ฐากร ถามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียน 43 เรื่อง ขอเปิดรายละเอียดเพื่อโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ หารือเกี่ยวกับบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยขอให้เปิดเผยรายละเอียดการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่ยุติไปและส่งต่อศาลปกครอง รวมถึงการดำเนินการตามมาตรา 231 และมาตรา 213 เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและประเมินประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน พร้อมเสนอให้ชี้แนวทางแก้ไขอุปสรรคในการร้องเรียนละเมิดสิทธิ และเน้นย้ำความสำคัญของบทบาทสภาในการสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตชื่นชม ทางท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ท่านกรรมการ ตลอดจนทางเลขาธิการที่มาร่วมชี้แจง ในวันนี้นะครับ ต้องบอกว่าฟังรายงานของท่านที่ท่านนำเสนอเมื่อสักครู่ผมก็มีความชื่นชม ในการทำงานของท่าน แต่ที่ผมอยากจะนำเรียนเสนอทางท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แล้วก็ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนะครับ คือผมดู ในรายงานผลการดำเนินงานก็ต้องเรียนว่าอยากจะให้ท่านดูในรายละเอียดตรงที่ ผลการดำเนินงานนิดหนึ่งนะครับ

ในประเด็นแรก ก็คือในกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา ผมเข้าใจว่าคงเป็นรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๓๐ เพราะว่าท่านไปอ่าน ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็คงตรงกัน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๐ ท่านเขียนบอกว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนทั้งสิ้น ๓๔ เรื่อง เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปจำนวน ๑ เรื่อง ยุติการพิจารณา ๓๓ เรื่อง อยากจะให้ท่านเปิดเผยได้ไหมครับ ตรงนี้ผมพยายามเปิดดูนะครับว่า ๓๓ เรื่องที่ยุติไปนี้มันยุติในลักษณะไหน เพราะว่าเราอยากจะรู้ข้อเท็จจริงว่าในกรณีที่ยุติเรื่อง มีใครมาร้องเรียนบ้างร้องเรียนแล้วเป็นอย่างไร กระบวนการในการทำเป็นอย่างไร คืออยากจะอ่านในรายละเอียดอันนี้ก็ต้องถือว่าท่านทำงานมาดีแล้ว เพียงแต่ว่าเราอยากจะทราบ ในรายละเอียด

ประเด็นที่ ๒ ในกรณีที่กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ซึ่งในกรณีนี้ เข้าใจว่าในกรณีที่จะต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญท่านก็จะต้องนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณี ที่จะต้องขึ้นศาลปกครองก็จะต้องเสนอต่อศาลปกครองในการที่จะพิจารณาว่า กฎ คำสั่ง หรือกฎหมายต่าง ๆ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ หรือขัดหรือแย้งกับคำสั่งของศาลปกครอง ต่าง ๆ หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ผมก็เรียนว่าเรื่องที่ได้รับร้องเรียนในปี ๒๕๖๕ มี ๔๖ เรื่อง นำไปสู่ การพิจารณาของศาลปกครอง ๓ เรื่อง ยุติไป ๔๓ เรื่อง ตรงนี้ก็อยากทราบรายละเอียด เช่นกันว่า ๔๓ เรื่องที่ยุติไปนี้มันคืออย่างไร อีก ๓ เรื่องที่นำเสนอต่อศาลปกครองไป ขณะนี้กระบวนการในการพิจารณาไปถึงไหนแล้ว ที่เสนอเรื่องไปคือเป็นอย่างไรบ้าง อันนี้ก็อยากจะทราบรายละเอียดตรงนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ กรณีที่บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญ คุ้มครองไว้ยื่นคำร้องว่า การกระทำนั้นขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจว่าเป็นมาตรา ๒๓๑ ในรัฐธรรมนูญมากกว่านะครับ ไม่อ่านใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าเป็นข้อความเดียวกัน อันนี้ท่านได้รับเรื่องร้องเรียนมา ๖๒ เรื่อง แล้วก็พิจารณาแล้ว ไม่รับที่จะยื่นต่อไปทั้งหมดเลยคือ ๖๒ เรื่อง ผมเลยคิดว่า ๖๒ เรื่องนี้มีเรื่องอะไรบ้าง เพราะว่าอยากจะทราบในรายละเอียดจริง ๆ ครับว่ามันเป็นอย่างไร ยื่นแล้วถ้าจะให้รับ จะต้องทำอย่างไร มันมีกระบวนการในการพิจารณาอย่างไรบ้างถึงไม่รับเรื่องพวกนี้เลย ๖๒ เรื่องนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะนำเรียนว่าทางเราเองก็อยากจะทราบเรื่องพวกนี้ จริง ๆ ครับว่ากระบวนการในการทำงานมันจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ กับประชาชนในการที่จะช่วยกันผลักดันในส่วนนี้ได้อย่างไร

