ขัตติยา สวัสดิผล เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาออกกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากข้อมูลจำนวนผู้ใช้จากภาครัฐขัดแย้งกับเครือข่ายผู้ใช้ และชี้ให้เห็นว่าการห้ามขายแบบเดิมไม่ได้ผล จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับทั้งการควบคุมและการจำหน่ายออนไลน์อย่างเร่งด่วน
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดิฉันเห็นถึงความจำเป็นที่เราจะต้องรีบตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลประโยชน์ ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าค่ะ เพราะในปัจจุบันเราทราบกันดีว่าเรายังไม่มี กฎหมายที่จะรองรับการครอบครองแล้วก็การใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า ทั้ง ๆ ที่มีจำนวนคนใช้ บุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนเยอะมาก โดยข้อมูลจากทางภาครัฐที่เกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ก็แตกต่างจากข้อมูลของสมาคมผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิงค่ะ โดยข้อมูลจากทางภาครัฐ ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติทำร่วมกับ สสส. บอกว่ามีจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าตอนนี้อยู่แค่ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คนเท่านั้นเอง ซึ่งขัดกับข้อมูลที่มาจากเครือข่ายผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้า ที่บอกว่าตอนนี้ตัวเลขไปแตะอยู่ที่ ๒ ล้านคนแล้ว แถมมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมาก เรื่อย ๆ ด้วย ในฐานะตัวแทนประชาชน ดิฉันอยากให้การทำงานของภาครัฐเป็นไปตามข้อมูล แล้วก็ข้อเท็จจริงที่ปราศจากอคติในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ดิฉันไม่แน่ใจว่าการเก็บข้อมูล ที่คลาดเคลื่อนกันขนาดนี้เกิดจากอะไร เป็นอคติที่ สสส. มีต่อบุหรี่ไฟฟ้าหรือเปล่า เหมือนที่ ดิฉันเคยอภิปรายกับ สสส. ไว้เมื่อครั้งที่มารับทราบรายงานเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนะคะ ตัวเลขคนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ๒ ล้านคนแสดงให้เห็นถึงอะไร แสดงให้เห็นว่าแม้บุหรี่ไฟฟ้า จะยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ แต่การห้ามมันไม่ได้ผลอีกต่อไปค่ะ คนยังสามารถหาซื้อกันได้ ง่าย ๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่คนอายุ ๒๐ ปีที่หาซื้อได้ คนอายุต่ำกว่า ๑๘ ก็สามารถหาซื้อบุหรี่ไฟฟ้า ได้เช่นกัน เมื่อมันไม่มีกฎหมายควบคุม มันก็เลยสามารถที่จะขายที่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทาง Online ใครจะซื้อก็ได้ อายุเท่าไรก็ได้ ดิฉันจึงเห็นด้วยกับการที่จะนำเรื่องบุหรี่ไฟฟ้านี้ เข้าสู่การพิจารณาของชั้นกรรมาธิการ เพื่อที่จะออกกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องควบคุม หรือการที่จะไม่ให้ขายไปเลย ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านบุหรี่ไฟฟ้าค่ะ จึงเห็นด้วยว่าควรมีคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะตั้ง แล้วก็แสวงหาข้อเท็จจริง ในเรื่องที่เป็นประเด็นถกเถียงกันตอนนี้ รวมถึงการหารือในมาตรการต่าง ๆ กันต่อไปค่ะ
ในส่วนของประเด็นข้อถกเถียงดิฉันเห็นว่า ข้อแรก คณะกรรมาธิการควรไป ศึกษาว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นการช่วยลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ หรือจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้สูบ หน้าใหม่ขึ้นมา
๒. คณะกรรมาธิการควรจะสามารถหาแนวทางในการกำกับควบคุม เพื่อที่จะ ลดจำนวนผู้สูบหน้าใหม่ได้หรือไม่
๓. คณะกรรมาธิการควรจะศึกษาว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย กว่าบุหรี่ทั่วไปหรือไม่ เพราะต้องยอมรับก่อนข่าวว่ามีงานวิจัยไม่เยอะที่ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้ และส่วนมากก็เป็นงานวิจัยที่ทำโดยบริษัทผู้ผลิตบุหรี่ หรือโรงงานยาสูบที่บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีอันตรายไม่ต่างกับบุหรี่ธรรมดา
