ภูริวรรธก์ ใจสำราญ หารือปัญหาสถานบันเทิงในพื้นที่ชานเมืองที่ส่งผลต่อการจราจร เสียงรบกวน อุบัติเหตุ และสุขภาพสังคม พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการควบคุมกิจการและกฎหมายเกี่ยวข้องเพื่อลดปัญหาสุขภาพ ความปลอดภัย และอาชญากรรมที่ตามมา
เรียนท่านประธานสภาครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน ลาดพร้าว จรเข้บัว พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าเขตพื้นที่ผม จะเป็นเขตชานเมือง แต่ก็เป็นเขตที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร สถานบันเทิงขึ้นชื่อหลายพื้นที่ ในวันเสาร์ วันอาทิตย์นั้นรถติดหนักมากกว่าวันธรรมดาเสียด้วยซ้ำ บางถนนนั้นไม่มี บทบัญญัติจราจร ตั้งโต๊ะบน Footpath รถจอดกันริมถนนกิน Lane กันไป ๑ เลน การจราจรไม่คล่องตัว ตอนกลางคืนตีหนึ่งตีสองเกิดอุบัติเหตุรถชนบ่อยมาก ๆ ครับ ดีหน่อย ที่ยังไม่ค่อยมีเหตุการณ์รุนแรง การยิงกันเกิดขึ้นในสถานบันเทิงเท่าไร ช่วงโควิดที่ผ่านมา เจ้าของร้าน นักดนตรีก็ได้รับผลกระทบ ในขณะที่นักท่องเที่ยว นักเที่ยวกลางคืนนั้นก็อัดอั้น ไม่ได้ผ่อนคลาย ไม่มีที่ได้ปล่อยของ เมื่อรัฐบาลใหม่เปลี่ยนผ่านทุกคนอยากจะให้คุณภาพ ในการทำมาหากินดียิ่งขึ้นกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนแต่ก่อน แต่ท่านประธานครับ ในพื้นที่ของ ผมนั้น เป็นพื้นที่ที่ผังเมืองเป็นสีเหลือง แล้วก็บางส่วนของบางเขน ท่าแร้งนั้นเป็นส่วนสีส้ม ซึ่งทั้งหมดนั้นก็อยู่ใน Zone ของการอยู่อาศัยหนาแน่นน้อยและปานกลาง ผังเมือง มันเกี่ยวกับการอนุญาตและก่อสร้างสถานที่ต่าง ๆ เพื่อการต่าง ๆ แต่พอมันไม่ใช่ Zoning การจะขอเปิดอนุญาตสถานบันเทิงนั้นก็ต้องถูกควบคุมอย่างมีเงื่อนไข แต่แน่นอนเมื่อพื้นที่ที่อยู่เป็นเขตอาศัยเสียส่วนใหญ่ การจัดตั้งสถานบันเทิงในบางพื้นที่ จึงมีประเด็นร้องเรียนในด้านสาธารณสุขเข้ามามากนะครับ สถิติการร้องเรียนในเรื่องเสียง ในปี ๒๕๖๕ ของศูนย์รับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์กรุงเทพมหานคร สายด่วน ๑๕๕๕ เรื่องที่ มากที่สุดก็จะเป็นเรื่องของเสียงรบกวน เรื่องของสั่นสะเทือน มีจำนวนถึง ๑,๖๕๘ เรื่อง ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลครับ สายด่วน ๑๑๑๑ มีสถิติร้องเรียนจากเสียงดัง รบกวนจากสถานบันเทิงนี่แค่เฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานี่มีมากถึง ๕๔๑ เรื่อง เมื่อมันมีผลก็ต้องไปดูที่เหตุครับ ทั้งนี้เหตุก็เนื่องจากกฎหมายที่แบ่งประเภท สถานบริการ สถานบันเทิง และร้านอาหาร พบว่ามีการหลีกเลี่ยงการจดประกอบ สถานบันเทิงจำนวนมากเปลี่ยนไปเป็นขออนุญาตร้านอาหาร แต่ว่าด้านในนั้นก็มีรูปแบบ กิจกรรมต่าง ๆ เหมือนสถานบันเทิง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วทำให้สถานบันเทิงหลาย