วรรณรัตน์ ชาญนุกูล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๖๖

วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นำเสนอผลสำรวจที่ชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการคงมาตรการห้ามบุหรี่ไฟฟ้า และเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน รวมถึงไม่ยกเลิกกฎหมายเดิมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติพัฒนากล้า บุหรี่ไฟฟ้า คือมหันตภัยใหม่ของสังคมโลก ไม่ต่างอะไรกับโรคอุบัติใหม่อีกชนิดหนึ่ง แม้บริษัทผู้ผลิต จะอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าถูกออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ ธรรมดา แต่ข้อมูลทางลับกลับชี้ชัดว่าผู้ผลิตมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนด้วย ข้อมูล เอกสารลับของบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ถูกศาลสหรัฐสั่งให้เปิดเผยออกมาพบว่า ผู้บริหารของบริษัทแห่งนั้นได้กำหนดเป้าหมายให้แก่องค์กรของเขาว่า หากจะให้บริษัท อยู่รอดและก้าวต่อไป เราจะต้องช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่เป็นเยาวชนมาเป็นของเรา ในระยะยาว ดังนั้นเราจะต้องออกแบบบุหรี่ยี่ห้อใหม่ ๆ ให้มีรูปลักษณ์เย้ายวนใจผู้สูบบุหรี่ อายุน้อย ๆ ด้วยเหตุนี้บุหรี่ไฟฟ้าจึงมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องจาก Generation ที่ ๑ ถึง Generation ที่ ๕ ในปัจจุบัน ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้านอกจากจะมีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดแล้ว และสารที่จะทำให้เกิดละอองไอน้ำ คือ Propylene Glycol และ Glycerin ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ของร่างกายแล้ว ยังมีสารปรุงแต่ง กลิ่นที่เด็กและเยาวชนชื่นชอบอีก ได้แก่ Diacetyl และสารอื่น ๆ อีกมากมาย นับ ๑๖,๐๐๐ กว่าชนิด ซึ่งเป็นสารที่สามารถทำได้เกิดโรคปอดร้ายแรงตามมาได้ นอกจากนั้นผู้ผลิตยังใช้กลยุทธ์ทางการตลาดโฆษณาสินค้าโดยให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง เช่น บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกใหม่ที่ปลอดภัยกว่าบุหรี่แบบเดิม ๙๕ เปอร์เซ็นต์ หรือบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เลิกบุหรี่ได้มากขึ้น เป็นต้น แต่ข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นการกล่าวอ้าง โดยไร้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน ตรงกันข้ามกลับมีรายงานที่แสดงถึงอันตราย ที่สำคัญจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าว่าส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมี ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่นเดียวกันกับการสูบบุหรี่ธรรมดา แม้ในบุหรี่ไฟฟ้าจะมีสารพิษน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา แต่ในบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารก่อมะเร็ง โลหะหนัก และสารเคมีอีกหลากหลายชนิดเช่นเดียวกับที่พบในบุหรี่ธรรมดา และยังมี สารเคมีอีกหลายชนิดที่ไม่พบในบุหรี่ธรรมดาแต่พบในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเรายังไม่รู้คำตอบใน ขณะนี้ว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง คงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าอันตราย จากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะปรากฏผลออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นการที่มีสารพิษในบุหรี่ไฟฟ้า น้อยกว่าสารพิษในบุหรี่ธรรมดาเราจึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่า บุหรี่ธรรมดา อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน คำกล่าวอ้างที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เลิกบุหรี่ ได้มากขึ้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะข้อเท็จจริงคือบุหรี่ไฟฟ้าถูกผลิตขึ้นมาเพื่อให้คนเสพติด บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่เพื่อให้คนเลิกสูบบุหรี่ธรรมดา เนื่องจากว่าในบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีปริมาณของ นิโคตินอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับบุหรี่ธรรมดา ปัจจุบันนี้ยังไม่มีประเทศไหนในโลกที่ ขึ้นทะเบียนรับรองให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่แม้แต่ประเทศเดียว สำนักงาน อาหารและยาของสหรัฐหรือ FBA แถลงว่ายังไม่พบบุหรี่ไฟฟ้าที่ปลอดภัยและช่วยให้คน เลิกบุหรี่ได้ ท่านประธานครับ องค์การอนามัยโลกได้รายงานเมื่อปี ๒๕๖๔ ว่าปัจจุบันไม่มี หลักฐานบ่งชี้ถึงผลกระทบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพในระยะยาว แต่มีหลักฐาน เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สมาพันธ์หัวใจโลก หรือ World Heart Federation ได้รายงานว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภยันตรายใหม่ต่อหัวใจ และหลอดเลือด และนอกจากนั้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังทำให้เป็นมะเร็ง โรคเบาหวาน และสมรรถภาพทางเพศเสื่อมได้ เมื่อเราถอดบทเรียนจากประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น สหรัฐอเมริกา ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีอัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นจากผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่ ทั้งในผู้ใหญ่ เด็ก และเยาวชน การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กนักเรียนมัธยมปลายในอเมริกาเพิ่มขึ้น ๑๘ เท่าในเวลา ๘ ปี จาก ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๐๑๑ เป็น ๒๗.