อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ หารือปัญหาการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มเยาวชน แม้จะผิดกฎหมาย พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาผลกระทบและผลประโยชน์จากการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ โดยเสนอแนวทางการเก็บภาษีและกำกับดูแลตามแบบต่างประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบขาย ลดการสูบในวัยรุ่น และเพิ่มรายได้ให้รัฐอย่างถูกต้อง
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๗ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผมเป็นตัวแทนของท่าน สส. ไผ่ ลิกค์ เพื่อที่จะเสนอญัตติ เรื่องขอให้สภา ผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลประโยชน์ของการมีกฎหมายควบคุม บุหรี่ไฟฟ้า ตรงนี้ต้องขอบพระคุณท่าน สส. ไผ่ ลิกค์ ที่ได้มอบหมาย สส. วัยรุ่นสมัยแรก อย่างผมมานำเสนอในสภานะครับ ขอ Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ท่านประธานครับ ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่มีการหาซื้อง่ายทั้งช่องทาง Online และ Offline ทุกวันนี้บุหรี่ไฟฟ้าเราสามารถ สั่งซื้อได้ผ่าน Website ชื่อดัง รวมถึง Social Media ต่าง ๆ เนื่องจากเป็นที่นิยมของวัยรุ่น สาเหตุที่มีความนิยมในกลุ่มผู้ใช้เป็นเพราะว่ามีรูปลักษณ์และกลิ่นที่ทำให้เกิดความนิยม อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของผลไม้หรือเป็นกลิ่นต่าง ๆ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ทำให้ ผู้ใช้มีความชื่นชอบและมีการใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ประเทศไทยปัจจุบันมีกฎหมายที่ควบคุม บุหรี่ไฟฟ้า หลัก ๆ มี ๔ หน่วยงาน หน่วยงานแรกกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานที่ ๒ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานที่ ๓ เรื่องของ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ หน่วยงานที่ ๔ ก็คือกรมศุลกากรซึ่งจะดูในส่วนของการนำเข้า ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ ก็มีการกำกับดูแล มีการออกกฎหมาย มีบทลงโทษที่ชัดเจน หน้าถัดไปครับ จากผลสำรวจพบว่าตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ ๖,๔๘๐ ล้านบาทต่อปี และมีการเติบโตที่ร้อยละ ๑๐๐ ต่อปี นี่เป็นผลสำรวจจากแหล่งหนึ่ง ซึ่งผมได้ใส่ Reference ลงไปใน Slide นี้แล้ว
จากผลสำรวจยังพบว่าปัจจุบันเยาวชนไทยมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ ๙ และที่สำคัญมีการสูบตามเพื่อนสูงถึง ๙๒.๒ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ เป็นสิ่งที่วัยรุ่นเมื่อเห็น เพื่อนฝูงใช้กันแล้วก็อยากใช้กัน และที่สำคัญก็ไม่ทราบว่าด้านในมีสารนิโคติน ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า ทุกวันนี้พูดง่าย ๆ คือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย ดังนั้นการนำเข้ามาขายรวมถึง การจัดจำหน่ายก็เป็นการลักลอบเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั่นเอง ส่วนประเทศ ที่ทุกวันนี้มีการอนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้แล้วก็จะมีประมาณ ๖๐ กว่าประเทศ ซึ่งจะอยู่บน Slide ในส่วนที่เป็นแผนที่ที่เป็นสีม่วง ในส่วนที่เป็นสีแดงเองก็จะเป็นประเทศที่ยังไม่ให้ จำหน่าย แล้วก็จะมีบางประเทศที่สามารถจำหน่ายได้เฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีสารนิโคติน เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา ปัจจุบันงานวิจัยเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าก็มีทั้งในเชิงลบ และเชิงบวก ซึ่งปัจจุบันก็มีการวิจัยที่ผลไปในทิศทางที่ค่อนข้างต่างขั้วมีทั้งผู้ที่สนับสนุนและ ผู้ที่ไม่สนับสนุน ผมได้ศึกษาเบื้องต้นผมได้นำตัวอย่างของประเทศที่มีการอนุญาตให้ใช้ บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งผมยกตัวอย่างขึ้นมา ๓ ประเทศ อันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างหนึ่งก็คือเป็นประเทศจีน ซึ่งประเทศจีนก็จะมีข้อกำหนด มีกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งผมได้ Highlight เอาไว้ที่มันเป็นสีเหลือง จะมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การจำกัดอายุขั้นต่ำ ในการสูบ การห้ามขายใกล้สถานศึกษา การห้ามจำหน่ายผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและ Internet การห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน โรงเรียนอนุบาล และสถานที่ต่าง ๆ รวมถึง มีกฎหมายการโฆษณายาสูบที่เกี่ยวข้อง มีผลบังคับใช้กับบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ หน้าถัดไปครับ ส่วนอันนี้ก็จะเป็นของประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นก็จะมีเอกลักษณ์ตรงที่บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีนิโคตินยังไม่สามารถขายได้ ญี่ปุ่นจะอนุญาตให้ใช้และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้ความร้อนต่ำ แต่ไม่เผาไหม้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Heat not Burn Product และมีการแบนบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีสารเหลวนิโคติน ส่วนอันนี้ของเกาหลี เกาหลีก็จะมีกฎหมายอนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า แต่มีการเก็บภาษีที่สูง บุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีนิโคตินถือเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค บุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน จัดอยู่ในประเภทผลิตภัณฑ์ยาสูบ ห้ามจำหน่ายให้กับผู้เยาว์อายุต่ำกว่า ๑๙ ปี บรรจุภัณฑ์ บุหรี่ไฟฟ้าและโฆษณาควรมีข้อความเตือนด้านสุขภาพที่ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารอันตราย เช่น Nitrosamines เป็นต้น โดยสรุปในต่างประเทศก็จะมีกฎหมายเพื่อเข้ามากำกับดูแล บุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ รวมถึงการปราบปราม ในส่วนของต้นน้ำก็จะเป็นเรื่องของ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต กลางน้ำก็จะเกี่ยวข้องกับกฎหมายในการจำหน่าย ในการโฆษณา ปลายน้ำก็จะเกี่ยวข้องกับกฎหมายสำหรับการใช้งาน หน้าถัดไปครับ นี่คือกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยก็ยังไม่อนุญาตให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ยังผิดกฎหมายอยู่นะครับ ก็จะมีกฎหมาย ของกระทรวงพาณิชย์ห้ามนำเข้าบารากุและบุหรี่ไฟฟ้า หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี ปรับเป็นเงิน ๕ เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ มีเรื่องของกฎหมาย จากคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ปี ๒๕๖๐ หากฝ่าฝืน ปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท มี พ.ร.