สฤษฏ์พงษ์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการปรับกฎหมายสถานบันเทิง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๖๖

สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สนับสนุนและหารือประเด็นการปรับปรุงกฎหมายสถานบันเทิงที่ล้าสมัย ซึ่งก่อให้เกิดช่องว่างในการบังคับใช้ นำไปสู่การใช้ดุลยพินิจเกินควรและการเรียกรับผลประโยชน์ โดยเสนอให้มีการปรับกฎหมายให้ทันสมัย เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นและผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการกำหนดเงื่อนไขอย่างยืดหยุ่นและโปร่งใส เพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน ส่งเสริมเศรษฐกิจ และป้องกันปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่าวันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนในญัตติของเพื่อนที่เสนอ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับปรุง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงให้สอดคล้องกับสภาพการณ์จริง ป้องกันปัญหา การเรียกรับผลประโยชน์และคอร์รัปชัน

เรื่องนี้ที่จริงแล้วผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าสถานการณ์กฎหมาย เกี่ยวกับสถานบันเทิงมันล่าช้า มันเก่าแก่ มันไม่ทันสมัย เพราะฉะนั้นเป็นเหตุให้กติกาสังคม ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสถานบันเทิงก่อให้เกิดช่องว่าง เมื่อก่อให้เกิด ช่องว่างก็ก่อให้เกิดการที่จะใช้ดุลยพินิจทางกฎหมาย เมื่อใช้ดุลยพินิจทางกฎหมาย ก็ก่อให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบของผู้ประกอบการก็ก่อให้เกิดส่วย เมื่อเราใช้ ดุลยพินิจมากก็ก่อให้เกิดการกระทำความผิด เช่น ต่อเติม ขยาย เปิดเกินเวลา สิ่งเหล่านี้ ก็จะเห็นเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในความเป็นจริงแล้วในเรื่องของ สถานบันเทิงถือว่าเป็น Soft Power ในเรื่องของการท่องเที่ยว เป็นเสน่ห์ของพื้นที่ เป็นเสน่ห์ ของการท่องเที่ยว เป็นเสน่ห์ของท้องถิ่น สถานบันเทิงใดก็ตามที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อ อยู่ที่ไหน อยู่ในซอยวันนี้นักท่องเที่ยวไปหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่อง ความจำเป็น แล้วก็สำคัญยิ่งในการที่เรา สภาผู้แทนราษฎรจะต้องมาศึกษา จะปรับปรุงแก้ไข เรื่องกฎหมายให้ทันสมัยแล้วก็ทันเหตุการณ์ ในความเป็นจริงแล้วถ้าเรามีกฎหมายที่ดี เงินที่ได้จากสถานบันเทิงก็จะตกขึ้นกับท้องถิ่นท้องที่ในการจัดเก็บภาษีและก่อให้เกิด ภาพลักษณ์ในประเทศในภาพรวม ผมยกตัวอย่างบางเรื่องในซอยในตรอกที่พี่น้องประชาชน เขาอยู่กันในท้องถิ่น สถานบันเทิงเปิดดนตรีขายเหล้าขายเบียร์ แต่ถ้าในกรณีที่กฎหมาย กำหนดว่าจะต้องปิดตีสองอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเกินตีสองร้านไม่ปิดก็จะต้องมีการ โดนจับ โดนปรับ แต่บางร้านทำไมเปิดสว่างได้ แต่บางร้านเปิดไม่ได้ อันนี้ถือว่าบางร้านที่เปิด ได้สว่างก็จะต้องมีอะไรกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ก็เป็นที่มาในเรื่องว่ามันมีการรับส่วยกัน ที่จริงแล้วสถานบันเทิงเป็นธุรกิจฐานราก ที่ทำให้พื้นที่จังหวัด ส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่เขามีการตั้งราคากันว่า เป็นตั๋วช้างหรือเป็นตั๋วอะไรก็ตามว่าถ้าเป็นพื้นที่ตรงนี้แล้วตั๋วมันแพง การที่ตั๋วถูก ตั๋วแพง หรือว่าจะต้องจ่ายสูง ดัชนีชี้วัดตัวหนึ่งก็คือในเรื่องของแหล่งบันเทิงหรือแหล่งการพนัน หรือแหล่งผิดกฎหมายมีเยอะ เพราะฉะนั้นที่จริงแล้วก็เคยได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ขึ้นมาในเรื่องของ Entertainment