เอกราช ตั้งข้อสังเกตผลงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ห่วงร้องเรียนค้างเกินครึ่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

เอกราช อุดมอำนวย ตั้งข้อสังเกตต่อการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินและสำนักงานรับเรื่องร้องเรียน ทั้งในด้านสถิติเรื่องร้องเรียนที่ค้างอยู่จำนวนมาก ระยะเวลาพิจารนายาวนาน กระทบต่อประชาชน พร้อมยกตัวอย่างปัญหาสำคัญในชีวิตประจำวัน เช่น การจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ การขาดแคลนไฟฟ้า และการจัดหาวัคซีน จึงเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าอย่างโปร่งใสผ่านเว็บไซต์ ขณะเดียวกัน ท้วงติงคำสั่งของตำรวจที่เกี่ยวกับการขออนุญาตของคนต่างด้าวว่าขัดหลักความเสมอภาค ตั้งคำถามถึงการขาดดุลขององค์กรและสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณที่สูงในด้านบุคลากร พร้อมเสนอให้ทบทวนวินัยการเงิน วิพากษ์การผลิตไฟฟ้าของรัฐที่ไม่สอดคล้องรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้อำนาจตรวจสอบรัฐบาล ผลักดันการปรับปรุงกฎหมายที่ซับซ้อน และติดตามปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศอย่างจริงจัง

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นขอชื่นชมสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ท่านจัดทำรายงานฉบับนี้ เรียบเรียงเนื้อหา แล้วก็เรื่องร้องเรียน ผลประเมินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะที่ผมเป็น ผู้ที่ใช้บริการในการร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินบ่อย ๆ นะครับ แต่ละปีท่านก็จะมีการส่ง แบบประเมินปลายปีมาให้ช่วยทำ แล้วก็จะมีหน้ากาก ของที่ระลึกจากชาวบ้าน เจลแอลกอฮอล์อะไรอย่างนี้ครับ ก็เป็นการเข้าถึงประชาชนแบบมีประสิทธิภาพ เป็นการทำงานเชิงรุก ก็มองครบทุกมิติ ได้มีการติดตามผู้ที่ร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับ วันนี้ผมมีเรื่อง ๔ ประเด็น ที่อยากจะชวนท่านประธานมาดูข้อสังเกตสำหรับรายงานประจำปี ๒๕๖๕

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรื่องแรก เป็นเรื่องของสถิติ ในการดำเนินการจัดการเรื่องร้องเรียน ๒ ปีย้อนหลังจะเห็นว่าสัดส่วนการดำเนินงานเสร็จสิ้น ประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ในทั้ง ๒ ปี และอีก ๔๕ เปอร์เซ็นต์จะถูกยกยอดไปดำเนินการในปี ถัดไป ผมมีข้อสงสัยนะครับว่าท่านได้ลำดับความสำคัญในการตรวจสอบและเร่งรัด การร้องเรียนอย่างไร จะเห็นว่ามีเรื่องร้องเรียนเกือบครึ่งหนึ่งถูกยกไปดำเนินการในปีถัดไป ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องระยะเวลา ก็จะเห็นว่าระยะเวลาในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกินกว่า ๖ เดือนขึ้นไป เมื่อรวมกับเรื่องที่ร้องเรียนเกินกว่า ๑ ปี รวมกันมากกว่าร้อยละ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรื่องร้องเรียนเกือบครึ่งถูกยก ในปีถัดไปมันก็เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะว่าปัญหาความเดือดร้อนพี่น้อง ประชาชนรอนานแบบนี้ไม่ได้

ข้อสังเกตที่ ๒ คือตัวอย่างของการดำเนินงานรับเรื่องร้องเรียนที่ สตง. ได้ลงในรายงานนะครับ ผมขอยกมา ๔ เรื่อง ต้องขอชื่นชมว่าประเด็นที่ท่านได้ให้ความสำคัญ ส่วนใหญ่ก็ยึดโยงกับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการจ่าย เบี้ยผู้สูงอายุ ท่านได้เคยมีข้อเสนอแนะให้กระทรวงมหาดไทยปรับแก้หลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ย ผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้าเมื่ออายุครบ ๖๐ ปี ให้ได้รับเงินทันที แต่ว่าตอนนี้มันมี การเปลี่ยนแปลงการจ่ายผู้สูงอายุ เพราะว่า ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรัฐมนตรี ช่วยว่าการในขณะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้ได้รับเบี้ยยังชีพ เป็นผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติที่กฎหมายว่าด้วย ผู้สูงอายุกำหนด อันนี้ผู้ตรวจการจะ Follow หรือจะติดตามในประเด็นแบบนี้อย่างไร หรือว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการที่มีการเสนอให้ ครม. ดำเนินการแก้ไข ให้ประชาชนเข้าถึงไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งผมเห็นข้อมูลแล้วก็ตกใจนะครับว่ามีพี่น้องคนไทย ยังไม่มีไฟฟ้าเกือบ ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน รวมถึงโรงเรียนอีกกว่า ๔๐๐ แห่งทั่วประเทศ จึงอยากฝากผู้ตรวจการว่าจะติดตามเรื่องนี้กับรัฐบาล อยากให้ท่านเสนอในหน้า Website ของสำนักงานเลขว่ารอเรื่องนี้มากี่วันแล้ว อยู่ในขั้นตอนไหน ท่านจะได้สรุปให้พี่น้อง ประชาชนได้เห็น ซึ่ง พ.ร.ป. ก็เขียนชัดในเรื่องของการรายงานต่อพี่น้องประชาชน

