ชัชวาล แพทยาไทย หารือปัญหาความล่าช้าในการจ่ายเงินสนับสนุนอาสาสมัครกู้ภัยกว่า ๗ เดือน และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขระบบเบิกจ่ายของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณผ่านทางท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ท่านให้เกียรติมาตอบกระทู้ของกระผมในวันนี้ ซึ่งท่านประธานครับ กระทู้นี้เป็นเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องอาสาสมัครกู้ภัยที่ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย และอันตรายตลอดเวลาครับ แต่กลับถูกค้างจ่ายเงินสนับสนุนกว่า ๗ เดือน ซึ่งการทำงาน ของพวกเขานี่นอกจากจะยากลำบากแล้ว ในห้วงเวลาที่โลกเราเจอวิกฤต ยกตัวอย่างเช่น COVID-19 ก็ได้อาสาสมัครเหล่านี้ล่ะครับที่ทำให้สถานการณ์วิกฤติต่าง ๆ ดีขึ้น ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่านอกจากพวกเขาจะต้องเตรียมความพร้อม Standby สำหรับ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาแล้ว ในหลายครั้ง หลาย Case พวกเขาต้อง ใช้รถยนต์ส่วนตัวในการรับส่งผู้ป่วย ไหนจะค่าน้ำมัน อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาสาสมัครเหล่านี้ต้องแบกรับครับ ค่าอบรมกว่าจะผ่านกฎเกณฑ์ ระเบียบการ ต่าง ๆ ใช้เงินทั้งนั้นครับท่านประธาน ทั้งที่หน้าที่นี้เป็นหน้าที่จิตอาสาเพื่อสนับสนุน การทำงานของระบบสาธารณสุขและการกู้ชีพ ท่านประธานครับ ในประเทศไทยนี่แบ่งระบบ การแพทย์ฉุกเฉินออกเป็น ๓ กลุ่มนะครับ กลุ่มแรกเรียกว่าระบบพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า First Responder ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครทั่วไป ระดับกลางก็คือ Basic Life Support BLS ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาสาสมัครที่มีการอบรมเพิ่มขีดความสามารถ และอยู่ใน สังกัดของ อปท. และระดับสูงครับเรียกว่า Advance Life Support หรือ ALS เป็นรถกู้ชีพ ฉุกเฉินของทางโรงพยาบาล และท่านประธานทราบไหมครับว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเหล่านี้ เขาได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. นี่เท่าไร ยกตัวอย่าง ให้ฟังนะครับ ระดับพื้นฐาน หรือ FR นี่ Case หนึ่งออกเหตุนี่ เขาได้รับแค่ ๓๕๐ บาทต่อครั้ง ๓๕๐ บาทครับ นอกจากรถจะต้องมีความพร้อม อุปกรณ์พยาบาลต้องครบทุกอย่างแล้วยัง ต้องประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ ๓ ท่าน ที่จะต้องผ่านการอบรม ถ้าถามถึงความเหมาะสมของคนที่ต้องทำงาน Standby ตลอด ๒๔ ชั่วโมงแล้วเสี่ยงอันตราย ขนาดนี้คุ้มไหมครับ ไม่คุ้มหรอกครับ แต่ที่พี่ ๆ กู้ภัยเหล่านี้ยังต้องทำอยู่ก็เพราะจิตใจ ความเป็นอาสาแล้วก็เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ ผมเองก็เป็นจิตอาสาเช่นกัน ผมเคยตั้งหน่วยกู้ภัย ในพื้นที่ร้อยเอ็ดตั้ง ๓ ครั้งแล้ว รู้ดีว่าต้องเสียเงินค่าอบรม เสียเงินค่าจัดตั้งเท่าไร อบรมทีหนึ่ง ๓,๕๐๐-๘,๕๐๐ บาทกว่าจะเข้ากฎเกณฑ์ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ต้องใช้รถของตัวเอง ไปรับผู้ป่วย ในช่วงวิกฤติผมก็ได้ร่วมมือกับอาสาสมัครเหล่านี้เปิดศูนย์พักคอยรองรับ พี่น้องผู้ป่วยโควิด ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ กว่าคน ที่กล่าวมาไม่ใช่จะว่ายกตนเลย แต่กล่าวให้เห็นถึง ความเข้าอกเข้าใจของการเป็นอาสาสมัครกู้ภัย บอกได้เลยว่าเขาเหล่านี้ทำงานด้วย จิตวิญญาณจริง