ฉัตร สุภัทรวณิชย์ หารือปัญหาความคลุมเครือในกฎหมายสถานบริการที่ส่งผลให้การบังคับใช้ไม่ครอบคลุมกิจการรูปแบบใหม่ เกิดช่องว่างในการกำกับดูแลและเสี่ยงต่อการทุจริต โดยเฉพาะในประเด็นนิยามสถานประกอบการ การตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรม อำนาจการออกใบอนุญาตที่กระจุกตัว และปัญหาการทับซ้อนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ จึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน พร้อมผลักดันระบบบริการเบ็ดเสร็จสำหรับผู้ประกอบการ เวลาเปิดปิดที่ยืดหยุ่นตามเศรษฐกิจท้องถิ่น และการปรับบทลงโทษให้มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนทั้งการป้องกันทุจริตและนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ นครราชสีมา หน้าย่าโม ตำบล ในเมือง ตำบลโพธิ์กลาง ตำบลหนองไผ่ล้อม วันนี้ผมเป็นตัวแทนในการยื่นญัตติขอเสนอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงให้สอดคล้องกับสภาพการณ์จริง ป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ และคอร์รัปชัน ในระยะเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อว่าทั้งตัวผมเองแล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกในการลง พื้นที่ตั้งแต่รณรงค์เลือกตั้งจนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว มีหลายครั้งที่เราได้พบกับ พี่น้อง SMEs ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นผู้ดำเนินกิจการเกี่ยวกับสถานบันเทิง แล้วเรา ได้รับฟังปัญหาหลากหลายต่าง ๆ นานา แล้วก็เชื่อมโยงไปถึงการเรียกรับผลประโยชน์ อันมิชอบ ผมอยากจะเรียบเรียงแล้วก็อธิบายให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ได้รับทราบ เป็นประเด็นดังต่อไปนี้นะครับ
ประเด็นแรกเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายที่นำมาบังคับใช้กิจการสถานบันเทิง ตรงนี้หลัก ๆ เลยนะครับ พ.ร.บ. สถานบันเทิง พ.ศ. ๒๕๐๙ อันนี้เป็นพระเอกเลยครับ แล้วก็กฎกระทรวงต่าง ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๕๙ หลักใหญ่ใจความนั้นปัญหาสำคัญอยู่ที่บทนิยาม แล้วก็การให้คำนิยามของสถานบริการที่มีความไม่ครอบคลุม และยากต่อการตีความเพื่อใช้ บังคับเมื่อเทียบกับประเภทของกิจการสถานบริการในมาตรา ๓ โดยผมจะชี้ให้ชัด คือรูปแบบ สถานบริการ ณ ปัจจุบันตามสภาพการณ์จริงนั้นได้วิวัฒนาการออกมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการแบบชั่วคราว ซึ่งได้แก่ ลานเบียร์ คอนเสิร์ต ตลาดไนท์ หรือสถานบริการแบบเคลื่อนที่ก็มีนะครับ แพเธคที่พบเห็นได้ตามจังหวัดกาญจนบุรี รถแห่ หรือเรียกว่า รถดิสโก้เธค เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกันนั้นกฎหมายไม่ได้ครอบคลุมถึงกิจการ เหล่านี้แต่อย่างใด ดังสถานการณ์ปัจจุบันที่แสดงถึงความบกพร่องในการตั้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับสถานบริการ คือร้านกิจการที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่ไม่ใช่ สถานบริการเพราะไม่เข้าองค์ประกอบตามคำนิยามสถานบริการ แต่เจ้าหน้าที่มักทำการ จับกุมและตั้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายสถานบริการ เช่น ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าหน้าที่ พนักงาน หรือเปิดสถานบริการไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง เป็นต้น
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวเนื่องจากคำนิยามในประเด็นที่ ๑ โดยคำสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติปี ๒๕๕๘ ได้กำหนดคำว่า สถานประกอบการใดที่เปิดให้บริการ ในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ แต่ไม่ได้นิยามความหมายไว้เป็นการเฉพาะเฉกเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่มักจะพบ เนื่องจากสถานบริการในความหมายของ พ.ร.บ. สถานบันเทิง พุทธศักราช ๒๕๐๙ เวลาการเปิดปิดกิจการนั้นจะถูกกำหนดให้ดำเนินการได้ถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาไปจนถึง ๐๒.