ธิษะณา เสนอปรับระบบร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่มประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ธิษะณา ชุณหะวัณ หารือปัญหาเรื่องร้องเรียนที่ค้างอยู่กับผู้ตรวจการแผ่นดินจำนวนมาก ทั้งยังท้วงติงการใช้ทรัพยากรที่มุ่งพิจารณาเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจตามกฎหมายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้เรื่องสำคัญล่าช้า จึงเรียกร้องให้มีการคัดกรองเรื่องก่อนยื่นและปรับปรุงระบบการร้องเรียนออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเชื่อมโยงบริการได้ดีขึ้น โดยเสนอให้ยึดตัวอย่างจากประสบการณ์ของนิวซีแลนด์เพื่อเพิ่มความชัดเจนในขั้นตอนและขอบเขตอำนาจ.

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

ขอ Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เรียนท่านประธานนะคะ วันนี้ดิฉันมาอภิปรายเรื่องการรับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ และรายงานผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ดิฉันเข้าใจว่าปัญหาความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรมของประชาชนชาวไทยที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐยังมีอยู่มากค่ะท่าน แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนในเขตของดิฉันและนอกเขตอยู่อย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับทุกวันนี้ประชาชน มีความตื่นรู้ถึงสิทธิและเสรีภาพของตนเองมากยิ่งขึ้นค่ะ ดิฉันจึงไม่แปลกใจที่จำนวน เรื่องร้องเรียนในปี ๒๕๖๕ ที่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนได้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน จะมีสูงถึง ๓,๐๕๙ เรื่อง ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับเรื่องร้องเรียนที่ค้างพิจารณามาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ แล้วจะพบว่ามีเรื่องร้องเรียนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องพิจารณามากถึง ๕,๒๕๐ เรื่อง แต่เมื่อไปดูตัวเลขผลการดำเนินการเรื่องร้องเรียนของผู้ตรวจการแผ่นดิน ดิฉันกลับพบว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินงานเสร็จไปแล้วเพียง ๒,๘๓๙ เรื่องเท่านั้น ซึ่งคิดเป็น ๕๔.๐๘ เปอร์เซ็นต์ของเรื่องร้องเรียนที่ต้องพิจารณาทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก ๒,๔๑๑ เรื่อง หรือคิดเป็น ๔๕.๙๒ เปอร์เซ็นต์ ให้ยกไปดำเนินการในปี ๒๕๖๖ จำนวนเรื่องร้องเรียน เหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขประจำปี แต่คือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ได้รับความ เป็นธรรมจำนวนไม่ต่ำกว่า ๒,๔๑๑ คน ยังคงไม่ได้รับการเยียวยาหรือแก้ไขปัญหา หรือได้รับ ความเป็นธรรมจากความทุกข์ร้อนของพวกเขา เขามาขอร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นที่พึ่ง แต่สิ่งที่พวกเขากลับได้รับคือให้ยกไปดำเนินการในปี ๒๕๖๖ แทน ดิฉันจึงอยากฝากประเด็นนี้ ผ่านท่านประธานไปถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้เร่งดำเนินการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของ พี่น้องประชาชนให้ได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็วค่ะท่านประธาน โดยครั้งที่แล้วดิฉัน ก็ได้ยกยกตัวอย่างจากพลเรือนในเขตของดิฉันที่ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม ปี ๒๕๕๓ จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าหรือการ Update ถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้ร้องเรียนก็ยังคงทวงถามจากดิฉัน Slide ถัดไปค่ะ นอกจากประเด็นเรื่องร้องเรียนที่ยกให้ ไปดำเนินการในปี ๒๕๖๖ ตามที่กล่าวมาแล้ว ดิฉันยังได้ไปค้นคว้าสถิติจำนวนเรื่องร้องเรียน ที่ค้างพิจารณาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นมา จากข้อมูลจะพบว่ามีแนวโน้มเป็นอย่างมาก ที่เรื่องร้องเรียนที่ค้างพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินจะเพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี อันอาจจะทำให้ ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาดินพอกหางหมูค่ะท่านประธานที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรง มากยิ่งขึ้น ดิฉันจึงอยากฝากประเด็นนี้ผ่านท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือไม่ได้รับ ความเป็นธรรมได้รับการเยียวยา แก้ไขปัญหาหรือความเป็นธรรมโดยเร็วค่ะ