ๆ การจะออกเหตุแต่ละทีในห้วงนี้ที่มีปัญหาเรื่องเงินค้างจ่าย เงินเติมน้ำมันไม่มี ออกเหตุทีหนึ่งต้องควักกันคนละ ๒๐-๓๐ บาทเพื่อเติมน้ำมัน ท่านประธานคิดดู เขาต้องเสียสละทุนทรัพย์ส่วนตัว ซึ่งการที่รัฐจะสนับสนุนเป็นการสร้าง กำลังใจให้คนปฏิบัติหน้าที่อันจะสามารถประคองให้เขาอยู่ได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วถ้าพวกเขาไม่ทำแล้วใครจะทำ แล้วถ้ารัฐเองไม่สนับสนุนใครจะสนับสนุน แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกเราคงทอดทิ้ง Hero พวกนี้ไม่ได้หรอก เขามา เรียกร้องในสิ่งที่พวกเขาไม่ควรจะต้องมาเรียกร้อง แล้วต่อไปใครจะเสียสละมาช่วยถ้าเรา ไม่ช่วยเขา ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมได้ยื่นกระทู้ถามไปเมื่อช่วงเปิดสมัยประชุม ได้มีตัวแทนเครือข่ายอาสาสมัครกู้ภัยส่งหนังสือมาร้องเรียนว่าที่ผ่านมามูลนิธิได้อดทน อย่างถึงที่สุดแล้ว อยู่กันอย่างเงียบ ๆ เจียมเนื้อเจียมตัวไม่เคยเอ่ยปาก รอคอยอย่างสงบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น รายละเอียดทั้งหมดที่พี่น้องอาสาสมัครส่งมาอยู่ในมือผม ผมจะขออนุญาตยื่นกับท่านประธานอีกที ซึ่งผมทราบดีว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขเพิ่งจะเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ปัญหาเร่งด่วนสะสมมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน และยังส่งผลวิกฤติถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ทาง สพฉ. นอกจากไม่เห็นใจคนทำงานแล้ว ยังซ้ำเติมด้วยการไม่เห็นถึงความเดือดร้อนของอาสาสมัคร ถ่วงเวลาจัดการเงินกองทุน อย่างไม่มีแบบแผน ทั้ง ๆ ที่เงินมีอยู่เกือบพันล้านบาทแต่ไม่สามารถจัดการ การตรวจสอบ ข้อมูลของผู้ปฏิบัติการให้สามารถเบิกจ่ายเงินชดเชยออกมาได้ อ้างว่าระบบเบิกจ่ายมีปัญหา เนื่องจากต้องย้ายฐานข้อมูลเก่าเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลใหม่ แต่มันเลยมาตั้ง ๗ เดือน ก่อนหน้านี้ทางเลขาธิการ สพฉ. ได้ให้สัมภาษณ์ว่าระบบเบิกจ่ายจะสำเร็จภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ วันนี้วันที่ ๒๘ แล้ว พรุ่งนี้วันทำการเหลือเวลาแค่ ๑ วันจะทันหรือครับ การตรวจสอบข้อมูลที่ล่าช้า การจัดทำระบบใหม่ การจัดทำฐานข้อมูลไม่ควรยกมาเป็น ข้ออ้างในการจ่ายเงินชดเชย มันคือรายจ่ายที่รัฐต้องจ่ายให้กับอาสาสมัคร และรัฐเองก็ได้มี การอนุมัติให้กับทาง สพฉ. แล้ว ที่สำคัญเหตุการณ์นี้เกิดตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๕ จนถึง ปัจจุบัน และยังไม่สามารถจัดการเบิกจ่ายได้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในหน่วยงานรัฐได้อย่างไร หากท่านเลขาธิการ สพฉ. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องลองไม่ได้รับเงินเดือนสัก ๖-๗ เดือนดู ท่านจะดำรงชีพอยู่ได้อย่างไร ทาง สพฉ. ค้างจ่ายเงินเดือนไหนบ้าง เริ่มตั้งแต่ตุลาคม ๒๕๖๕ จนถึงปัจจุบัน แต่มีการแวะจ่ายมา ๓ เดือน เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๖ นี่คือข้อมูลและปัญหาที่ได้จากพี่น้องอาสาสมัครทั่วประเทศ ผมขอเป็นตัวแทน และถามไปยังกระทรวงสาธารณสุขในคำถามแรกว่ากระทรวงสาธารณสุขเองท่านทราบ หรือไม่ว่า สพฉ. ค้างเงินสนับสนุนพี่น้องกู้ชีพตั้ง ๗ เดือน ปัญหานี้เกิดจากสาเหตุใด และท่านจะแก้ไขอย่างไร และสุดท้ายท่านจะจ่ายเงินที่คงค้างแก่พี่น้องกู้ภัยเมื่อไร ขอคำตอบ ด้วยความเคารพท่านประธาน