สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ทวี สอดส่อง ขอบคุณคำถามและคำแนะนำ จากนั้นเขาหารือเรื่องการประชุมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน และยกระดับการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการเสพสุราในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงจำนวนผู้เสพที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อชุมชน และหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาคุมประพฤติ และการบำบัดผู้ต้องขัง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยแก้ไขปัญหา และยกระดับพื้นที่ต้องแก้ปัญหายาเสพติด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยให้เครื่องมือแก่ชุมชนและกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหา และให้เงินสนับสนุนแก่ครอบครัวและชุมชน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ขอบพระคุณคำถามและคำแนะนำในข้อแรกนะครับ ส่วนคำแนะนำในข้อแรกก็จะรับไป แต่จริง ๆ ในการประชุมร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเราก็จะยกระดับในการแก้ปัญหา

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ความเป็นจริงในสังคมไทย ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลจาก การเก็บรวบรวมของ ป.ป.ส. เราพบว่ามีประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการเสพยาหรือติดยา ประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งคิดว่าเป็น ๒.๘๗ ของประชากรทั้งหมด ในจำนวนนี้เราพบว่า ผู้เสพยาเป็นผู้เสพรายใหม่ถึง ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ผู้เสพเก่า ๔๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยาที่เข้าไปเสพ เป็นยาบ้า ๘๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะอยู่อายุระหว่าง ๑๕-๒๙ ปี ๓๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วพวกนี้ ก็มีรายได้น้อย ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มีการจับกุมมาบำบัดประมาณปีละ ๒๕๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คน แสดงว่าประมาณอีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ คนก็ยังอยู่ในชุมชนยังเป็น ผู้เสพ ต้องกราบเรียนว่าในที่ผ่านมาอดีตเป็นบทเรียน ปัจจุบันและอนาคตเป็น ความรับผิดชอบเราจะไม่ว่ากัน คือเราก็พบว่าในจำนวนผู้เสพบางส่วนก็เป็นผู้ใช้ บางส่วน เป็นผู้เสพธรรมดาที่ยังไม่ก่อเหตุประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ติดก็จะใช้วันละประมาณ ๕ เม็ด ถ้าเอา ๓๐ คูณก็จะต้องเสียเงินเท่าไร แล้วพวกนี้ไม่มีรายได้ แล้วก็ยังมีผู้ติดแล้วก็เป็น อาการทางจิต นี่คือปัญหา ปัญหาใหญ่เรื่องนี้ท่านอธิบดีศาลทั้ง ๙ ภาค และผู้พิพากษา เกือบทั้งประเทศได้ให้เกียรติผมเข้าไปเพื่อจะแก้ปัญหา เพราะเรามาแก้กฎหมาย ผู้เสพคือ ผู้ป่วย อันนี้เป็นหลักตามสหประชาชาติ แต่ผู้เสพคือผู้ป่วย เราก็พบว่าผู้เสพที่สมัครใจบำบัด ก็เข้าไปของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเราก็พบว่าที่ผ่านมาแม้แต่กระทรวงสาธารณสุข เราก็ใช้โรงพยาบาล ซึ่งมีทั้งหมด ๑,๐๗๘ โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์คัดกรอง ต่าง ๆ ปัญหาอันหนึ่งก็คือเราออกประมวลมาแล้วแต่ยังไม่ออกกฎหมายอนุบัญญัติ ออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ อนุบัญญัติว่ากี่เม็ดคือผู้เสพ ถ้า ๑ เม็ดผู้เสพนักโทษจะล้นคุก ถ้า ๕ เม็ด หรือ ๗ เม็ด ผู้เสพ ตอนนี้ยังไม่ได้บัญญัติ ซึ่งถ้าเราไม่บัญญัติกฎหมายก็คือ กระดาษที่ว่างเปล่าอาจจะไปใช้กฎหมายเก่าก็ไม่มีใครกล้าปฏิบัติเพราะเปลี่ยน อันนี้ก็เป็น เรื่องใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบก็จะทำให้เร็วที่สุด

ประการสำคัญก็คือวันนี้พบว่าในจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ คน ผมไปดูที่คุมประพฤติ เฉพาะคุมประพฤติอย่างเดียวนะครับ ก็พบว่าศาลสั่งให้คุมประพฤติ แต่ไม่มีคำสั่งศาล ให้ไปบำบัด แล้วบางแห่งศาลก็รอลงอาญา ผมก็ได้กราบเรียน ซึ่งผมคิดว่าหลังจาก มีท่านประธานศาลฎีกาคนใหม่เราก็จะยกคณะไปคุย เพราะถ้ามีคำสั่งศาลให้บำบัด และคุมประพฤติด้วย คุมประพฤติโดยการบำบัดด้วยมันจะเป็นการแก้ไข ส่วนที่อยู่นอก ที่จะต้องพึ่งกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นศูนย์บำบัด แล้วก็ยังมีศูนย์ฟื้นฟูอีก ศูนย์ฟื้นฟู ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชน ผมก็จะขออนุญาตนัดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ขอคุยเชิงลึก วันนี้ให้คณะทำงานย่อยอันนี้คือการแก้ไข ผมคิดว่าวันนี้เรื่องที่สำคัญที่สุด ผมจะต้องประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ในกฎหมาย ป.ป.ส. ที่เพื่อนสมาชิกร่างไปนั้น มีมาตราที่สำคัญคือมาตรา ๕ (๑๐) เราสามารถประกาศเป็นพื้นที่ต้องแก้ปัญหายาเสพติด ที่สูงสุดก็ได้ เช่นจะยกระดับ วันนี้เราทราบว่ายาเสพติดมีการโจมตีมาทางเชียงราย เชียงใหม่ มีการโจมตีมาทางนครพนม หรือในจังหวัดที่ท่าน สส. ได้ถามเราอาจจะต้องยกระดับ ทำโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาถ้าเราสกัดกั้นยาได้ มันไม่เคยมีการใช้มาก่อน ครั้งนี้เราจะกล้าใช้ กฎหมาย ป.ป.ส. ที่ยกระดับพื้นที่ยาเสพติดเป็นระดับสูงสุด ต้องใช้งบประมาณ ใช้โครงสร้างอย่างไร

สำหรับพื้นที่ที่เป็นการแพร่ระบาด เช่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็อาจจะยกระดับพื้นที่ที่มาฟื้นฟูบำบัดตามกฎหมาย ป.ป.ส. ที่เพื่อนสมาชิกได้แก้ไป อันนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่าเรามีเครื่องมือหลายเครื่องมือ แต่ยังไม่ได้ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ซึ่งจะประชุมเร็ว ๆ นี้ครับ นี่คือแนวทาง แล้วผมคิดว่ากรณีผู้เสพ คือเราจะจับยาบ้า วันนี้ ๑๕ ล้านเม็ดอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อหมู่บ้าน ชุมชน ออกมาจากบ้านก็คือผู้ติดยา ออกมา จากบ้านผู้เสพยา วันนี้เราต้องกล้ากระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่น ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนแก้ไข แล้วงบประมาณก็ควรจะไปสู่ครอบครัว ชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด อันนี้ก็เป็น แนวทางที่จะแก้ไขครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย จะจับยาเท่าไรถ้าผู้เสพยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็อย่าหวังว่าความรู้สึกของประชาชนจะเชื่อมั่น จึงเป็นวาระที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาผู้เสพครับ