ปิยะรัฐชย์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบบุหรี่ไฟฟ้ารอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๗ กันยายน ๒๕๖๖

ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาผลกระทบและผลประโยชน์จากการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยเน้นทั้งด้านสุขภาพ รายได้ภาครัฐจากภาษีสรรพสามิต และปัญหาความกำกวมของกฎหมาย พร้อมเสนอให้ศึกษาผลการวิจัยที่ขัดแย้งกันอย่างรอบด้านเพื่อกำหนดทิศทางการควบคุมที่เหมาะสมกับบริบทสังคมและประโยชน์ของประชาชนในระยะยาว

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออนุญาตมาอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทความเป็นจริงในประเทศ โดยดิฉันจะขออนุญาตพูดถึง ๓ ประเด็นหลัก ที่สำคัญในการสนับสนุนญัตติในครั้งนี้ คือประเด็นด้านสุขภาพ ประเด็นเรื่องภาษี และประเด็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ในส่วนของประเด็นอื่น ๆ ดิฉันเชื่อว่าผู้อภิปราย ท่านถัดไปจะมีการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมาในอีกหลากหลายด้านและหลากหลายประเด็น ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุก ๆ ท่าน

ในด้านสุขภาพค่ะท่านประธาน ยังมีข้อมูลที่ขัดแย้งในหลากหลายงานวิจัย ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้าหากเปรียบเทียบกับบุหรี่ปกติทั่วไป ในบางงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ก่อให้เกิดควันจากกระบวนการเผาไหม้ของ บุหรี่และใบยาสูบ รวมถึงสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างน้ำมันดินหรือ Tar สารพิษในบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับต่ำกว่าบุหรี่ปกติ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่มี ส่วนประกอบของไปยาสูบ แต่มีเพียงนิโคตินที่เป็นสารในบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น และงานวิจัย บางงานวิจัยยังมีความเชื่ออีกว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถช่วยเลิกหรือลดการสูบบุหรี่ปกติได้จริง แต่ในทางกลับกันค่ะท่านประธาน ยังมีงานวิจัยอีกหลากหลายงานวิจัยที่ออกมาโต้แย้งว่า ถึงแม้บุหรี่ไฟฟ้าจะไม่มีใบยาสูบ แต่สารนิโคตินที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารเคมีที่เป็นอันตราย ต่อร่างกายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าจะมีอนุภาคที่เล็กกว่า บุหรี่ธรรมดาหลายเท่า ทำให้ผู้สูบสูบเข้าไปในปอดส่วนที่ลึกได้มากกว่า และอนุภาคที่เล็กนี้ มีโอกาสเกาะกับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว และร่างกายของเรา ไม่สามารถหรือสามารถขับออกมาได้น้อยมาก โดยที่สารนิโคตินที่ว่านี้จะเป็นสารที่ทำให้ เซลล์มะเร็งทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น รวมถึงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins พบว่าน้ำยา E-liquid ที่ใช้ในบุหรี่ไฟฟ้าประกอบไปด้วยสารพิษที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ในระดับที่สูงมาก อีกทั้งนักวิชาการอีกหลายท่านได้สรุปไว้ว่ายังไม่มีหลักฐานทางการวิจัย ที่สรุปอย่างชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะสามารถช่วยเลิกบุหรี่ปกติได้จริง และการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ได้ช่วยลดการสูบบุหรี่ธรรมดาได้ลดลงเลย แต่ทำให้อัตราการสูบบุหรี่ทั้งบุหรี่ปกติ และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยอีกด้วย และหากอ้างอิงถึงงานวิจัยในเรื่องของสัดส่วน เยาวชนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ต่อแนวโน้มมาเป็นกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ของซาเมียร์ โซนจิ มหาวิทยาลัย Dartmouth สรุปได้ว่าเยาวชนที่เริ่มต้นจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะกลายเป็นผู้เริ่ม สูบบุหรี่มากกว่ากลุ่มที่ไม่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า แล้วกลายเป็นผู้สูบบุหรี่ถึง ๔ เท่าตัว โดยสาเหตุ หลัก ๆ ก็คือการติดนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเกิดได้ง่ายขึ้นในเยาวชน เพราะนิโคตินถูกดูดซึม ผ่านปอดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ท่านประธานคะ ความขัดแย้งของ งานวิจัยหรือความคิดเห็นขัดแย้งกันของนักวิชาการที่ดิฉันได้เอ่ยมาข้างต้น เป็นความขัดแย้ง ที่มีเหตุผลที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา เพื่อศึกษาถึงผลกระทบในด้านสุขภาพของประชาชน คนไทยกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าให้ละเอียดเพิ่มมากขึ้น และจะได้เป็นหนึ่งในเหตุผลของ การตัดสินใจของประชาชนคนไทยที่จะเลือกสูบหรือไม่สูบทั้งบุหรี่ Cigarette หรือทั้ง บุหรี่ไฟฟ้าค่ะ

