ธีระชัย แสนแก้ว หารือปัญหาธุรกิจบันเทิงที่ขยายตัวจากวัฒนธรรมสู่การค้าและก่อให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจและฝ่ายปกครอง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการทุจริตที่ซับซ้อนและรุนแรงขึ้นในสังคมไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตในการที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจบันเทิง และแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ กระผมอยากจะขอกราบเรียนกับ ท่านประธาน เพราะว่าผมก็เกิดนานพอสมควร คำว่า บันเทิง เกิดมาก็ได้รู้แล้วว่าบันเทิง บันเทิงแถวบ้านผมจะมีหมอลำ มีหมอลำลำเรื่องต่อกลอน ลำเรื่องหมอลำซิ่ง เมื่อก่อนไม่มี หรอกครับ แล้วทีนี้มันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่แสดงกลางแจ้งเหมือนลิเก เหมือนภาคเหนือ ก็มีซอ อันนี้คือความบันเทิงต่าง ๆ แต่ ณ วันนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า เมื่อปี ๒๕๐๙ ทหาร GI นะครับ ทหารรับจ้างที่มาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสงครามเวียดนาม ได้เดินเข้ามาเพ่นพ่าน โดยมีฐานทัพอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี อู่ตะเภา และนครสวรรค์ ที่ไหน ก็แล้วแต่ แต่ที่จังหวัดอุดรธานีคึกคักมากครับ มีความบันเทิงมาก และในขณะความบันเทิง เหล่านั้นก็ทำให้เศรษฐกิจของชาวจังหวัดอุดรธานีดีขึ้นตอนนั้นนะครับ จากการที่ทำไร่ทำนา ก็มาเป็นเมียเช่าบ้าง ผมเอาความจริงมาพูดท่านประธานอย่าเพิ่งว่าผม นี่ละครับเรื่องบันเทิง และในขณะเดียวกันก็ปรับเปลี่ยนเวียนกันไปกันมา ทหาร GI กลับไปกลับมา บางที ก็มาไข่ทิ้งไว้ พอไข่ทิ้งไว้ ณ วันนี้บันเทิงก็ได้ผันกลับมาเข้าเป็นผับ เป็นบาร์แล้ว เอากันเป็นจริงเป็นจังแล้ว ความหมายก็คือว่า มีผับ มีดิสโก้เธค มีอะไรต่าง ๆ กฎหมายก็แก้ ตั้งแต่ ปี ๒๕๐๙ ประกาศคณะปฏิวัติ ปี ๒๕๒๑ ปี ๒๕๔๖ ๒-๓ ฉบับแล้วก็เพื่อไม่ให้ เด็กเยาวชนไปเอาเยี่ยงอย่าง ตอนนี้มันเอาเยี่ยงอย่างครับ เด็กเยาวชนเข้าไปในผับ ในบาร์ เขาไม่รู้หรอกตัวมันใหญ่ครับ ไม่รู้ว่า ๑๙ ปี ๒๐ ปี เมื่อก่อนนั้น ๒๐ ปีไม่ให้เข้า ประกาศ คณะปฏิวัติ เดี๋ยวนี้ ๑๘ ปีห้ามเข้า ผมเข้าไปดูศึกษาจะไปหาลูกครับ จะไปรับลูกออกมาจาก ดิสโก้เธค แต่ลูกชายผมเกิน ๒๐ ปีแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ไปดูว่าเด็กอายุ ๑๔-๑๕ ปีทั้งนั้น ในเรื่องนี้ก็คือแหล่งบันเทิง เพราะฉะนั้นในเมื่อมีแหล่งบันเทิงมันก็มีส่วย ท่านรู้จักส่วย ไหมครับ เดี๋ยวนี้ที่มีปัญหาต่าง ๆ นานาเกิดขึ้นก็เพราะส่วยเท่านั้น เกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมายาวจนถึงปัจจุบันนี้ ทุจริตคอร์รัปชันอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากจะยกตัวอย่างว่าการวิจัยพบว่าแต่ละปีพ่อค้า ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ มากกว่าร้อยละ ๘๐ สูญเสียให้กับการคอร์รัปชัน จำนวนเงินสูงเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าตกใจมาก ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับประโยชน์รีดไถส่วย เรียกค่าคุ้มครองเยอะแยะมาก ผันตัวเองมาเป็นผู้มีอิทธิพล คนที่ใหญ่กว่าผู้มีอิทธิพล เป็นผู้มีอิทธิพลเสียเองก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐคือใครครับ ฝ่ายปกครองกับตำรวจ ไม่พูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่จังหวัด