่ละปี เหมือนที่ศาลเขาก็จะมีผู้ไกล่เกลี่ย มีคดีมโนสาเร่ เราก็ลองไปจัดรู้ว่าเรื่องอะไรที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เราก็มีการจัดระบบ แล้วก็ที่สำคัญ มองว่าถ้าเราจะทำงานเชิงรุก แทนที่จะรับเรื่องร้องเรียนจากเส้นทางต่าง ๆ จากช่องทางต่าง ๆ ณ วันนี้ผมมองว่าผมเข้ามาอยู่ในสภาก็ได้ดูข้อมูล ข้อหารือก่อนที่เราจะมีการประชุม ถ้ามีการรวบรวมแล้วก็ประสานทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าเลขาธิการรัฐสภา แล้วก็ประสานข้อมูลไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง แล้วก็อีกช่องทางหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ท่านประธานอาจจะมี Connection ในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัด ก็จะมี ศูนย์ดำรงธรรมของแต่ละจังหวัด ซึ่งแต่ละเรื่องส่วนมากก็จะร้องไปที่ศูนย์ดำรงธรรมก่อน ก่อนที่จะถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ถ้าเราสามารถจะเก็บข้อมูลตรงนั้น บูรณาการข้อมูลตรงนั้นได้ เราก็สามารถที่จะลดข้อร้องเรียนหรือว่าทำการเกลี่ยปัญหา หรือว่าแบ่งในส่วนของ ที่ยังค้างคาอยู่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เขาสามารถจะแก้ปัญหาเบื้องต้นได้ ช่วยกันแก้ไข เราก็เลือกประเด็นที่มันใหญ่ ๆ แล้วก็กระทบกระเทือนทั้งระบบ อันนี้ก็จะมาจัดลำดับความสำคัญ
ทีนี้มาดูว่าในส่วนของ Top Five ในหน่วยงานที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุด ลำดับแรกเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลำดับที่ ๒ กระทรวงมหาดไทย ลำดับที่ ๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลำดับที่ ๔ กระทรวงคมนาคม แล้วก็ลำดับที่ ๕ เป็นของ กระทรวงยุติธรรมเอง ๕ ลำดับนี้เรามาทำอย่างไรให้มีการตั้งคณะทำงานและเข้าไปดู แล้วก็ทำการแก้ไขในส่วนของ ๕ ลำดับแรกนี้ให้สามารถจะทุเลาเบาบาง แล้วก็ในส่วนของจังหวัด ๕ จังหวัดแรกที่มีปัญหาเรื่องร้องเรียนมากที่สุด ลำดับที่ ๑ กรุงเทพมหานคร ๑,๓๐๐ กว่าเรื่อง ลำดับที่ ๒ นนทบุรี ลำดับที่ ๓ ชลบุรี ลำดับที่ ๔ ร้อยเอ็ด ลำดับที่ ๕ เชียงใหม่ ลองดูว่านอกจากจะจัดทีมงานลงไปทำการแก้ไขปัญหาในหน่วยงานแล้วก็มาดูในรายจังหวัด แล้วเราก็สามารถจะทำงานแบบบูรณาการ สามารถจะดำเนินการให้เสร็จไปแต่ละปี เพื่อป้องกันในเรื่องของความล่าช้าของแต่ละหน่วยงาน ยกตัวอย่าง พื้นที่ที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้ และส่วนราชการไปประกาศเป็นที่ของส่วนราชการทับพื้นที่ที่เขาอยู่มาชั่วปู่ชั่วย่าแล้ว ทีนี้เขาก็เข้าใจว่าเขาดำเนินการมาแล้วหลายชั่วคน เขาก็ส่งเครื่องจักร สมมุติว่าเอารถแบคโฮลงไป ปรับสภาพที่เมื่อผลผลิตแรกของเขาหมดอายุที่จะต้องเปลี่ยนไปปลูกรุ่นใหม่ พอเข้าถึงปั๊บ มันก็จะมีหน่วยงานเข้าไปยึดรถ ยึดเครื่องมือทำมาหากิน ถ้าเราค้างไว้เป็นปีแบบนี้ เขาก็อาจจะล่มสลายได้ อันนี้ก็คงจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็นภาพ
ในส่วนประเด็น ผมก็มองว่าท่านคงจะมีประสบการณ์อยู่ตรงนี้มาหลายปี เพราะว่าข้อมูลเบื้องต้นที่ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้นำเรียนว่าท่านสามารถที่จะ แก้ปัญหาไปแล้วถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าเรื่อง เกือบ ๖๐,๐๐๐ เรื่องแล้ว ดูจากเอกสาร เล่มนี้ก็พบว่า
ประเด็นแรกก็คือในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบต่าง ๆ มา ที่คุณร่มธรรม ขำนุรักษ์ ได้นำเรียนเบื้องต้น อันนี้ก็เป็นอีก Model หนึ่งที่คิดว่า มีหลายจังหวัดแล้วก็มีหลายรูปแบบที่เขามีต้นแบบในการแก้ปัญหาแล้ว ถ้าเรามีปัญหาเดิม เกิดขึ้น แล้วก็มีการร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินมาที่ปัญหาเดิม เราก็คงจะมีช่องทาง แล้วก็เป็นบทเรียนที่สามารถจะให้คนอื่นเข้าไปแก้ไขได้แล้ว เพราะว่าเรามีมาตรฐาน ในการแก้ปัญหาตรงนั้นอยู่แล้ว ก็ลองพิจารณาดูเป็นรายกรณีไปนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คงจะเป็นในเรื่องของการประเมิน หรือว่าในส่วนของ การค้างจ่ายค่าตอบแทนต่าง ๆ ของส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการกู้ชีพ กู้ภัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ COVID-19 อันนี้ก็มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถจะเข้าไปดูข้อมูลตรงนั้นก็สามารถจะแก้ไขปัญหาได้นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ก็เป็นเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากสถานประกอบการ ต่าง ๆ ณ วันนี้ที่เราได้รับข้อมูลผ่านมาที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นโรงงานแปรรูป โรงงานเกี่ยวข้องกับการทำน้ำแข็ง หรือว่าโรงงานที่ผลิตแล้วก็มีสารปนเปื้อนไปกระทบ กับสิ่งแวดล้อมซึ่งก็เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นนะครับ
ประเด็นที่ ๔ ในเรื่องของการเข้าถึงระบบบริการไฟฟ้า มีหลายแห่ง ที่เขาไปสร้างเป็นหมู่บ้านแล้วก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วก็บางแห่งที่อยู่ไกลจากการขยายเขต ของการไฟฟ้าก็ไม่สามารถจะใช้ไฟฟ้าในการดำรงวิถีชีวิตของตนเองได้นะครับ อันนี้ก็เป็น ประเด็นที่เรียบเรียงมาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นประเด็น ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ลองดูว่า มาพลิกรูปแบบในการทำงานใหม่ ซึ่งจากการที่ท่านทำมาก็ขอชื่นชมนะครับ แล้วก็ ขอให้กำลังใจที่จะทำ แล้วก็หารูปแบบใหม่ ๆ มาทำเพื่อไม่ให้มันมีการค้างอยู่ในแต่ละปี มากเกินไปขอบคุณมากครับ