Complex ในเรื่องของระเบียงเศรษฐกิจ จะมีการเปิด กาสิโนอะไรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ก็มีส่วนในเรื่องของการที่จะช่วยให้ประเทศพัฒนา วันนี้ที่จริงแล้ว เราไม่ต้องไปศึกษาปัญหาเรื่องหนี้สินของชาติหรอกครับ เราน่าจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ศึกษาว่าวิธีการหาทุนเข้าท้องถิ่น หาทุนเข้าประเทศมันน่าจะมีวิธีใดบ้าง ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับว่าอย่างกรณีสิงคโปร์อย่างนี้ครับ เขาจะเปิดร้านอาหาร เธค บาร์ ร้านเหล้าในซอย เขาให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมเลย เอาถนน ซอย ก อย่างนี้ครับ ชาวบ้าน เขาบอกว่าซอยนี้ทำมาหากินได้ตั้งแต่เที่ยงคืนยันสว่างก็ไปทำประชาพิจารณ์กันมาว่าตรงนี้ จะมีเปิดร้านอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นใบอนุญาตที่รัฐต้องการให้ปิดตีสอง ปิดตีสาม ปิดตีสี่ มีทุกใบอนุญาตแต่ภาษีเสียไม่เท่ากัน แล้วก็เป็นความสมัครใจของพี่น้องประชาชนในส่วนร่วม ในพื้นที่นั้นด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเราขยายฐานแล้วก็ยืดหยุ่นโดยให้ประชาชน ผู้ประกอบการทุกฝ่ายมีส่วนร่วม อันนี้ก็จะไม่ก่อให้เกิดปัญหา กติกาในการเกิดปัญหาขึ้นมา เช่น การไปชกต่อย ไปตีกัน ยิงกันอะไรอย่างนี้ครับ ที่จริงแล้วมันมีรูปแบบในเรื่องของ มาตรการในการป้องกันทั้งสิ้น ผมเห็นประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านที่เขาใช้วิธีว่าใครปิดกี่โมง ก็ได้ให้สามารถระบุ แต่ภาษีการจัดเก็บ การอนุญาตนี่จะไม่เท่ากันนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อเปิดได้ เปิด ๓ ทุ่มปิดสว่างก็ได้ เปิดเที่ยงคืนปิดสว่างก็ได้ ก็มีใบอนุญาตให้ แต่ราคา ไม่เท่ากัน พี่น้องประชาชนผู้ประกอบการก็ OK ลงตัว มันก็ไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจว่า คุณจะปิดกี่โมง มันไม่มีใครบอกความเหมาะสมครับว่าในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พื้นที่เชียงใหม่ พื้นที่ขอนแก่น พื้นที่พัทยา ในซอยนี้นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวชอบไปนั่งร้าน แบบไหน ชอบเปิดกี่โมง ปิดกี่ทุ่ม เปิดสว่างอะไรอย่างนี้นะครับ เพราะเมื่อมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องออกกฎหมายเพื่อที่จะให้ท้องถิ่น หรือผู้มีอำนาจสามารถที่จะไปบริหาร จัดการได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องหนึ่ง อีกหลายเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมา ล้วนแต่เป็นสภาพปัญหาความเป็นจริงทั้งสิ้น แต่ทำไม ณ วันนี้ปัจจุบันนี้ไม่ใช่เราเพิ่งมาพูด ในสภาสมัยครั้งนี้นะครับ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว กฎหมายก็ใช้มาหลายปีแล้ว แต่ทำไมมันยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเรามีกฎหมายใหม่รื้อฟื้นใหม่แล้วก็ ออกกฎหมายกระจายอำนาจไปให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ พนักงาน แม้กระทั่งยามเฝ้าที่จอดรถทั่วประเทศมันมีจำนวนกี่คน และผู้ที่เสียผลประโยชน์ ไปเท่าไร ปีละกี่แสนล้านบาท และผู้ที่รับผลประโยชน์เอาเงินไปไหน เงินเหล่านี้มันเป็นเงิน ที่หายออกสู่นอกระบบ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของเงินฝืดและเฟ้อ แต่มันเป็นเงินหาย เป็นเงินดำ เป็นเงินมืดที่เอาไป Declare ไปใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเห็นด้วยกับการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาในเรื่องของสถานบันเทิง เพื่อที่จะไปดูกฎหมายให้มันมี ความทันสมัยแล้วก็แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้ ขอบคุณครับ