อีกตัวอย่าง ก็คือเรื่องของการที่ผู้ตรวจการมารับเรื่องกรณีหน่วยงานรัฐจัดหา วัคซีนที่ประชาชนร้องเรียนที่ผ่านมา เรื่องของวัคซีนต่างๆ ผมก็อยากจะรู้ว่าเรื่องที่ร้องเรียนมานี้ รับมาวันไหน และท่านได้ส่งเรื่องอย่างไร แล้วก็การติดตามจากหน่วยงานนั้นเป็นอย่างไร อยากให้ท่านระบุใส่ไปในรายงานเพื่อจะได้เห็นกรอบระยะเวลาและการให้ความสำคัญของ เรื่องงานและการปฏิบัติของหน่วยงานว่ามันเร่งรัดขนาดไหน อย่างเช่นถ้าลงไปมันจะชัดเจน มากขึ้น

อีกเรื่องที่ผมสะดุดใจมากก็คือเรื่องของมีคนไปร้องท่านว่าคำสั่งของ สตช. ที่ ๓๒๗/๕๗ หลักเกณฑ์เงื่อนไขการพิจารณาคนต่างด้าวขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร ท่านวินิจฉัยว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม ซึ่งขัดกับหลัก ความเสมอภาค ผมก็อยากให้ท่านตามเรื่องดังกล่าวต่อไปด้วย และ Slide นี้เป็นเรื่องของ งบทางการเงินซึ่งทาง สตง. ได้ตรวจสอบว่าท่านมีงบประมาณที่ติดลบ ๔๐ ล้านบาท ผมก็เลย อยากจะถามว่าท่านจะทำอย่างไร เพราะว่างบประมาณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับบุคลากร เกือบร้อยละ ๗๐ เป็นไปได้หรือไม่ว่าท่านจะทบทวนการใช้จ่ายงบประมาณในหมวดนี้ มีส่วนไหนที่สามารถปรับลดหรือตรวจหาจุดบกพร่องทางวินัยขององค์กรต่อไปได้

ข้อสังเกตสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ได้มีผู้อภิปรายเรื่องของนโยบายการจัดสรรการผลิตสาธารณูปโภคโดยเฉพาะไฟฟ้า โดยตามรัฐธรรมนูญระบุว่ารัฐจะต้องเป็นผู้ผลิตสาธารณูปโภคเอง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แต่รายงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินพบว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีตัวเลขการผลิตอยู่ที่ ๓๓ ส่วนที่เหลือซื้อไฟฟ้า จากเอกชน เท่ากับว่ารัฐไม่ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซ้ำยังเป็นสาเหตุที่ผลักภาระ ส่วนต่างสัมปทานต่าง ๆ ไปให้พี่น้องประชาชนจึงอยากฝากให้ท่านตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ด้วยว่าจะดำเนินการตรวจสอบเงื่อนไขทั้งในแง่กฎหมาย ในเรื่องของการปฏิบัติในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่นายทุน ผู้ตรวจราชการมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างไร และจะติดตามเรื่องนี้อย่างไร ผมเห็นใจในเรื่องของการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านได้เขียนปัญหาอุปสรรคเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องของการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองเอาไว้ในเรื่องของความไม่ชัดเจนในการตีความ พ.ร.ป. ประกอบ รัฐธรรมนูญ ทั้งเรื่องของการฟ้องคดีรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๔๗ (๒) (๔) หรือว่าเงื่อนไข การฟ้องคดีตามมาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีความชัดเจน มีความซับซ้อนจนทำให้ ผู้ร้องเรียนประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึงสาระสำคัญและการร้องเรียน อ่านแล้วยาก ขนาดสภาแห่งนี้หรือนักกฎหมายบางท่านก็ยังงงกับลำดับขั้นตอนต่าง ๆ และในส่วนของที่ท่านลงไว้ว่ากรณีที่หน่วยงานรัฐไม่ยอมให้ข้อมูลหรือไม่ยอมชี้แจงข้อเท็จจริง ผมในฐานะผู้แทนราษฎรก็อยากจะเสนอว่าให้ท่านใช้ช่องทางทางกฎหมายในฐานะที่ท่าน เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ใน พ.ร.ป. นี้ มาตรา ๒๙ และเขียนบทกำหนดโทษ เอาไว้ชัดเจนตามมาตรา ๕๕ อยากให้ท่านจัดการหน่อย ลงดาบหน่อย อยากให้หน่วยงาน ของท่านลุกขึ้น นอกจากท่านจะรอรับเรื่องร้องเรียนอยากให้ท่านตั้งเรื่องสำคัญ ๆ ของสังคม อย่างกรณีเรื่องความเท่าเทียมทางเพศข้อบังคับของเนติบัณฑิตยสภาสอดคล้องกันไหม ท่านตั้งเรื่องเสนอปรับปรุงพวกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ในกระทรวง ทบวง กรมได้เลย ก็อยากให้ ท่านลองติดตามนะครับ ด้วยเวลาจำกัดก็ฝากท่านประธานเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