ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ หารือแนวทางการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบภายใต้การกำกับของรัฐ เพื่อป้องกันการลักลอบขาย สร้างรายได้ให้ประเทศ และสนับสนุนเกษตรกร โดยเสนอให้มีการเปิดทางให้ผลิต นำเข้า และจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย พร้อมใช้ข้อมูลวิจัยประกอบการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและรัฐ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้าของสภาผู้แทนราษฎร
ขั้นแรกผมคิดว่าเราต้องพูดกันอย่างจริงจังแล้วว่าในขณะนี้ที่กฎหมาย ของประเทศไทยระบุไว้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ถูกกฎหมายตั้งแต่การนำเข้า บริโภค หรือจำหน่าย แต่เราเดินออกไปทุกที่ไม่ได้ยากเลยที่จะหาสิ่งที่เรียกว่าผิดกฎหมายนั้นอยู่ในมือของ ประชาชน ดังนั้นจุดยืนของผมจึงขอสรุปว่าเป็นจุดยืนที่การผลิต การบริโภค การนำเข้า และการจำหน่ายต้องทำได้ ผ่านการควบคุมของรัฐ โดยยึดถือเอาผลประโยชน์สูงสุดของ ประเทศชาติและประชาชน เพื่อตั้งเกณฑ์ที่เหมาะสมในการที่ป้องกันไม่ให้นักสูบหน้าใหม่ เข้ามาสู่ตลาดยาสูบเหล่านี้ การที่เราไม่มีการควบคุมแต่ยังคงมีอยู่นำมาสู่อะไรบ้างครับ กฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่ตอนนี้นำมาสู่การที่นำไปสู่การจับ การปรับ และทำให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ติดลบกับประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวประเทศอื่น ๆ รวมถึงคนไทยด้วย สุดท้าย การจะจำหน่ายหรือการจะทำอะไรกับบุหรี่ไฟฟ้าก็ต้องจ่ายให้กับใครบางคนอยู่ดี สุดท้ายเรื่องนี้ไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้หายไปจากสังคมไทย มันกลับไปอยู่ใต้ดินอยู่ภายใต้ การดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาการที่บุหรี่ไฟฟ้าต้องไปกลายเป็นส่วย เป็นอะไรพวกนี้ เราควรจะต้องให้รัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแลเอาข้อกังวลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ในความรู้สึกของบุคลากรด้านการแพทย์ ด้านวิทยาศาสตร์ว่ามัน อันตรายหรือไม่อันตราย เรามาทำให้มันเป็นจริงเป็นจังให้มันถูกกฎหมาย และวิจัยกันออกมา จริง ๆ จัง ๆ เลยว่าบุหรี่ฟ้าสุดท้ายแล้วผลของมันดี ไม่ดี อย่างไร และเมื่อวิจัยแล้วถ้าจะให้ ดีขึ้น จะให้ปลอดภัยขึ้น รัฐควบคุมได้ รัฐกำกับได้ รัฐดูแลได้ เพราะสุดท้ายอย่างที่ผมบอก ตอนต้นการไม่ดูแลมันก็ยังมีอยู่ดี
ลำดับถัดมาครับ การมีส่วนร่วมนี้จะทำอย่างไรได้บ้าง ตอนนี้รัฐไทยเรา มีการควบคุมราคาบุหรี่และภาษีต่าง ๆ ภายใต้โรงงานยาสูบ แต่ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ บางครั้งการที่มีโรงงานยาสูบที่ควบคุมดูแลเรื่องการจำหน่ายบุหรี่ปกติบุหรี่ทั่วไปอยู่ การตั้ง ราคาและกำหนดราคาโดยรัฐเองบางครั้งก็นำไปสู่การที่ทำให้เกิดบุหรี่เถื่อนเข้ามา เพราะ ๑. ราคาถูกกว่า แอบนำเข้ามาแล้วขายได้กำไรดีกว่า สุดท้ายรัฐเองก็ไม่ได้ประโยชน์ อย่างเต็มที่จากการพยายามควบคุมด้วยตัวเอง ข้อเสนอหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอไว้สำหรับการ เข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญครั้งนี้ คือต้องพิจารณากันแล้วว่าเราจะทำอย่างไรในการที่จะ เริ่มควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้อยู่ในจุดที่ ๑. สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบหรือผู้ที่ สังเคราะห์น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยที่ทุกวันนี้เขาเหล่านี้ก็ขายอยู่ครับ เขาจะไปอยู่ ตรงไหน หรือเขาจะขายอย่างผิดกฎหมายในขณะที่รัฐขายอย่างถูกกฎหมาย แล้วถ้าเกิด ทั้งสองฟากขายแบบที่ฝั่งหนึ่งขายราคาแพง ฝั่งหนึ่งขายราคาถูก สุดท้ายถ้ารัฐตั้งราคาแพงไป และไม่ให้มีส่วนร่วมกับคนที่รู้เส้นทางหรือการขายอยู่แล้ว เขาเหล่านั้นจะอยู่อย่างไร เขาก็ไป ขายแบบผิดกฎหมายอยู่ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงกันให้ดีว่าสุดท้ายแล้วเราจะทำอย่างไร กับผู้ที่ยังจำหน่ายอยู่ และรัฐจะเข้าไปจำหน่ายอย่างไร จำหน่ายโดยตัวเองหรือไม่ หรือจะ ขายเป็นใบอนุญาตการจำหน่ายที่ถูกกฎหมาย และเป็นผู้ผลิตด้วยตัวเอง เรื่องนี้วันนี้เรายังคง หาข้อสรุปไม่ได้ เพราะเราเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่รัฐสามารถหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามานั่ง เพื่อพูดคุยหาแนวทางที่เหมาะสมสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้เหมือนกันครับ ตัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเองตอนนี้ก็ยังมีข้อถกเถียงว่าสร้างสารพิษที่ไม่เหมือนในบุหรี่จริง อย่างไรบ้าง และทำอย่างไรให้สารเหล่านั้นถ้าจะต้องทำโดยรัฐ ผมก็ขอเสนอผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดที่กำลังจะตั้งขึ้นมาว่าถ้าจะทำโดยรัฐผ่านการควบคุมแล้ว ตัวไหน เป็นสารที่ก่ออันตรายและสามารถทำให้มันไม่อันตรายได้ และผลิตโดยประเทศไทยได้ ต่อไปในอนาคตข้างหน้าอาจจะสร้างรายได้ให้กับประเทศ ไม่ว่าจะผ่านภาษีหรือตัวผลิตภัณฑ์ ของรัฐได้เช่นกัน และแน่นอนเราคงไปถึงจุดนั้นไม่ได้ถ้ารัฐไม่เริ่มจากการเข้ามามีส่วนร่วม ในการวิจัยและพัฒนาด้วยตัวรัฐเอง ผมเชื่อว่าประเทศเรามีศักยภาพพอครับ นี่อาจจะเป็น หนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทยก็ได้ อยู่ที่เราจะยอมรับสิ่งที่มีอยู่มากน้อยแค่ไหน ดังนั้นการที่ผมได้กล่าวมาตั้งแต่ต้น การตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาครั้งนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าศึกษาออกมาแล้วมีแนวทางที่ดี เป็นประโยชน์ทั้งต่อการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ ทั้งต่อการป้องกันการขายและเก็บส่วยและทำให้ประชาชนมีรายได้ สร้างอาชีพได้ เรื่องนี้ สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือรัฐและประชาชนผ่านการควบคุม อย่างน้อยถ้าต่ำที่สุดก็ต้อง อยู่ในระนาบเดียวกันกับบุหรี่จริงทั่วไปที่รัฐก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะทำอย่างไรก็ตาม บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีอยู่ครับ อยู่ที่เราจะเลือกเข้าไปมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร ยอมรับมัน อยู่กับมัน และทำให้มันดีดีกว่าครับท่านประธาน ขอบคุณครับ