บ. ศุลกากร ปี ๒๕๖๐ ซึ่งมีการห้ามนำเข้า แล้วก็ลักลอบ หนีพิธีการศุลกากร ห้ามพักสินค้าหรือรับซื้อรับไว้ซึ่งสินค้าหนีพิธีการ มีบทลงโทษชัดเจน แต่ทั้งนี้ประเทศไทยก็ยังผิดกฎหมายอยู่ ทั้ง ๆ ที่ผิดกฎหมายครับ ท่านประธานครับ แต่ทุกวันนี้พวกเราที่นั่งกันในสภาแห่งนี้เราต่างทราบกันดีว่าข้อเท็จจริงแล้วสถานการณ์ ในปัจจุบันนั้นกลับไม่สอดคล้องกับเจตนาของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน นั่นก็คือยังมี การนำเข้า มีการจำหน่าย มีการสูบกันอย่างเปิดเผยในพื้นที่สาธารณะ ทั้งที่กฎหมาย ได้ห้ามเอาไว้ ขอหน้าถัดไปครับ ท่านประธานครับ การที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย แบบผิดกฎหมายทำให้เกิดช่องทางในการเก็บส่วย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งด่าน หรือการจ่ายส่วย เพื่อจำหน่ายหน้าร้าน รวมถึงการเรียกเก็บเงินจากผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างที่เราเห็นกันในข่าว มากมาย หน้าถัดไปครับ นอกจากนี้แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ พบว่ารายได้ภาษีสรรพสามิตยาสูบ มีแนวโน้มลดลงในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา โรงงานยาสูบและผู้ปลูกยาสูบเองในเกษตรกรก็มีรายได้ ลดลง ในขณะที่ตลาดบุหรี่ไฟฟ้ามีมูลค่ามากขึ้น แต่จำนวนเงินดังกล่าวกลับมิได้รับการเรียก เก็บภาษีสรรพสามิตแต่อย่างใด เหตุดังกล่าวนี้ย่อมก่อให้เกิดการขาดแคลนรายได้ของรัฐ เนื่องจากมิได้นำรายได้จากการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้ามารวมเป็นฐานในการคำนวณภาษียาสูบ ขอหน้าถัดไปครับ ทั้งนี้หากนำมูลค่าตลาดบุหรี่ไฟฟ้าเปรียบเทียบกับมูลค่าของตลาดยาสูบไทย จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ ๓.๗๘-๔.๓๐ จากสัดส่วนดังกล่าวหากประเทศไทย มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากบุหรี่ไฟฟ้าก็จะสามารถจัดเก็บภาษีสรรพสามิตได้สูงถึง ๒,๗๖๓ ล้านบาทต่อปี นี่เป็นข้อมูลจากบทวิจัยในปี ๒๕๖๐ ซึ่งทุกวันนี้อย่างที่ทราบการใช้ บุหรี่ไฟฟ้ามีอัตราการเติบโต ดังนั้นหากคิด ๕ ปีถัดมาจำนวนเงินดังกล่าวย่อมสูงกว่า ๒,๗๖๒ ล้านบาทต่อปี ตรงนี้เองผมก็ไปเอามาจากบทวิจัยมี Reference ซึ่งสามารถเปิดดูได้ ท่านประธานครับ บุหรี่ไฟฟ้ายังผิดกฎหมาย ถ้ายังผิดกฎหมายอยู่แบบนี้รัฐย่อมไม่สามารถ ใช้ภาษีเป็นเครื่องมือในการกำหนดกลไกราคา ไม่สามารถควบคุมการบริโภคบุหรี่ไฟฟ้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขและกำหนดอายุของผู้บริโภค รวมถึง ระบุอัตราโทษของกฎหมายที่ชัดเจน ไม่สามารถกำหนดพื้นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือ E-cigarette smoking area ดังเช่นพื้นที่สูบบุหรี่ทั่วไปที่ทำได้ตามพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ส่งผลให้มี การสูบในพื้นที่สาธารณะแบบทุกวันนี้ ซึ่งสร้างความรำคาญแก่ผู้ที่ไม่ชื่นชอบ สำคัญที่สุด เป็นสินค้าที่ปราศจากการควบคุมคุณภาพจากรัฐอย่างสิ้นเชิง พูดง่าย ๆ หากยังมีการขาย แบบนี้ มีการเก็บส่วยแบบนี้ ก็จะไม่มีการควบคุมคุณภาพ ประชาชนจะรู้ได้อย่างไรว่า บุหรี่ไฟฟ้าที่สูบกันอยู่มีสารอะไรบ้าง อย่าทำเป็นเล่นนะครับ ถ้าไม่มีการควบคุมคุณภาพ สมมติว่ามีการใส่สารอะไรที่เป็นอันตรายขึ้นมาถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ขอหน้าถัดไปครับ ผมจึงอยากเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อหาข้อสรุปว่า ข้อดีและข้อเสีย และผลกระทบของการออกกฎหมายมาควบคุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการควบคุมคุณภาพ มาตรฐานที่ก่อให้เกิดอันตรายในบุหรี่ไฟฟ้า หรือกฎหมายควบคุมผู้บริโภค การกำหนดอายุ ของผู้บริโภคที่ชัดเจน รวมถึงการควบคุมผู้บริโภค การกำหนดอายุของผู้บริโภคที่ชัดเจน รวมถึงการจัดเก็บภาษี จากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เพื่อการลดปัญหาในปัจจุบันและป้องกันปัญหาที่ตามมา ในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดครับ ขอบพระคุณครับ