๐๐ นาฬิกาเท่านั้น ตามสภาพของข้อบังคับในแต่ละพื้นที่ หรือการ Zoning ครับ หากแต่กิจการใดต้องการหลบเลี่ยงการเป็นสถานบริการตามนิยาม ของกฎหมาย และต้องการให้ตนอยู่ในประเภทของสถานประกอบการใดที่เปิดให้บริการ ในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติปี ๒๕๕๘ แล้วต่างก็จะพากันปิดกิจการก่อนเวลาที่กำหนด เพราะต้องการเลี่ยงข้อกฎหมายและข้อบังคับของสถานบริการที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ นอกจากนี้แล้วคำว่าสถานประกอบการใดที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการที่ ไม่ได้นิยามความหมายไว้เป็นการเฉพาะมีผลทำให้ตัวผู้ประกอบการเอง หรือแม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เกิดความรู้ความเข้าใจ ซึ่งยากต่อการ ปฏิบัติงานตามข้อบังคับที่มีความคลุมเครือยิ่งอาจส่งผลให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ อันมิชอบจากความคลุมเครือนั้นเพื่อต้องการหลีกเลี่ยงกฎหมายผ่านช่องว่างอันนี้นี่เองครับ
ประเด็นที่ ๓ เกี่ยวเนื่องกับปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ที่ทำในการออกใบอนุญาตครับท่านประธาน ตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. ๒๕๐๙ บัญญัติว่าห้ามมิให้ผู้ใดตั้งสถานบริการ เว้นแต่จะได้รับ ใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ โดยคำว่าเจ้าหน้าที่ขีดเส้นใต้ Highlight ไว้นะครับ เป็นความหมาย ตามความหมายของมาตรา ๓ วรรคท้าย จะหมายถึงในกรุงเทพมหานคร หมายความ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในจังหวัดอื่น ๆ หมายถึงผู้ว่าราชการจังหวัด หากจะกล่าวเช่นนี้ ก็จะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยมีปัญหาข้อคลางแคลงใจตามมาว่าทั้งอำนาจการออก ใบอนุญาตตามมาตรา ๔ และอำนาจการเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๑ สามารถอยู่ที่ คนคนเดียวได้จริงหรือ และเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ประเด็นที่ ๔ เกี่ยวเนื่องกับอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หากแต่เป็นปัญหาเรื่อง การทับซ้อนของอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ การดูแลความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชน ในชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย และได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แน่นอนครับ หน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นของใครไม่ได้นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในบางพื้นที่ที่อยู่ ค่อนข้างห่างไกล หน้าที่หลัก ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่ปกครอง แต่จะเกิดอะไรขึ้น หาก ๒ หน่วยงานนี้อยู่ในพื้นที่หรือเขตอำนาจเดียวกัน จะเป็นอย่างไรหากไม่ได้มีการบูรณาการ หรือการแบ่งสันปันส่วนงาน การกระทำความผิดครั้งหนึ่งจะเกิดฐานถึงความผิด ๒ ครั้ง หรือไม่ หรือจะมีการสอดส่องความสงบเรียบร้อยตลอดเวลาไล่เลี่ยใกล้เคียงกันหรือไม่ อย่างไร ผมจึงอยากแสดงความห่วงใยไปยังพนักงาน เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ยังปฏิบัติงาน ยามค่ำคืนอยู่นอกสภาแห่งนี้ครับ นอกจากนี้ SMEs ใหม่ ๆ ลองนึกภาพตามดูนะครับว่า หากประชาชนธรรมดาอย่างเรา ๆ ต้องการเปิดกิจการสถานบันเทิงขึ้นมาสักแห่งหนึ่ง แล้วละก็เราจะต้องทำอะไรบ้าง เราจะต้องเดินทางขึ้นรถเพื่อที่จะไปยังสถานที่ราชการ หลาย ๆ คนก็ประสบปัญหาต้องติดต่อหลากหลายที่เดินทางหลายแห่ง ต้องเดินทางไปไม่ว่า จะเป็นที่ว่าการอำเภอ สรรพสามิต สถานีตำรวจ ตำรวจนครบาล สำนักงานเทศบาลต่าง ๆ มิหนำซ้ำหากต้องเปิดกิจการที่ได้รับยกเว้นตามมาตรา ๓ (ข) ยังต้องเดินทางไปยังสาธารณสุข จังหวัด เพื่อขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพิ่มขึ้นอีก หากทั้งหมดนี้สามารถเป็น One Stop Service เพื่อลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชน จะไม่เป็นการดีกว่าคหรือครับ และตรงนี้เองอย่างเมื่อสักครู่ที่ผมได้กล่าวว่าหากเราเป็น SMEs