ประเด็นที่ ๒ ด้านผลประโยชน์การจัดเก็บภาษีของประเทศชาติ จากบทความของคุณจัสมิน รี้กก์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเรื่องของ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่ไฟฟ้า ได้ชี้ให้เห็นว่ารายได้จากตลาดบุหรี่ไฟฟ้าทั่วโลก มีมูลค่าสูงถึง ๖๘๓,๑๙๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ และอาจจะเติบโตได้ถึงร้อยละ ๑๗ ต่อปี ซึ่งจะเป็นตัวเลขถึง ๑,๔๒๘,๗๗๒ ล้านบาท ภายในปี ๒๕๖๙ สำหรับตลาดบุหรี่ไฟฟ้า ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง ๖,๔๘๐ ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตแบบเท่าตัว คือร้อยละ ๑๐๐ ต่อปี หากประเทศไทยของเรามีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่ไฟฟ้า เราก็จะจัดเก็บภาษีสรรพสามิตได้สูงขึ้นกว่าปกติประมาณ ๒,๗๖๒ ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็น ตัวเลขที่สามารถนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยได้อีกมาก

ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของตัวบทกฎหมายและการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ประเทศไทยของเรายังไม่ได้มีกฎหมายสำหรับเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ณ ตอนนี้ ยังนำเอา พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งยังมีความสลับซับซ้อน ในการบังคับใช้ และถึงแม้ว่าเราจะมีประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องของกำหนดให้ บารากุ และบารากุไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๗ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ขยายของบุหรี่ไฟฟ้าได้ ถ้าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ห้ามมิให้มีการซื้อขายภายในประเทศไทย ก็ต้องมี การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับ บุหรี่ไฟฟ้ายังมีความสับสนต่อทั้งผู้บังคับใช้เองและต่อกับประชาชนทั่วไป เพราะ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พุทธศักราช ๒๕๖๐ ยังไม่ได้มีความสอดคล้องหรือชัดเจนต่อบริบท สังคมไทยในยุคปัจจุบัน สิทธิและเสรีภาพของการสูบบุหรี่ของประชาชนคนไทยทุกคน สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมาย ข้อบังคับหรือการเคร่งครัดในการใช้กฎหมาย การควบคุม การจับ การปรับ ต้องมีความ ชัดเจน ไม่ใช่จะเอื้อความร่ำรวยให้บุคคลใดหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากข้อมูลและข้อคิดเห็น จาก ๓ ประเด็นข้างต้นที่ดิฉันได้อภิปรายมาล้วนแต่เป็นเหตุผลที่ดิฉันพยายามจะชี้ให้เห็น ถึงความสำคัญรายละเอียด เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านได้ทราบถึงความย้อนแย้งและขัดแย้งในงานวิจัย และบทความหลายบทความ ที่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ต้องมีการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมอย่างถ่องแท้และครบถ้วน ในทุก ๆ ประเด็น ดังนั้นดิฉันจึงขออนุญาตสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้เกิดการศึกษา อย่างครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพของประชาชนคนไทย หรือจะเป็น เรื่องผลประโยชน์ของแผ่นดิน และในเรื่องของข้อกฎหมายและการบังคับใช้ที่ยังไม่มี ความเด็ดขาด ชัดเจน และยังไม่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน ขอบคุณค่ะ