๕ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๐๑๘ และเด็กเหล่านี้เกิดอาการเจ็บป่วยของโรคระบบทางเดินหายใจ ต้องเข้าโรงพยาบาลถึง ๓,๐๐๐ กว่าคนเศษ และในจำนวนนี้เสียชีวิตถึง ๖๐ กว่าคนไปแล้ว สำหรับประเทศไทย ของเราแม้จะมีการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แต่ก็มีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศและมีการสูบ กันอย่างแพร่หลาย จากการสำรวจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ในระหว่างวันที่ ๒๕ เมษายน ถึงวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ พบว่าวัยรุ่นเริ่มหันมาสูบบุหรี่ ไฟฟ้ากันเป็นจำนวนมากสูงถึง ๖๑,๖๘๘ คน โดยเริ่มต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้าเมื่ออายุเฉลี่ยเพียง ๑๕.๒ ปีเท่านั้น จึงถือเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ของอนาคตของชาติ เหตุผลที่เด็กมัธยมหันมา สูบบุหรี่กันก็เพราะมีความเชื่อกันผิด ๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา บุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่บุหรี่เพราะมันเป็นเพียงแค่ไอน้ำเท่านั้น และจะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จากการประเมินผลการศึกษาทั่วโลกอย่างเป็นระบบพบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดนักสูบ หน้าใหม่ ๆ สูงขึ้นถึง ๓ เท่า และทำให้คนที่เลิกสูบบุหรี่ไปแล้วหันกลับมาสูบบุหรี่อีก สูงถึง ๔ เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาก่อน การศึกษานี้เป็นการสรุปหลักฐาน เชิงประจักษ์ยืนยันว่าข้ออ้างที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีผลให้เยาวชนเริ่มต้นสูบบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า จะสามารถทดแทนการสูบบุหรี่ได้นั้นไม่เป็นความจริงอย่างใดทั้งสิ้น

จากการสำรวจความคิดเห็นของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่จากผู้ปกครอง นักเรียนชั้น ป. ๔ ถึง ป. ๖ ทั่วประเทศจำนวน ๕,๕๘๒ คน ระหว่างวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ พบว่า ๙๑.๕ เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้รัฐบาลคงห้ามการนำเข้า และห้ามการขายบุหรี่ไฟฟ้าเอาไว้ตามเดิม ๙๕.๔ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งให้ความรู้ที่ถูกต้องถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง ๙๓.๐ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าควรเร่งปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าทั้งที่ขายหน้าร้านและขาย Online อย่างจริงจัง องค์การอนามัยโลกได้สนับสนุนให้ประเทศไทยคงมาตรการ Ban บุหรี่ไฟฟ้าไว้ ต่อไป หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมจะสูบขององค์การ อนามัยโลก ดอกเตอร์มาร์กิโซกล่าวว่าหากการห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงไป คนที่จะได้รับผลกระทบคือเยาวชน การบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบจะเพิ่มมากขึ้น และจะเป็น ปัญหาที่สำคัญต่อไป ดังนั้นคำแนะนำคือห้ามแล้วต้องไม่ยกเลิก ผมจึงมีความเห็นว่าในการ ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าแม้จะมีกฎหมายห้ามนำเข้า และห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นมาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการสูบบุหรี่กันอย่างกว้างขวางในวงกว้าง โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและเยาวชนทั้งหลาย ดังนั้นจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายกันอย่าง จริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ทั่วไปถึงพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะในสถานศึกษา การยกเลิกกฎหมาย ห้ามนำเข้า ห้ามขาย แล้วออกกฎหมายใหม่มาควบคุมจะไม่สามารถแก้ปัญหาการระบาด ของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนได้เป็นผลสำเร็จอย่างแน่นอน และถ้ามีการขายบุหรี่ไฟฟ้า อย่างเสรี ภาษีที่ได้จากการขายบุหรี่คือขายบุหรี่ไฟฟ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายที่รัฐต้องสูญเสีย จากการดูแลรักษาผู้ป่วยอันเกี่ยวเนื่องจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะไม่คุ้มกันเลย เรียกง่าย ๆ ว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย เช่นเดียวกับหลายประเทศที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในเวลานี้ครับ ขอบคุณมากครับ