ใหม่ เป็นผู้ประกอบการ หน้าใหม่ที่ต้องการจะเริ่มมีกิจการตรงนี้ และกิจการสถานบริการนี้เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับ นโยบายรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยากจะให้มีการจับจ่ายใช้สอย แล้วก็นักท่องเที่ยว ต่าง ๆ ไม่ว่าจะในประเทศ นอกประเทศก็จะสามารถได้รายได้ตรงนี้เพิ่มเติมขึ้นไปอีก SMEs ใหม่ ๆ นี้จะเริ่มต้นได้อย่างไร แค่เริ่มต้นก็ติดขัดมากมายแล้ว และหากมีการขยายผลจาก ตรงนี้ได้ดี ลองคิดตามดูนะครับว่าในสถานประกอบการเหล่านั้นเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการขาย ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มต่าง ๆ เรามีโอกาส ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น สุราพื้นบ้าน ขยายผลให้สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับชุมชน ให้กับจังหวัด ให้กับประเทศได้ด้วยครับ
ประเด็นที่ ๕ การกำหนดเวลาเปิดปิดกิจการของสถานบริการในสถานการณ์ ปัจจุบัน ปัญหาก็อย่างที่ผมพูดทิ้งไว้เมื่อตอนต้น ถึงเวลาเปิดปิดสถานรับบริการที่ค่อนข้าง จะมีปัญหาเลี่ยงบาลีครับ ซึ่งถ้าพิจารณากันจริง ๆ แล้วช่วงเวลาเปิดปิดที่กำหนด ไม่ได้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงอีกด้วยนะครับ อย่างที่โคราชบ้านผมประชาชนยังคงได้รับ เหตุเดือดร้อนรำคาญจากมลภาวะทางเสียง สถานบันเทิงไม่ยอมปิดเมื่อครบกำหนดเที่ยงคืน นอนกันไม่ได้ จนร้องเรียนมามากมายครับท่านประธาน ผมมีแนวทางจากนักวิชาการคร่าว ๆ มา ๒ แนวทาง คือ
๑. กำหนดเวลาเปิดปิดให้เหมือนกัน เที่ยงคืนปุ๊บเลิก
๒. กำหนดเวลาเปิดปิดให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในแต่ละท้องถิ่น อย่างสถานบริการที่ไม่อยู่ติดกับชุมชน หรือหากมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นอยู่แล้วก็มีการอนุญาต ให้เปิด ซึ่งประเด็นปลีกย่อยคงจะมีการพูดคุยในคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ แล้วก็ในส่วนนี้เชื่อว่าจะมีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเพิ่มเติมอีก
ประเด็นที่ ๖ เรื่องปัญหาการกำหนดเขตพื้นที่เพื่ออนุญาตให้ตั้ง สถานประกอบการในท้องที่ หรือการ Zoning พระราชบัญญัติสถานบริการปี ๒๕๐๙ กำหนดอำนาจให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะสามารถกำหนดเขต อันมีปริมณฑลจำกัดในท้องที่ใด เพื่อการอนุญาต หรืองดอนุญาตให้ตั้งสถานบริการได้ โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาต ได้นั้นจะต้องตั้งอยู่ในท้องที่ที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ดังกล่าวนั้น ด้วยข้อความนี้ครับท่านประธานนอกจากแผนที่หรือที่เรียกว่า Zoning จะดูยาก แล้วดุลยพินิจส่วนใหญ่ยังไปอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านอาจจะ ไม่รู้จักมักคุ้นกับพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นอย่างดีด้วยตัวของท่านเองนะครับ ท่านอาจจะ ลงพื้นที่แต่ไม่ได้ครอบคลุม อาจจะส่งปัญหาตรงนี้เห็นควรว่าก่อนเสนอร่างพระราชกฤษฎีกา ควรมีคณะกรรมาธิการ คณะกรรมการศึกษาลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างแท้จริง
ประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๗ เป็นเรื่องปัญหาเรื่องสภาพบังคับครับ ในประเด็นสุดท้ายจะเป็นเรื่องฐานความผิดที่มีความคลุมเครือ มีอัตราโทษที่ต่ำโดยไม่มี ระดับขั้นความผิด เอื้อหรือจูงใจให้คนที่มีต้นทุนเยอะสามารถกระทำผิดเพียงเพื่อจ่ายค่าปรับ ในอัตราที่ต่ำ และถูกระงับใบอนุญาตเพียงชั่วคราว เพื่อที่จะย้ายสถานที่ประกอบการของตน ใหม่ได้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย ซึ่งผมเชื่อว่ามิใช่เพียง สส. จากพรรคก้าวไกล แต่จะมีเพื่อน ๆ สส. จากพรรคอื่น ๆ ได้เป็นปากเป็นเสียงพี่น้องประชาชน แล้วก็สะท้อน ปัญหาเพื่อที่จะร่วมกันแก้ไขติดกระดุมเม็ดแรกให้กับการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ สถานบริการ เพื่อให้มีการผลักดันนโยบายสร้างเศรษฐกิจของเมืองไทยให้ดียิ่งขึ้นไป ขอบคุณท่านประธานครับ