สันติ ยันเร่งสนับสนุนอาสากู้ภัย ชี้มีความเสียสละสูง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

สันติ พร้อมพัฒน์ ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหาระบบข้อมูลหน่วยแพทย์ฉุกเฉินล่ม ที่ส่งผลต่อการสนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่หน่วยกู้ภัย พร้อมยืนยันรัฐเร่งกู้ข้อมูลและจ่ายเงินค้างจ่ายกว่า 70% แล้ว เหลืออีกประมาณ 200 กว่าล้านบาทที่รอการรับรองจากระดับจังหวัด และมั่นใจจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในต้นเดือนตุลาคม

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่าน สส. ชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านเอง ได้ให้ความสนใจเอาใจใส่ในเรื่องผู้ที่ได้ประกอบคุณความดีอาสาสมัครกู้ภัย ซึ่งผมก็คงมี ความคิดในแนวทางเดียวกันกับท่านที่ได้เห็นถึงความเสียสละในการตั้งใจทำงานเพื่อสังคม เพื่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะว่าหน่วยอาสาสมัครกู้ภัย จะเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชนในขณะตอนที่เกิดภัยพิบัติ เกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เหล่านี้ ผมต้องขอเรียนตรง ๆ ว่าโดยเฉพาะส่วนตัวผมนั้นผมพบปะกับท่านมาเป็นประจำ เผลอ ๆ จะต้องบอกว่าพบปะทุกวันด้วยซ้ำ ด้วยรถ Ambulance บางครั้งผมต้องรีบสั่งให้ คนขับรถหลบเพื่อให้เขาสามารถที่จะไปปฏิบัติภาระหน้าที่ตามที่เขาได้เสียสละได้ นั่นหมายความว่าเรานี้ได้ให้ความเคารพในความเสียสละของเขาเหล่านั้น ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนในทุก ๆ หนทุก ๆ แห่งได้รับการดูแลช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยเหล่านี้ มาอย่างดีมาก ซึ่งผมกล้าพูดว่าพี่น้องประชาชนให้ความสำคัญ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วถึงแม้ว่า ผมจะมารับหน้าที่ที่กระทรวงสาธารณสุขได้เพียงไม่กี่วัน เมื่อผมเห็นเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว เมื่อได้รับคำร้องเรียน คำเสนอแนะจากท่าน สส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้เชิญหน่วยแพทย์ฉุกเฉินซึ่งเขามีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้มาสอบถามทวนความ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่เร่งรัดอย่างรวดเร็วที่จะดูแลบุคลากรที่มีความเสียสละมากมาย ขนาดนี้ อยากจะเรียนตอบคำถามว่าทางกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องเรียนว่าได้ดำเนินการ ในการที่ของบประมาณแล้วก็นำเงินเหล่านั้นมาสนับสนุนในการทำความดีของอาสากู้ภัย มาโดยตลอด เกือบจะเรียกว่าไม่เคยบกพร่องเสียด้วยซ้ำ แต่ที่มันเกิดเหตุในครั้งนี้ก็ต้อง ขอเรียนว่ามันก็เกิดจากเนื่องจากโควิด เนื่องจากมีสถานการณ์อะไรมากมาย หน่วยงาน ต่าง ๆ ก็มีงานมาก ก็เลยทำให้พี่น้องประชาชนมาพึ่งพา มาอาศัยทางกู้ภัยมากขึ้นเป็นพิเศษ ในช่วงหลัง ๆ ปีหนึ่งจากที่ผมได้รับรายงานมีเหตุเกิดเกือบ ๒ ล้านครั้งซึ่งถือเป็นเรื่อง ใหญ่มาก ผมเองผมเห็นแล้วผมก็มีความตั้งใจว่าอย่างไรก็ต้องสนับสนุนหน่วยงานกู้ภัยเหล่านี้ ให้มีความคล่องตัวเป็นอย่างสูง พอระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบดิจิทัลมันใช้มาตั้ง ๑๕-๒๐ ปี พอบ้านเมืองประชาชนและหน่วยกู้ภัยก็มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญรวดเร็วขึ้นในการเข้าไป แก้ไขปัญหาในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ไม่ว่าเป็นภัยต่าง ๆ ก็เลยทำให้ปริมาณ มากขึ้น ๆ จนกระทั่งก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่าระบบมันล่ม ระบบไม่ยอมรับ แล้วระบบคอมพิวเตอร์ เวลาเกิดปัญหามันจะหยุดเลย