ธีระชัย ตั้งคำถามผลงาน-อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้ทบทวนความล่าช้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ธีระชัย แสนแก้ว ตั้งข้อซักถามถึงผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ร้อยละ 60 พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าและขั้นตอนที่ซับซ้อนของหน่วยงานรัฐที่ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงสอบถามความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายตามมาตรา 22 (1) และตั้งคำถามถึงความชอบธรรมและขอบเขตอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีการส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชะลอการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยแสดงความกังวลต่อการก้าวก่ายอำนาจระหว่างสถาบันและผลกระทบต่อกระบวนการนิติบัญญัติ

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๗ ประกอบไปด้วยอำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอเมือง ๑ ตำบล คือตำบลหนองไผ่ ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังการรายงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ด้วยความเคารพท่านสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผมเพิ่งทราบว่าท่านเป็นประธานของผู้ตราวจการแผ่นดินในวันนี้ ท่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หลายจังหวัดครับ ด้วยความคุ้นเคยท่าน แต่ในขณะเดียวกันตัวเลขที่ผมจะต้องถามท่านนิดหนึ่ง ที่ท่านรายงานมาก็ดีอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าทำได้ไม่ตรงเป้าหมาย ก็เลยมีข้อข้องใจ นิดหนึ่งว่า จากปี ๒๕๖๕ ซึ่งสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายนนี้จากการรายงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชน ๕,๐๐๐ กว่าเรื่องตามที่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้ว และทำได้เพียงนี้ เพียงแต่ว่ามันต่ำกว่าตัวชี้วัด เพราะว่าตัวชี้วัด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ทำได้ ๕๔ ผมเห็นว่า การดำเนินการของผู้ตรวจการแผ่นดินต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่านั้นละครับ ในประเด็นนี้ ผมอยากจะขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ในปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานั้น เหตุใดท่านจึงดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการการร้องเรียนของพี่น้อง ประชาชนได้ต่ำกว่าตัวชี้วัด ท่านมีอุปสรรคหรือปัญหาอะไรบ้างจึงทำให้ตัวเลข ที่ท่านได้ดำเนินการเป็นตัวเลขที่น้อย ตกกว่าตัวชี้วัด ขอถามต่อครับ ปีงบประมาณใดบ้าง ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถดำเนินการแก้ปัญหาและจัดการร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ กระผมได้เปิดอ่านรายงานพบผลสำรวจ ผลดำเนินการตามมาตรา ๒๒ (๑) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ เพียง ๑๔ เรื่อง และท่านได้ยกตัวอย่างแค่ ๔ เรื่องเท่านั้นเองครับ ซึ่งมันสำคัญมาก มาตรานี้ กำหนดให้ท่านมีหน้าที่เสนอต่อหน่วยงานของรัฐ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มีหน้าที่ในการบริการดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลสารทุกข์สุขดิบ และมีการปรับปรุงแก้ไข ยกเลิกกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือขั้นตอนในการปฏิบัติงานที่มี ความสลับซับซ้อน ขั้นตอนที่ไม่จำเป็น แล้วยังก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน นี่มันเป็นภาระของพี่น้องประชาชนโดยไม่สมควรแก่เหตุครับ กระผม จึงอยากจะขออนุญาตเรียนถามว่า พ.ร.ป. ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้บังคับใช้มา ๕-๖ ปีแล้ว ท่านได้ดำเนินการเสนอแนะหน่วยงานรัฐ กระทรวง ทบวง กรม ตามมาตรา ๒๒ (๑) ไปแล้วกี่เรื่อง และหน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามคำเสนอแนะของท่านหรือไม่ อย่างไรนะครับ ในประเด็นนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากท่านประธาน โดยเฉพาะการทำงานของ หน่วยงานต่าง ๆ จริง ๆ แล้วควรที่จะต้องมีไว้เพื่อสนองตอบความต้องการของพี่น้อง ประชาชน ควรจะมีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน รวมไปถึง การออกกฎหมาย ออกระเบียบต่าง ๆ ควรทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความคุ้มครองสิทธิ ที่ได้รับประโยชน์จากการทำงานของหน่วยงานของรัฐ แต่ทุกวันนี้ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนกลับต้องมาเจอกับปัญหา กับขั้นตอนมากมายซับซ้อนต้องเจอกระบวนการ ทำงานต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐ กระทรวง กรมต่าง ๆ ตั้งแต่อำเภอหน่วยงานที่ล่าช้า ซ้ำซ้อน เวลาประชาชนไปติดต่อแล้วก็มีปัญหา ความหมายก็คือว่ารอก่อน พนักงานน้อย วันนี้ลา รอไปอีก ๒-๓ วัน โดยเฉพาะอย่างกรมที่ดินอะไรลักษณะอย่างนี้หรือหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนมีเยอะแยะซึ่งไม่ต้องเอ่ยชื่อที่นี่จนทำให้พี่น้องประชาชน หันหลังให้ เบื่อหน่ายกับระบบ เพราะว่าไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจ ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ของราชการเพราะเกิดจากขั้นตอนที่ไม่มีความจำเป็นแล้วยังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย อีกมากมายหลายร้อยหลายพันฉบับที่ออกมานานบางฉบับก็ล้าสมัย ไม่เหมาะสม กับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในยุคปัจจุบัน ท่านก็ควรจะศึกษาและเสนอแนะเพื่อที่จะให้มีการร่างกฎหมาย แก้กฎหมาย ก็ได้ครับ หลาย ๆ เรื่องก็ได้เพราะว่าท่านมีหน้าที่ในการที่จะให้คำชี้แจงเสนอแนะในเรื่องต่าง ๆ ในฐานะผู้ตรวจการแผ่นดิน

ประการสุดท้าย ท่านครับ ผมขอถามเกี่ยวกับกรณีซึ่งผมมีข้อข้องใจมา ว่าจากกรณีการส่งคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับ การที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุติชะลอการเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อ ๒ เดือนก่อน ภายหลัง จากที่รัฐสภาลงมติไปแล้ว คือท่านไปขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภางด หยุด ชะลอ การเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อรอให้ศาลวินิจฉัย ทำให้การเลือกนายกรัฐมนตรีช้าไปอีกเป็นเดือน อันนี้กระผมเคลือบแคลงสงสัยเท่านั้นละ ไหน ๆ ก็แล้วไปแล้ว แต่ผมขอถาม เพื่อเป็นความรู้เพื่อเป็นกฎหมาย ในการยื่นเรื่องยื่นคำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งชะลอ การเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของท่าน หรือไม่ หรือท่านส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะทำตามกระแส หรือเกรงกลัวความกดดัน หรือกลัว Tour ลง ท่านถึงตัดสินใจยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาหยุดชะลอไม่ให้รัฐสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ท่านตรวจสอบดีแล้วหรือไม่ครับ อย่างไรครับ เอาเป็นความรู้ ทุกท่านอยู่ในสภาก็จะได้มีความรู้ โดยเฉพาะการกระทำของรัฐสภานั่นคือมีมติเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ของสภาแล้วท่านข้ามแดนอำนาจมาตรวจสอบว่ารัฐสภาทำถูกต้องหรือไม่ เป็นการก้าวก่าย ฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ครับ กระผมคิดจนนอนไม่หลับครับ กระผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ ของผู้ตรวจการแผ่นดินใช่หรือไม่ครับ แล้วต่อไปถ้ารัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติ พวกผมออกกฎหมายเพื่อพี่น้องประชาชน ได้รับความไว้วางใจของพี่น้องประชาชน ๗๐ ล้านคน ได้รับเลือกตั้งมา ออกกฎหมายสักฉบับหนึ่งถ้ามีคนส่งคำร้องร้องเรียนไปศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายนี้ไม่ชอบโน่นนี่นั่น แล้วจะทำอย่างไร มันถูกต้องหรือไม่ แล้วทีนี้พวกผม ถ้ามันเป็นไปได้ก็หมายความว่าคณะกรรมการก็จะมีอำนาจเหนือสภานิติบัญญัติ อันนี้ข้องใจ เฉย ๆ ครับ กระผมขอยกตัวอย่างเช่นรัฐสภามีมติแก้ไขกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งสักฉบับ แล้วใครสักคนส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมันก็จะเกิดปัญหาอย่างนี้ ดังนั้นผมจึงขอให้ การทำงานของท่านจะต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจท่าน ท่านต้องทำเพื่อความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชน และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ พี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงหน่วยงานของรัฐ ดูแลให้อย่างรวดเร็วไม่ล่าช้า เพราะความล่าช้าคือความไม่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