สมศักดิ์ สรุปผล 23 ปี ผู้ตรวจฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต รายงานผลการดำเนินงาน ๒๓ ปี ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยสรุปสถิติเรื่องร้องเรียนที่ได้รับและดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาเชิงระบบ เช่น ปัญหาที่ดินเค็มจากบ่อทราย การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19

นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เลขาธิการและรองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอรายงาน ผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนี้

ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญเพื่อตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ มีภารกิจหลักคือการแก้ไขความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจ ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๐ ได้บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่ง หรือขั้นตอน การปฏิบัติงานใด ๆ บรรดาที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรม แก่ประชาชน หรือเป็นภาระ แก่ประชาชนโดยไม่จำเป็นหรือเกินสมควรแก่เหตุ ทั้งมีอำนาจ ในการแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม อันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนือหน้าที่และอำนาจตาม กฎหมายของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง ให้ขจัดหรือระงับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมนั้น และมีอำนาจ เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการ แผ่นดินดังกล่าวนั้น หากเห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามมาตรา ๒๓๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

ในโอกาสนี้กระผมขอรายงานผลการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งประกอบด้วยหัวข้อหลักจำนวน ๓ หัวข้อ ได้แก่ ๑. ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียน ๒. ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบการปฏิบัติ หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐของรัฐธรรมนูญ และ ๓. ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

๑. ผลการดำเนินงานด้านเรื่องร้องเรียน การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมของประชาชน นับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า ๒๓ ปี สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น ๕๙,๕๐๐ เรื่อง ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน ๕๗,๒๑๙ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๙๖.๑๖ โดยมีเรื่องร้องเรียนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาจำนวน ๒,๒๘๑ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๓.๘๓ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนไว้ ดำเนินการทั้งสิ้น ๕,๒๕๐ เรื่อง ได้มีคำวินิจฉัยและมีข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือคำสั่ง หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนจำนวน ๒,๘๓๙ เรื่อง คิดเป็นร้อยละ ๕๔ ของเรื่องร้องเรียนที่ดำเนินการในรอบปี ในจำนวนเรื่องร้องเรียนทั้งหมดนี้ปรากฏกรณี ข้อร้องเรียนว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญจำนวน ๓๔ เรื่อง และเป็นกรณีคำสั่งหรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายจำนวน ๔๖ เรื่อง และไม่เพียงการพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนรายกรณีเท่านั้น แต่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยังได้พิจารณาศึกษาปัญหาเชิงระบบ หรือเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ในหลายเรื่อง อาทิ ๑. การแก้ไขปัญหาดินเค็มในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบ กิจการบ่อทราย ๒. การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านอุทกภัย และเร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหาการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ๓. กรณีเหตุเพลิงไหม้ โกดังเก็บน้ำมันเครื่อง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย สุขอนามัยและทรัพย์สินของ ประชาชน และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อ้อมใหญ่ Model) ๔. โรงเรียนเอกชนนอกระบบ และโรงเรียนนานาชาติได้รับผลกระทบจากปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ต้องเลิกประกอบกิจการ ทั้งนี้ตัวอย่างผลการดำเนินการในเรื่องร้องเรียนเพื่อ คุ้มครองประโยชน์สาธารณะและการแก้ไขปัญหาเฉพาะรายได้นำเสนอไว้ในรายงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ แล้ว

๒. ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ของรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๐ (๓) บัญญัติให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจ ในการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ทราบถึง การที่หน่วยงานของรัฐ ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วน ตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ โดยกำหนดให้รัฐ มีหน้าที่ต่อประชาชนเพื่อให้รัฐต้องดำเนินการในเรื่องที่กำหนดให้ประชาชน ทุกคนหรือทุกชุมชนเป็นการทั่วไปโดยที่ประชาชนหรือชุมชนไม่ต้องใช้สิทธิร้องขอ ถ้ารัฐไม่กระทำตามหน้าที่ก็จะเป็นกรณีจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือปฏิบัติหน้าที่ ไม่ถูกต้องครบถ้วน ประชาชนและชุมชนย่อมมีสิทธิติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการและ ฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นได้