๔. คณะกรรมาธิการควรศึกษาว่าบุหรี่ไฟฟ้ามันส่งผลกระทบในระยะยาว หรือไม่เมื่อนำไปเทียบกับบุหรี่จริง เพราะมันก็มีรายงานถึงจำนวนผู้เสียชีวิตจากบุหรี่ไฟฟ้า เยอะเหมือนกัน ดิฉันเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านบุหรี่ไฟฟ้าค่ะ หลายท่านในสภาแห่งนี้ก็ไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญด้านบุหรี่ไฟฟ้าเราจึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญมาแสวงหา ข้อเท็จจริงในประเด็นเหล่านี้ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราต้องทำงานภายใต้ พื้นฐานของข้อมูล และกลไกสภาแห่งนี้ดิฉันว่าจะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการที่จะนำไปสู่ การออกกฎระเบียบต่อไปนะคะ
ในส่วนของการหารือถึงมาตรการควบคุมหรือกำกับดูแลค่ะ ดิฉันเห็นว่า คณะกรรมาธิการควรกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าว่าจะเป็น ๒๐ ปี หรือ ๑๘ ปี
ข้อ ๒ คณะกรรมาธิการควรกำหนดถึงพื้นที่ในการจำหน่ายว่าจะให้จำหน่าย ในพื้นที่ทั่วไปได้ หรือให้จำหน่ายเฉพาะทาง Online เท่านั้น
ข้อ ๓ คณะกรรมาธิการควรกำหนดถึงการควบคุมการแต่งกลิ่นน้ำยาบุหรี่ ไฟฟ้านะคะ เพราะกลิ่นของบุหรี่ไฟฟ้าคือการดึงดูดให้เยาวชนอยากลอง มันมีกลิ่นหอมค่ะ มันมีทั้งกลิ่นผลไม้ กลิ่นขนม บางประเทศจึงมีการควบคุมการแต่งกลิ่นค่ะท่านประธาน เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้
ข้อ ๔ คณะกรรมาธิการควรกำหนดถึงความปลอดภัยต่าง ๆ เช่น ความเข้มข้นของนิโคติน ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เติมของเหลว
ข้อ ๕ คณะกรรมาธิการควรต้องควบคุมการโฆษณา เช่น การพิมพ์ภาพบน บรรจุภัณฑ์ หรือว่าการจัด Promotion ส่งเสริมการขาย
ท่านประธานคะ อีกประเด็นที่สำคัญคือเรื่องมาตรการทางภาษีค่ะ หากปลายทางของเรื่องบุหรี่ไฟฟ้านี้คือการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายขึ้นมา ดิฉันคิดว่า การเก็บภาษีควรต้องมีเป้าหมายเพื่อลดผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าค่ะ และรัฐจะสามารถจัดเก็บ รายได้เพิ่มเติมได้ด้วย เพราะตอนนี้ผู้ใช้งานบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลแต่รัฐไม่สามารถเก็บ รายได้ได้เลย
ประเด็นอีกเรื่องคือเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะที่สำคัญ ดิฉันอยากให้ทาง คณะกรรมาธิการลองศึกษาดูว่าการเผาไหม้ของบุหรี่จริงงมันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น PM2.5 หรือภาวะโลกร้อนก็ตาม และจะเอาไปเทียบกับบุหรี่ ไฟฟ้าที่มันไม่ได้มีการเผาไหม้ หรือปล่อยก๊าซที่เป็นผลเสียมากเท่ากับบุหรี่จริง
ทั้งนี้อีกประเด็นหนึ่งที่มีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ก็คือหลายประเทศระบุ ให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ จึงอยากให้คณะกรรมาธิการ ไปแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อมาตอบข้อถกเถียงเหล่านี้นะคะ แล้วก็ดิฉันอยากให้ทาง คณะกรรมาธิการลองไปศึกษาดูประเทศอื่น ๆ ที่เขาควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าว่าแต่ละประเทศได้ผล กันเป็นอย่างไรบ้าง เช่น ๓๕ ประเทศ ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าเลย เช่น กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ ๓ ประเทศห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคติน เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา และอีก ๗๓ ประเทศสามารถขายบุหรี่ไฟฟ้าได้โดยมีการควบคุม เช่น ออสเตรีย เกาหลีใต้ เวียดนาม
สุดท้ายแล้วการควบคุมโดยเด็ดขาดเลยมันได้ผลไหม การอนุญาตให้ขายได้ แต่มีการควบคุมมันส่งผลอย่างไรบ้าง คนเลิกสูบบุหรี่ได้จริงไหม รัฐจัดเก็บรายได้ได้มากขึ้น หรือเปล่า อันนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการควรจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติม แต่สิ่งหนึ่ง ที่ทุกประเทศเห็นตรงกัน ก็คือการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า นี่คือความสำคัญว่า ทำไมเราถึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา เพราะไม่เช่นนั้นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าจะไม่มี การถูกควบคุม จะไม่มีการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้สูบ ดังนั้นดิฉันหวังว่าเมื่อมีการตั้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมา เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอันอาจนำไปสู่การออก กฎหมายเพื่อควบคุมการขายและการใช้งาน เราจะได้แนวทางเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน ของสังคมต่อไป ขอบพระคุณค่ะ