อุดรธานีเมื่อประมาณเกือบ ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้น ก็พากันแย่งตีเมืองขึ้นกันระหว่างฝ่ายปกครอง กับฝ่ายตำรวจ จนถึงขั้นฝ่ายปกครองไม่รู้ใครไปยิงรถ มันมีปลัดซ่า ๆ คนหนึ่งก็คงจะออก Action โน่นนี่นั่นเพื่อตีเมืองขึ้น และหลังจากนั้นเมื่อปี ๒๕๕๗ มีการยึดอำนาจครับ ยึดอำนาจ ก็มีหาร ๓ แล้วครับ จากปกครอง ตำรวจ บวกสีเขียวอีกครับ ส่วยพวกนี้ทำให้ผู้ประกอบการ ต่าง ๆ ร้องโอ้กอ้ากไปตาม ๆ กัน ผมยังพบการวิจัยว่าประเทศไทยคอร์รัปชันมากที่สุด และรุนแรงขึ้นทุกวัน ๆ ผลจากการจัดอันดับคะแนนจากภาพลักษณ์ของประเทศไทย มีแค่ ๓๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้ครับท่านประธาน กระผมอยากจะขอ กราบเรียนกับท่านประธานอีกว่าเมื่อธุรกิจสถานบันเทิงต่าง ๆ มีความเกี่ยวข้องกับ เรื่องกฎหมาย เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐ นี่ละครับตรงนี้เขาเรียกรับ เราจะจัดอะไร อย่างไร มันขึ้นมาแล้วมันไม่รู้จะทำอย่างไร ทำให้ผู้ประกอบการแย่ไปหมด ครับ มันเคยมีข่าวการรีดไถส่วยผับอยู่จังหวัดแถว ๆ ใต้ ภูเก็ตก็ได้ มีการแจงรายละเอียดเลย ครับ ได้เงินเท่าไรต่อเดือน ตำรวจอย่างเดียว ณ วันนี้ยังปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ยังรวม ทหารอีกแล้วทีนี้มีตัวเลขออกมาว่าสวยแต่ละแห่ง ๓๗,๓๐๐ บาทต่อเดือน กับคนอ้างว่ามา จากหน่วยงานอื่น ๆ อีกต่างหากก็คือผู้มีอิทธิพลนั่นละ อีก ๒๕ หน่วยงาน และหาสถานที่ แห่งนั้น และมีลูกจ้างคนต่างด้าวอีกที่เข้ามาด้วยวิธีการผิดกฎหมายก็ไปเรียกรับอีก ๙,๑๐๐ บาท เช่นมา ๓ คนก็ ๒๗,๐๐๐ บาท แล้วนี่เอาต่างด้าวเข้ามาไม่ถูกกฎหมาย พอไม่ถูกกฎหมาย ก็ไปเรียกรับส่วย มีข้อมูลประเมินว่าทั่วเกาะภูเก็ตมีสถานบันเทิง ๑,๐๐๐ แห่ง เท่ากับส่วย รายเดือน ๓๗ ล้านบาท ไม่รวมส่วยแรงงานต่างด้าวกว่า ๒๗ ล้านบาทต่อเดือน แล้วอะไรล่ะ ครับที่จะทำให้วงจรส่วยยังคงอยู่ได้ เราก็ทราบกันดีว่าการทุจริตคือนอกจากคนต้องหา ความร่ำรวยใส่ตัวเองบนความทุกข์ของผู้ประกอบการอีก ยังต้องส่งส่วยให้นายอีก ส่งกันเป็น ทอด ๆ พอส่งกันเป็นทอด ๆ มันก็เลยมีปัญหาครับ แม้กระทั่งมีปัญหาของกำลังลุยกัน ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ วันนี้ ส่วนหนึ่งก็ส่วยครับ ปฏิเสธไม่ได้คือส่วย ผมจะไม่อธิบายต่อไป เพราะเป็นการแย่งชิงความเป็นใหญ่ก็เพราะผลประโยชน์จากส่วย นี่ละครับ ขณะนี้ผู้ประกอบการ พ่อค้า ประชาชนทั่วไป แม้ไม่ใช่เจ้าของสถานบันเทิง ก็อาจเป็นนักท่องเที่ยว นักดื่มธรรมดา วันดีคืนดีตำรวจ ฝ่ายปกครองก็ไปรีดอีก ออกมาจาก สถานบันเทิงตรวจปัสสาวะ ตรวจปัสสาวะถ้าตรวจตรงไปตรงมาไม่เป็นไรครับ ก็ขอร้องกัน ก็ส่วยอีกละครับ ๕,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นข้าราชการ ๓๐,๐๐๐ บาท กำลังจะไปเลี้ยงเกษียณ อายุราชการออกมาก็จับครับ หลายหมื่นบาท กลัวเสียชื่อเสียงก็เจอครับ เพราะฉะนั้น อย่างนี้เราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร กระผมขออนุญาตฝากวลีคำว่า ส่วย พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียประเทศชาติฉิบหาย ดังนั้นกระผมจึงขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาธุรกิจบันเทิงและการแก้ไขเกี่ยวกับ ปัญหารับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปจากประเทศไทย เสียที เพราะถ้าเรานิ่งเฉยประเทศชาติก็จะได้รับความเสียหายครับ ผมขอกราบขอบคุณ แต่เพียงเท่านี้ครับ