ๆ ที่ตั้งอยู่ใน สถานที่ที่ห้ามจัดตั้งในเขตของผมก็เช่นเดียวกันใกล้ ๆ กับสถานศึกษา ใกล้กับโรงพยาบาล ที่อยู่อาศัย วัด ก็พบเห็นได้อยู่อย่างดาษดื่นนะครับ นอกจากนั้นแล้วสถานบันเทิงบางสถาน บันเทิง บางร้านอาหาร ก็มีดัดแปลงที่อยู่อาศัยมาเป็นสถานประกอบการก็เสี่ยงมักจะเกิด เรื่องของอัคคีภัยตามที่เราเห็นกันตามหน้าข่าวนะครับ ท่านประธานครับ มุมมองทาง สาธารณสุขแล้วก็สังคมส่วนหนึ่งเชื่อว่าการขยายเวลาปิดจากตีสองมาเป็นตีสี่หรือที่นานขึ้น อาจจะเกิดปัญหาตามมา เราได้ลงพื้นที่ไปสอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่ แล้วก็ มีผู้ประกอบการอาชีพขับรถโดยเฉพาะในยามค่ำคืนนั้นเห็นว่าส่วนใหญ่อุบัติเหตุรถชนนั้น มันไม่ได้เกิดบริเวณ Zoning แล้วครับ ไม่ได้เกิดที่หน้าร้านเหล้า แต่ว่ามันเกิดระหว่างทาง กลับมาบ้าน ซึ่งก็เป็นชานเมืองแถบบ้านผมนี่ละ ข้อมูลจาก Thai RSC ยังพบว่าในปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากกว่า ๑๔,๐๒๖ ราย บาดเจ็บสะสม ๘๙๐,๐๗๘ ราย สาเหตุหลัก ๆ มาจากการขับรถเร็ว เมาสุรามากกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่นั้น เกิดขึ้นกลางคืนมากกว่ากลางวัน เรามาดูการเปรียบเทียบการใช้กฎหมายของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ค่าปรับต่ำสุด สูงสุด โทษปรับ โทษจำคุกของเรายังคงน้อยอยู่นะครับ นั่นคืออาจจะสร้างนัยสมมุติฐานไม่ว่าการขยายเวลา ในการบริการมากขึ้นนี่ก็อาจจะทำให้การดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นตามกัน โอกาสในการเกิด อุบัติเหตุก็หนักขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้อุบัติเหตุบนถนนมีการศึกษาในนอร์เวย์พบว่า การขยายเวลาการให้บริการของบาร์นั้นมีผลต่อเหตุเกิดวิวาท ความรุนแรง แล้วก็ อาชญากรรม โดยหากการเพิ่มชั่วโมงการขายแอลกอฮอล์ ๑ ชั่วโมงนั้นส่งผลให้โอกาส ในการก่ออาชญากรรมและความรุนแรงเพิ่มขึ้นถึง ๑๖ เปอร์เซ็นต์สามารถนำไปสู่ ความรุนแรงในครอบครัวได้ด้วย ในประเทศไทยก็มีสถิติบ่งว่าคนไทยถึง ๒.๗ ล้านคนติดสุรา แบบอันตราย ทุก ๆ ๑๐ นาทีก็จะมีผู้เสียชีวิตจากสุรา แล้วจำนวนนี้ ๑ ใน ๔ หรือประมาณ ๒๔.๖ เปอร์เซ็นต์เกิดคดีคุกคามทางเพศ ทำร้ายร่างกาย สาเหตุจากสุราแล้วก็สถานบันเทิง ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ มีมาตรการทางสาธารณสุขอีก ๒ เรื่องที่เราอาจจะไม่ได้ใส่ใจ มากนัก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสมาคมพัฒนาสังคมแห่งประเทศไทย ออกตรวจคัดกรองพนักงานตามสถานบันเทิงในยามค่ำคืนกว่า ๘๐๐ แห่งในกรุงเทพมหานคร พบว่ามีผู้เสี่ยงที่เป็นวัณโรคเกือบ ๒๐๐ ราย แล้วก็ป่วยเป็นวัณโรคไปแล้วถึง ๒๔ ราย ซึ่งเป็น อัตราป่วยที่สูงมากกว่าประชาชนทั่ว ๆ ไป