นิยม วิวรรธนดิฐกุล หารือประเด็นการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเน้นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินและสารอันตรายที่ก่อให้เกิดการเสพติดและอันตรายต่อสุขภาพไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางกำกับดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย การใช้ในกลุ่มเยาวชน และความเสี่ยงต่อสุขภาพ เพื่อให้มีการควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดยิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพนะครับ ผม นิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็คงเห็นด้วยที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ปกติบุหรี่ไฟฟ้าก็มีส่วนประกอบอยู่ ๓ ส่วน ก็คือเป็นแบตเตอรี่ แล้วก็ Atomizer ที่ทำให้เกิด ไอและความร้อน แล้วก็น้ำยา ซึ่งถูกทำให้เป็นไอ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
อันนี้ในแง่ของบุหรี่ไฟฟ้าเราก็คงจะต้อง ดูหลายประเด็นเอาว่าเป็นประเด็นสุขภาพก่อนก็แล้วกัน ไม่ว่าบุหรี่ธรรมดา หรือบุหรี่ไฟฟ้า องค์ประกอบสำคัญ ก็คือนิโคตินซึ่งนิโคตินนี่ละที่เป็นสารเสพติด ผลของนิโคตินต่อร่างกาย เราก็จะมีหลายอย่าง อย่างเช่น กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปอด มะเร็งทางช่องปาก หลอดอาหาร หรือตับอ่อน ทำให้เส้นเลือดตีบอันนี้ชัดเจนก็จะมีเส้นเลือดตีบในหลายส่วนมันจึงทำให้เกิด โรคเส้นเลือดตีบในหัวใจ เส้นเลือดตีบในสมอง ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เมื่อสูบบุหรี่ก็มีผล ต่อการพัฒนาสมองของเด็กในครรภ์ บุหรี่ทั้ง ๒ แบบก็จะมีนิโคตินเหมือนกัน แล้วตัวนี้ ที่ทำให้เป็นยาเสพติด แต่จริง ๆ แล้วในบุหรี่ไฟฟ้ามันก็ยังมีสารอื่นอีก ตัวที่สำคัญในบุหรี่ ไฟฟ้าก็คือตัวทำละลายที่เขาเรียกว่า Propylene Glycol ซึ่งเป็นสารประเภทแอลกอฮอล์ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมีรสหวาน จริง ๆ Propylene Glycol ก็ใช้ในอาหาร ใช้ในยา บางชนิดได้ แต่ว่าใช้ในการสูบเข้าไปนี้ก็ยังไม่ทราบผลต่อร่างกายเช่นกัน เมื่อเทียบ กับบุหรี่ธรรมดา แล้วก็บุหรี่ไฟฟ้าก็ถือว่าไม่มีการเผาไหม้ก็ใช้อุณหภูมิประมาณสัก ๓๐๐ องศาเซลเซียส ในขณะที่บุหรี่ธรรมดาจะใช้ ๖๐๐ องศาเซลเซียส ๗๐๐ องศาเซลเซียส ๘๐๐ องศาเซลเซียส หรือ ๙๐๐ องศาเซลเซียสซึ่งมีการเผาไหม้ ซึ่งก็อาจจะลดความเสี่ยง ต่อพวกน้ำมันดิน หรือ Tar ที่เกิดจากเผาไหม้ แต่จริง ๆ แล้วสารประกอบที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า ก็ยังมีอีกมากมายที่จะเป็นอันตรายได้ไม่แพ้กับบุหรี่ธรรมดา แล้วมีอนุภาคที่ขนาดเล็ก อย่างที่บางท่านได้กล่าวไปแล้ว ทำให้เข้าไปสู่ในส่วนลึกของในปอดและเข้าสู่กระแสโลหิตเรา ได้เร็วขึ้น ทำให้เสพติดไหม อันนี้ก็แน่นอนเพราะการเสพติดนี้เกิดจากการเสพติดจากนิโคติน ไม่ได้ว่าเป็นบุหรี่ชนิดไหน ถ้ามีนิโคตินก็เสพติดเหมือนกัน และอีกอย่างหนึ่งที่เสพติดได้ง่าย ก็คือ รูป รส กลิ่นที่แต่งมาแล้วทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือในเด็ก และเยาวชน อันนี้ไปอีกในแง่ของประเด็นทางสุขภาพ โดยสรุปแล้วทางการแพทย์ก็ถือว่า บุหรี่ไฟฟ้าก็มีโทษ หรือว่ามีอันตรายเท่า ๆ กับบุหรี่ธรรมดา
ส่วนในประเด็นข้อกฎหมายก็มีหลายท่านได้พูดไปแล้ว เพราะในประเทศไทย เราก็ถือเป็นสินค้าต้องห้าม ผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้ขาย ผู้ใช้ หรือผู้ครอบครอง แต่ปัจจุบัน เราก็ไม่ได้มีกฎหมายที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยตรง แต่ก็จะมีกฎหมายอื่น ๆ ที่ใช้บังคับอยู่ เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค หรือว่าประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ปี ๒๕๕๗ พ.ร.บ. ศุลกากร ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๔๖ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมีโทษทั้งจำทั้งปรับ มีโทษค่อนข้างจะสูง นอกจากนี้เราก็จะมีพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ปี ๒๕๖๐ ห้ามสูบในที่สาธารณะ ก็มีโทษปรับ แต่ปรากฏว่าทุกวันนี้เกือบไม่ได้บังคับใช้เลย อันนี้ก็เป็นข้อประเด็น ข้อกฎหมาย แต่ว่าเป็นข้อกฎหมายที่อยู่ในกฎหมายฉบับอื่น ๆ ไม่เป็นกฎหมายโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับ บุหรี่ไฟฟ้า ในแง่ของบริบทความเป็นจริงในประเทศไทยปัจจุบัน เราก็ต้องยอมรับเลยว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีการใช้อย่างแพร่หลาย แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วมากโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น นักเรียน เด็ก เยาวชน และมีการนำเสนอออกมาทาง Social ค่อนข้างจะเยอะมากนะครับ มีการโฆษณา ใช้วาทกรรมหลายแบบ อย่างเช่น บุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย บุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิก บุหรี่ได้อย่างนี้ แต่ว่ากรมควบคุมโรคและทางการแพทย์ส่วนใหญ่ก็ยืนยันว่าอย่างไรบุหรี่ไฟฟ้า ก็ยังมีอันตรายที่ชัดเจน แล้วเราควรจะมีกฎหมายสำหรับควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าไหม อันนี้ถ้ามี กฎหมายแล้วก็คือการนำเข้า การขาย การครอบครอง ก็ทำได้ตามกฎหมาย จะเรียกว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสียก็แล้วกัน ยกตัวอย่างข้อดีก็แล้วกัน ก็คือเอาใต้ดินขึ้นมาบนดิน อันนี้ ดีครับ เพราะว่าลดผลประโยชน์ใต้ดินของผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่รัฐหรือว่าพ่อค้า รัฐได้ภาษี อันนี้แน่นอนเก็บภาษีได้ การมีกฎหมายควบคุม มีการกำหนดโทษชัดเจนก็เป็นสิ่งที่ดี แต่อีกด้านหนึ่งก็คือข้อเสีย ซึ่งเราก็ต้องลองตระหนักดูว่าอันไหนจะดีหรือเสียมากกว่ากัน ข้อเสียก็อย่างเช่นว่าการใช้กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ ทุกท่านก็คงจะทราบดีนะครับ กฎหมายรู้สึกว่าจะใช้บังคับไม่ค่อยได้ผล เรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ เพราะฉะนั้นแม้มีกฎหมายก็ยังเชื่อว่าไม่น่าจะใช้บังคับได้จริง การมีกฎหมายก็เหมือนกับให้นำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าประเทศได้ หรือว่าขายได้ หรือเสพได้ ก็คงจะ เป็นการเปิดประตูนะครับ เหมือนเป็นการเปิดประตูให้บุหรี่ไฟฟ้ามีการใช้มากขึ้นโดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบางก็คือเด็กและเยาวชน รวมทั้งสตรีด้วยนะครับ ก็จะทำให้มีการระบาด อย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นบุหรี่ไฟฟ้าอาจจะไปสู่การพัฒนาในการใช้กับยาเสพติด อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแอมเฟตามีน ไม่ว่าไอซ์หรืออี หรือสารสกัดจากกัญชา อันนี้ เป็นไปได้นะครับ เพราะว่าการพัฒนาเรื่องยาเสพติดค่อนข้างจะเร็ว อีกอย่างหนึ่งเชื่อว่าน่าจะ เสียรายได้มากกว่าเนื่องจากว่าเราต้องซื้อจากต่างประเทศ อย่างเช่นบุหรี่ปัจจุบันของ การยาสูบแห่งประเทศไทยก็สู้บุหรี่ต่างประเทศไม่ได้ เพราะฉะนั้นบุหรี่ไฟฟ้าไม่ว่าทั้งอุปกรณ์ ทั้งน้ำยาก็คงจะต้องใช้ของต่างประเทศ จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้มากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ก็สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ส่วนจะทำกฎหมายออกมา ในรูปแบบไหนก็คงจะต้องไปในคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