ในหัวข้อถัดไปที่ดิฉันจะอภิปรายในวันนี้ คือข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ โดยมากเป็นเรื่องที่ห้ามรับไว้พิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินค่ะ ท่านประธาน ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ตามกฎหมายฉบับนี้ที่บัญญัติเรื่องที่ห้ามไม่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรับไว้ตามมาตรา ๓๗ ในส่วนนี้ดิฉันขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดเนื่องจากข้อจำกัดทางเวลา โดยหลักรายงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินฉบับนี้พบว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ได้ดำเนินการร้องเรียนแล้วเสร็จ ทั้งสิ้น ๒,๘๓๙ เรื่อง แต่เมื่อได้ไปดูในเนื้อหาของเรื่องร้องเรียนที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว โดยส่วนใหญ่กลับปรากฏว่าเป็นเรื่องตามมาตรา ๓๗ หรือเป็นเรื่องที่ห้ามรับไว้พิจารณาถึง ๒,๕๖๕ เรื่อง หรือคิดเป็น ๙๐.๓๕ เปอร์เซ็นต์ ของเรื่องร้องเรียนที่ได้รับการพิจารณาแล้ว เสร็จทั้งหมด จากตัวเลขนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทุ่มเททรัพยากรที่มาจาก เงินภาษีน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องประชาชนไปใช้ในการพิจารณาเรื่องที่ต้องห้ามไม่ให้พิจารณา ดิฉันคิดว่าหากเรานำทรัพยากรเหล่านี้ไปมุ่งเรื่องที่อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของผู้ตรวจ ราชการแล้วจะมีประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือได้รับความไม่เป็นธรรมได้รับการ เยียวยาแก้ไขปัญหาและได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ดิฉันคิดว่า หากปล่อยให้มีการดำเนินการเช่นนี้ต่อไปก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาหลายประการตามมาค่ะ เช่น เรื่องร้องเรียนที่ค้างพิจารณามีจำนวนมากยิ่งขึ้น ๒. เรื่องร้องเรียนที่อยู่ในขอบเขต อำนาจกลับไม่ได้รับการพิจารณาโดยเร็ว ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับ ความไม่เป็นธรรมต้องทนทุกข์จากความเดือดร้อนยิ่งกว่าที่ควร และการใช้จ่ายงบประมาณ ที่ไม่เกิดผลประโยชน์สูงสุด หรือไม่ถึงเป้า KPI นั่นเองนะคะ ดิฉันคิดว่าปัญหานี้น่าจะเป็น ที่มาของปัญหาที่ประชาชนอาจจะไม่เข้าใจถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ หรือไม่มี การประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนถึงขั้นตอนตามกฎหมายที่ประชาชน ต้องดำเนินการก่อนยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ดิฉันเชื่อว่าสามารถ แก้ไขได้ด้วยกระบวนการคัดกรองก่อนที่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม จะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งดิฉันจะนำเสนอในส่วนถัดไป ขอ Slide ถัดไปค่ะ

ดิฉันได้ไปทดลองใช้ระบบการร้องเรียนผ่าน Internet ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีความโปร่งใสอันดับ ๑ ของโลกจากข้อมูลของ CPI ในปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา จากการทดลองใช้ระบบดังกล่าวดิฉันจึงมีข้อเสนอแนะให้ ผู้ตรวจการแผ่นดินท่านสามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้ค่ะ ๑. ต้องมีกระบวนการคัดกรอง ก่อนที่ประชาชนจะยื่นเรื่องโดยอธิบายถึงขอบเขตอำนาจว่าเรื่องใดที่อยู่ในขอบเขตอำนาจ และเรื่องใดที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการให้ชัดเจนว่าประชาชน ต้องไปดำเนินการใด ๆ ก่อนทำเรื่องร้องเรียนหรือไม่ ๒. ให้คำแนะนำ โดยต้องมีทั้งตัวอักษร ภาพและเสียงประกอบด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช่ภาษากฎหมาย เพื่อให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าใจ ต้องสะดวกในการเข้าถึงของประชาชน มีความเชื่อมโยงกับจุดบริการ ให้คำปรึกษาหรือทำเรื่องร้องเรียนนั้น ๓. ในกรณีที่เรื่องใดไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของผู้ตรวจการแผ่นดินต้องมีการอธิบายให้ประชาชนเข้าใจและแจ้งให้ไปใช้สิทธิต่อใคร หรือหน่วยงานใด เพื่อให้ประชาชนได้รับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องตามกระบวนการ ๔. ขั้นตอนการอธิบายเขียนเรื่องร้องเรียนเป็นลำดับขั้นตอน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอและคำอธิบายแก่ประชาชน เพื่อลดข้อผิดพลาดลงค่ะท่าน ๕. มีเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้ความรู้ คำอธิบายและคำแนะนำในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับ การทำเรื่องร้องเรียนแก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ ความใส่ใจ เพื่อประชาชนได้เข้าใจ ลดข้อผิดพลาดลง และเป็นกระบวนการกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนก่อนที่จะเข้าสู่ระบบ ๖. มีระบบคัดกรองที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเรื่องร้องเรียนได้ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เคยพิจารณาไว้แล้ว เพื่อที่ให้เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถตรวจสอบ และก่อนยื่น เรื่องร้องเรียนดิฉันเข้าใจว่าทุกวันนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว บางข้อ แต่ยังขาดความเชื่อมโยง และขาดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ดิฉันจึงขอนำเสนอ ผ่านท่านประธานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้นำข้อเสนอเหล่านี้ไปเป็นแนวทาง การพัฒนาการคัดกรองและรับเรื่องร้องเรียนต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณค่ะ