แล้วก็น่าเป็นห่วงเพราะว่าสถานประกอบการ ส่วนใหญ่นั้นพนักงานจะสุขภาพอ่อนแอพักผ่อนไม่เพียงพออยู่ในที่แออัดอากาศถ่ายเท ไม่สะดวก รายงานจาก National Library of Medicine อเมริกายังบ่งบอกว่าคนดื่มหนัก ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคถึง ๓ เท่า ในขณะเดียวกัน ในสถานบริการนั้นก็จะมี Formaldehyde มีโลหะหนักแล้วก็นิโคตินกระจายอยู่ด้วย เช่นเดียวกัน แน่นอนเรื่องอากาศก็จะมีเรื่องของเสียงควบคู่กันมาด้วย มันไม่ใช่แค่เสียงดัง ในสถานประกอบการครับ แต่ว่าปัญหานั้นก็กระจายสู่บริเวณรอบด้าน กฎหมายที่กำหนด เอาไว้ กำหนดระยะห่างของสถานบันเทิงกับสถานที่อื่นไว้อย่างหลวม ๆ ไม่ชัดเจน ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงตอนกลางคืนก็ต้องได้รับผลกระทบจากการสั่นสะเทือนของ เสียงดนตรีนะครับ แล้วก็ทำให้ไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอทำงานไม่ได้บางครั้งก็มีอาการ หูแว่วได้ยินเสียงเบา ๆ หรือเสียงเบสตลอดเวลาจนกลายเป็นความทรมาน และความเครียด สะสม ถ้าเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ความดังแค่เท่ากับถนนกลางเมืองนี่ก็ว่าดังอยู่แล้ว แต่ถ้า อยู่ใกล้ ๆ ผับดังเกินกว่า ๘ ชั่วโมงติดต่อกันก็ทำให้เด็กในท้องพิการ หูหนวก น้ำหนักน้อย และคลอดก่อนกำหนดได้นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้กระทบกระเทือนไปจนถึงผู้ที่ทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานด้วย เกิดภาวะตึงเครียด พนักงานต่าง ๆ เหล่านั้นจะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ในขณะเดียวกันปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ก็เกิดอาการหูหนวกนะครับ แล้วก็เป็นที่น่าเศร้า เพราะว่าพนักงานเหล่านี้ไม่ค่อยมีเรื่องของประกันสังคม ใช้สิทธิอย่างอื่น ได้บ้างแต่ก็ไม่ได้รับการดูแลจากนายจ้างเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาเรามีการบังคับใช้กฎหมายอยู่ หลายฉบับ ถ้าใน Slide ขึ้นนะครับ ผมจะข้ามในเรื่องกฎหมายไปเพราะว่ามีเพื่อนอภิปราย ค่อนข้างที่จะเยอะแล้วนะครับ กฎหมายเหล่านี้ก็ยังคงมีโทษเบาครับ เรามีกฎหมายก็จริงอยู่ แต่ว่าที่ผ่านมาการใช้กฎหมาย หรือว่าการบังคับใช้กฎหมายของผู้มีอำนาจนั้นหละหลวม ไม่ใส่ใจ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ในขณะเดียวกันเงินมาก็แลกกับการปล่อยไป เพราะฉะนั้น จึงเห็นด้วยกับการที่เราจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการในการพิจารณาครั้งนี้ เพราะหวังว่า ในอนาคตนั้นเราคงไม่อยากจะฟังเสียงไซเรนเปิดหวอกันบ่อย ๆ นะครับ การขยายเวลา อาจจะสร้างความสุขให้กับคนจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างรอยน้ำตาให้คน หลายกลุ่มได้เช่นเดียวกัน ขอบคุณมากครับ