ในส่วนที่ ๒ ผมเข้าใจว่าในส่วนที่ ๒ นี้จะมาเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ นะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๓ มันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทางผู้ตรวจการ แผ่นดินได้เคยยื่นเรื่องต่าง ๆ ไว้กับทางศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือที่เขียนไว้นี้ มาตรา ๒๑๓ บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้มีกระบวนการในการพิจารณา หลาย ๆ เรื่อง แล้วในกรณีนี้ผมเข้าใจว่ามันขึ้นสู่กระบวนการของศาลยุติธรรมก็มีแล้ว ในขณะนี้ว่า ในกรณีอย่างนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้เสียหายหรือไม่เป็นผู้เสียหาย เราจะวินิจฉัยตรงนี้ในการที่จะนำเรื่องพวกนี้ไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ผมเข้าใจว่า ผมพูดนัยนี้ท่านคงเข้าใจในประเด็นที่ผมกำลังพูดนะครับว่า มันมีเรื่องที่ไปฟ้องร้องคดีกัน ในขณะนี้ว่าเราจะดำเนินการในเรื่องนี้ชี้แจงอย่างไรต่อไปนะครับ

ประเด็นสุดท้าย ผมมาพูดถึงปัญหาอุปสรรคของท่านนะครับ ที่ท่านนำเรียน เสนอมาว่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ที่ท่านเสนอแนะมาท่านจะมีวิธีการแก้ไขปัญหา อุปสรรคในการดำเนินการของท่านที่จะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

ข้อ ๑ ด้านการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เรื่องร้องเรียนละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพที่ สิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๑๓ มีปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะดังนี้ก็คือ ๑. ปัญหาความไม่ชัดเจนและการตีความตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒. ปัญหาเนื้อหาของกฎหมาย ไม่ครอบคลุม คือกรณีร้องเรียนเรื่องที่ไม่เป็นสาระสำคัญ ไม่ได้บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยุติเรื่องร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวไว้ ๓. ปัญหาการกำหนดระยะเวลาอันเป็นเงื่อนไข ในการฟ้องร้องคดีตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๑ ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านว่าตั้งแต่ หน้า ๒๐ หน้า ๒๑ หน้า ๒๒ จะได้เร็วนะครับ หน้า ๒๓ ผมอ่านมาก็คือปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เพียงแต่ว่าผมอ่านแล้วผมดูยังไม่มีข้อเสนอแนะที่เป็นแนวทางที่ท่านจะต้องเขียนกลับมาว่า จะเสนอแนะให้ทางสภาเองช่วยเหลือท่านในการที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่ท่านเขียนมาใน ๓ หน้า ที่ผมอ่านดูขออนุญาตท่านว่าชื่นชมการทำงานที่ผ่านมาอย่างที่ท่าน นำเรียนไป แต่ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่ท่านเขียนมา ๓ หน้ากระดาษจะมีแนวทางในการ แก้ไขปรับปรุงอย่างไร เราจะมีบทบาทในการที่จะช่วยเหลือสนับสนุนท่านในการทำงาน ในเรื่องนี้ได้อย่างไร ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