ทั้งนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ได้ทำการศึกษาและจัดทำข้อเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีให้ทราบถึงการที่หน่วยงานของรัฐยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐไปแล้วจำนวน ๔ เรื่องประกอบด้วย ๑. การตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด เพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่อนที่เกิดจากโรคหายาก ๒. การคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับอาหาร แปรรูปจากเนื้อสัตว์ การพัฒนาระบบการตรวจสอบและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพหลัง ออกสู่ท้องตลาด ๓. การแก้ไขปัญหาของกระบวนการยุติธรรมกรณีความล่าช้า ในการดำเนินคดี และเรื่องที่สืบเนื่องมาจากการอายัดตัวผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน ๔. สิทธิการเข้าถึงบริการไฟฟ้าในครัวเรือนของราษฎร

๓. ผลการดำเนินงานในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๓๑ กำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองได้ ใน ๒ กรณีได้แก่ ๑. กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ๒. กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ทั้งนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียนตามมาตรา ๒๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนี้ ๑. กรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน ๓๔ เรื่อง เสนอเรื่องพร้อมความเห็น ต่อศาลรัฐธรรมนูญจำนวน ๑ เรื่อง ๒. ยุติการพิจารณาจำนวน ๓๓ เรื่อง ๓. กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวน ๔๖ เรื่อง เสนอเรื่องพร้อมด้วย ความเห็นต่อศาลปกครองจำนวน ๓ เรื่อง ยุติการพิจารณาจำนวน ๔๓ เรื่อง

ทั้งนี้ในการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งเน้นในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นหลัก และในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจหลักดังกล่าว ปรากฏผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการทำงานขององค์กรอิสระและ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยสถาบันพระปกเกล้า พบว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับความเชื่อมั่นในการทำงานสูงเป็นลำดับที่ ๑ ผลการสำรวจคิดเป็นร้อยละ ๖๕ อยู่ในระดับค่อนข้างเชื่อมั่นต่อการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน

นอกจากนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ ร้องเรียน ผู้มารับบริการ โดยในการสำรวจความพึงพอใจต่อการดำเนินงานเกี่ยวกับเรื่อง ร้องเรียนของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีการออกแบบสำรวจให้ผู้ร้องเรียนได้สะท้อนความคิดเห็นอย่างอิสระเพื่อนำผลการสำรวจ ดังกล่าวมาปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินและสำนักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินเพื่อให้เกิดมาตรฐานและเป็นที่พึงพอใจของประชาชนผู้มาร้องเรียนมากที่สุด โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ มีผลการวิเคราะห์ข้อมูลในส่วนของความพึงพอใจของผู้ร้องเรียน พบว่าผู้ร้องเรียนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนในทุกด้าน อยู่ระดับมาก โดยสรุปความพึงพอใจในแต่ละด้านได้ดังนี้ ๑. ด้านการยื่นและรับเรื่อง ร้องเรียนมีความพึงพอใจร้อยละ ๘๗.๖ ด้านการพิจารณาแสวงหาข้อเท็จจริง ตามคำร้องเรียนมีความพึงพอใจร้อยละ ๘๑.๘ ด้านการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน มีความพึงพอใจร้อยละ ๘๑.๔ ด้านการดำเนินการหลังการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน มีความพึงพอใจร้อยละ ๗๐.๖ ด้านความพึงพอใจต่อการพิจารณาสอบสวนเรื่องร้องเรียน ในภาพรวมมีความพึงพอใจร้อยละ ๗๙ และด้านภาพลักษณ์และการให้บริการของ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีความพึงพอใจร้อยละ ๘๖.๒ ทั้งนี้สามารถสรุปภาพรวม ความพึงพอใจที่พี่น้องประชาชนมีต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน อยู่ในระดับมากคิดเป็นร้อยละ ๘๓.๔

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผมขอยืนยันว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินทุกท่าน เป็นไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่หน่วยงานของรัฐและสร้างความเป็นธรรมให้แก่พี่น้อง ประชาชนโดยยึดหลักสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวง ท้ายนี้กระผม ขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการ แผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดินยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของทุกท่านเพื่อนำไป พัฒนางานของผู้ตรวจการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป กระผมและผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอจบการแถลงผลการ ดำเนินงานของผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