นิคม บุญวิเศษ อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาปรับปรุงกฎหมายสถานบันเทิง โดยชี้ว่ากฎหมายปี ๒๕๐๙ เก่าเกินไปและไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน จึงเสนอให้แก้ไขกฎหมายเพื่อกำหนดเขต (Zone) ที่สามารถเปิดได้ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างงาน และยุติปัญหาการเก็บส่วยจากการบังคับใช้กฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการและพนักงาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติขอให้สภาแทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงเพื่อป้องกันการเก็บส่วย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้สถานบันเทิง มีการพัฒนาไปมาก ทั้ง ๆ ที่กฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ ๕๗ ปี กฎหมายไม่มีการแก้ไข ผมก็เลย คิดว่าการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเป็นทางออกทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหา ให้ผู้ประกอบการ สถานบันเทิง แล้วก็ป้องกันการเก็บส่วย หรือการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม บางคน ท่านประธานที่เคารพครับ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ผมเชื่อว่าเราเองเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนคงจะมีประสบการณ์ไปเที่ยวผับ บาร์ คาราโอเกะ หลายต่อหลายครั้งผมเองเป็นคนที่ชอบถามผู้ประกอบการ เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการ เขายังไม่ฟื้นจากการระบาดของ COVID-19 หลายที่ประกอบการ กุ๊กก็ยังไม่มาครับ พนักงานก็ยังมาไม่ครบ ปัจจุบันนี้มันกลายเป็นว่าธุรกิจที่เป็นของคนไทยล้มหายตายจากครับ แต่กลับเป็นธุรกิจของคนต่างชาติ เป็นธุรกิจใหญ่ลงทุนเป็นร้อยล้านบาท หลายร้อยล้านบาท ธุรกิจเหล่านี้ได้รับความนิยมของคนไปเที่ยว เพราะเขามีเงินทุนเยอะ แต่ธุรกิจคลับ บาร์ คาราโอเกะที่เจ๊งไปไม่มีใครช่วยได้ กู้ SME ก็กู้ไม่ผ่านท่านประธาน ธุรกิจเหล่านี้น่าเห็นใจ บวกกับการที่มีกฎหมายที่ไม่ชัดเจน มีฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือคนที่มีอำนาจ ไปเรียกเก็บในเวลาที่เขาอาจจะเปิดเกินเวลา ซึ่งข้อกำหนดก็คือกฎหมายในปี ๒๕๐๙ ผมคิดว่าการที่ประเทศไทยจะเปิดการท่องเที่ยว เราควรจะให้โอกาสประชาชนทุกอาชีพ ไม่จำกัดความสามารถของประชาชน ต้องส่งเสริม ให้เขาประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใด ๆ ก็ตาม รัฐบาล เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการดูแล รักษา ดูแลความปลอดภัย ส่งเสริม สนับสนุนให้เขาอยู่ได้ ให้เขามีกำไรครับ อันนี้คือหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ หน้าที่ของผู้ประกอบการลงทุนแล้วทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองมีกำไร ฉะนั้นสิ่งที่ มันควรที่จะมาพูดคุยกันก็คือเรื่องเวลาในการปิด เราอย่าไปจำกัดเวลาเขาเลยครับ บางร้าน แขกเพิ่งเข้า ๕ ทุ่ม เที่ยงคืน ตีหนึ่งเริ่มแน่น ตีสองปิดแล้ว ขาย ๓-๔ ชั่วโมงเท่านั้นเอง ยังไม่ได้ทุนเลยครับ ฉะนั้นถ้าร้านไหนเขามีความสามารถในการขาย เขาบริการดี ลูกค้าเยอะ อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ ก็ควรจะให้เขาทำประกอบอาชีพไป เขาจะปิดตอนไหน ก็คือตอนที่ลูกค้าไม่มีแล้ว ไม่มีร้านไหนหรอกที่จะเปิด ลูกค้าไม่มีจะเปิด ๒๔ ชั่วโมง แต่ในเมื่อ บางร้านเขาสามารถเปิดได้ ควรจะให้เขาเปิด แต่ต้องมีกฎเกณฑ์ว่าอย่ารบกวนชาวบ้าน อย่าไปยุ่งกับยาเสพติดที่เป็นโทษ ยาบ้า เฮโรอีน ที่สำคัญคือเราสามารถที่จะให้นักท่องเที่ยว ต่างประเทศเข้ามา อย่าลืมว่าต่างประเทศเขาเที่ยวเวลากลางคืน กลางคืนของเราคือกลางวัน ของเขา เราปิดตีหนึ่ง เที่ยงคืน เขายังไม่ได้เที่ยว ยังไม่ได้ใช้เงินเลยครับ ปิดแล้ว แต่ถ้าเรา เปิดโอกาสให้สถานบันเทิงใน Zone ที่เรากำหนด เมืองใหญ่ ๆ เมืองท่องเที่ยวเปิดเลยครับ มีความสามารถเปิดเปิดเลย จะเกิดการจ้างงาน ๓ กะ ท่านประธานครับ คนตกงานก็มีงานทำ แล้วคนทำงานภาคกลางคืนมีจำนวนไม่น้อย ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ บางคนจำเป็นก็จะต้องมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ มาเป็นคนรินเหล้า ผสมเหล้า นั่ง Drink รับรถ ทำงานในห้องน้ำ คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มันเท่ากันครับ แต่ด้วยความที่มีความจำเป็นต้อง เลี้ยงลูก เลี้ยงครอบครัว เขาเลือกงานไม่ได้ แต่เราไปจำกัดเวลาเขา แทนที่เขาจะได้เงินได้ Tip เยอะ ๆ แต่มีกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ไปปิดเขา ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับคนเหล่านี้ และไม่เป็นธรรมกับคนที่เขาลงทุน โดยเฉพาะลงทุนเกี่ยวกับเธค บาร์ คาราโอเกะที่ใช้เงินเยอะ แต่กฎหมายไม่ส่งเสริมมีจำกัดจับปิดเขา แล้วบางครั้งกำหนดให้เขาปิดตีสอง ร้านไหนที่มีเงิน เป็นธุรกิจใหญ่หน่อย รู้จักกับเจ้าหน้าที่ก็ขอเปิดถึงตีสามตีสี่ ขอเปิดไม่ใช่ขอเปิดฟรี ๆ มีการเรียกเก็บกันเดือนหนึ่ง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท เขาก็ยอมจ่ายเพราะมันคุ้ม นี่คือช่องที่ทำให้เกิดการเก็บส่วย ก็คือกฎเกณฑ์ที่เราเขียนไว้เมื่อปี ๒๕๐๙ แต่ถ้าเรา กำหนดให้ชัดเจนว่า Zone นี้ พัทยา บางแสน ภูเก็ต ป่าตอง หรือกรุงเทพฯ Zone รัชดาภิเษก Zone พัฒน์พงศ์อะไรก็แล้วแต่ เมืองใหญ่ ๆ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เราสามารถ แก้กฎหมายให้เปิด ๒๔ ชั่วโมงได้ไหม หรือตามความสามารถของผู้ประกอบการ เว้นแต่ บางสถานที่หรือเป็นเมืองรองก็ตาม ถ้าสถานที่ใดเหมาะสมที่จะเปิดได้ ไม่รบกวนชาวบ้าน แล้วขอใบอนุญาตผ่านให้เขาเปิดเถอะ ผมส่งเสริมครับ ผมอยากให้เงินเข้าประเทศได้เยอะ ๆ เกิดการจ้างงานเยอะ ๆ ให้สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพของประชาชนเถอะครับ อย่าไปเบียดบัง อย่าไปจำกัด จับผิด อย่าไปบีบบังคับเขาเลย ให้เขาใช้ความสามารถของเขา ให้เต็มที่ ก็เลยอยากให้คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นนี้ช่วยศึกษาแก้ไขปัญหา แก้ไขข้อกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดคลับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานบันเทิงต่าง ๆ ให้ประชาชน ที่ต้องการทำอาชีพนี้ประกอบธุรกิจ แล้วก็ส่งเสริมให้เขามีกำไร แล้วเอาเงินเข้าประเทศครับ ขอบคุณมากครับ