ซึ่งผมได้สอบถามทางแพทย์ฉุกเฉินแล้วเขาก็บอกเขาก็ได้แก้ไข อย่างรวดเร็ว บัดนี้ทราบว่าใกล้จะจบแล้วในเรื่องของระบบ หลายส่วนใช้ได้แล้ว จริง ๆ แล้ว ผมก็คงต้องให้กำลังใจทางแพทย์ฉุกเฉินเขาด้วย ในเมื่อข้อมูลมันล่มแล้วก็จะต้องเพิ่ม Program เขียน Program เพิ่มให้มันสามารถที่จะรองรับจำนวนครั้งของแพทย์ฉุกเฉิน ได้มากขึ้น เขาก็จะต้องเขียน Program ต้องกู้ข้อมูลคืนมา พวกเราก็คงทราบว่าการกู้ข้อมูล คืนมานั้นจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอะไรต่าง ๆ บัดนี้เท่าที่ผมทราบก็บอกว่าได้กู้ข้อมูล คืนมาแล้ว ตัวระบบก็เริ่มเสร็จ เห็นบอกว่าน่าจะเสร็จประมาณต้นเดือนตุลาคมนี้เอง การกู้ ข้อมูลฉุกเฉินกลับมาไม่ใช่กู้แล้วก็จะจ่ายสตางค์หรือจะสนับสนุนไปได้เลย เพราะว่าในระบบ กู้ภัยมันทั่วประเทศ แล้วผู้ที่ตรวจสอบในการทำงานเป็นรายครั้ง จะครั้งละเท่าไรก็แล้วแต่ ก็จะต้องไปผ่านระบบให้ทางจังหวัดรับรองเข้ามา หน่วยแพทย์ฉุกเฉินก็ได้จัดการนำเงิน เหล่านั้นส่งไปให้จ่าย เท่าที่ผมทราบระบบเดิม ๆ ที่ได้ทำกันมาก่อนล่ม ภายในไม่เกิน ๓๐ วัน เมื่อเราไปเผชิญเหตุหรือไปกู้ภัยแล้วภายในไม่เกิน ๓๐ วันก็ได้จ่ายเงินเหล่านั้นครบถ้วน มาโดยตลอด ในครั้งนี้เท่าที่ผมได้รับรายงานก็คือว่าทางหน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่มีหน้าที่ ที่จะดำเนินการได้คิด ได้มีความตั้งใจแล้วก็ได้มีความสำนึกว่าหน่วยกู้ภัยนั้นเป็นหน่วยที่ทำ คุณประโยชน์ให้กับคนที่ประสบภัยอย่างแสนสาหัสในขณะนั้น แล้วต้องเป็นการเร่งด่วน เขาก็ได้ดำเนินการ และตั้งแต่วันที่ข้อมูลล่มก็ได้พยายามจ่ายเงินให้หน่วยกู้ภัยสามารถ ดำเนินการได้ ได้จ่ายไปแล้ว ๕๐๐ กว่าล้านบาทจาก ๘๐๐ กว่าล้านบาทของทั้งปี และขณะนี้ ภายในสิ้นเดือนนี้อีกไม่กี่วันตามที่ท่าน สส. ได้พูดถึงก็ยังจะจ่ายออกไปอีกประมาณ ๑๖๐ กว่าล้านบาท รวมใน ๒-๓ วันที่จะจ่ายเพิ่มเข้าไปแล้วก็เท่ากับว่าจะจ่ายครบไป ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นเงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็กำลังรอทางจังหวัดรับรองเข้ามา เข้าระบบได้แล้วก็รับรองเข้ามา แล้วก็จะจ่ายให้ทัน คาดว่าไม่เกินเดือนตุลาคมก็จะจ่ายได้ครบถ้วนจ่ายได้ทัน แล้วหลังจากนั้นเมื่อระบบดิจิทัล ของเราได้ปรับปรุงจนกระทั่งแต่ละจังหวัด แต่ละแห่งที่เขารับรองเขาสามารถ Key เข้ามา ในข้อมูลของกระทรวงได้ ความรวดเร็วก็จะกลับไปอยู่สู่ฐานะเดิมคือไม่เกิน ๓๐ วัน ผมมั่นใจว่าถ้าระบบเทคโนโลยีอันนี้ถ้าทางสาธารณสุขโดยเฉพาะหน่วยแพทย์ได้แก้ไขแล้ว ผมมั่นใจว่าน่าจะเร็วขึ้นเสียด้วยซ้ำ อีกหน่อยอาจจะแค่ประมาณไม่เกิน ๓๐ วันเสียด้วยซ้ำ ก็เลยขอตอบคำถามว่าหน่วยแพทย์ฉุกเฉินไม่ได้มีความนิ่งนอนใจและทราบดีว่าหน่วยกู้ภัย เป็นหน่วยที่มีความเสียสละจริง ๆ ทั่วประเทศ ไม่เคยได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เลยว่าการที่หน่วยกู้ภัยไปช่วยไปแก้แล้วได้มีอะไรไม่มีเลยเสียสละอย่างเดียว อันนี้ก็จะต้อง ช่วยกันประชาสัมพันธ์ และท่าน สส. เองได้นำประเด็นนำปัญหาเหล่านี้มากระตุ้น มาแจ้ง ก็ต้องขอบคุณท่านที่เราก็ช่วยกันให้ความสำคัญ ให้กำลังใจกับหน่วยกู้ภัยให้เขามีความตั้งใจ ในการทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบ้านเมือง ด้วยนะครับ ผมก็ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณไปยังอาสาสมัครกู้ภัยทุกท่านในแผ่นดินแล้วก็ มูลนิธิทุกมูลนิธิ ที่เพชรบูรณ์ผมเองก็มี เราก็สนับสนุนเต็มทุกรูปแบบ สถานที่ก็ดี อะไรก็ดีถ้ามีอะไรต่าง ๆ เราก็จะช่วยเหลืออย่างนี้โดยตลอด ในโอกาสนี้ก็ขอขอบคุณ ท่าน สส. ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านประธานครับ