จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยวิพากษ์วิจารณ์ผลประกอบการของกองทุนไม่ดี และเรียกร้องการปรับปรุงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุน และการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ กองทุนการออมแห่งชาติ หรือที่ เรียกว่า กอช. มีแนวคิดที่ดีคือพยายามจะสร้างระบบบำนาญให้กับเกษตรกร ผู้ค้าขายรายย่อย หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ เป็นสิ่งที่ควรจะสนับสนุน คราวที่แล้วเราก็ได้มีการพูดถึงว่า อุปสรรคอันหนึ่งที่ทำให้กองทุนการออมแห่งชาติไม่สามารถขยายได้เท่าที่ควรก็เนื่องจาก เงินสะสมของรัฐบาลยังมีปริมาณที่น้อยเกินไป ทราบจากทาง กอช. ว่าปัจจุบันได้ปรับเงิน สะสมสูงสุดจากเดิม ๑,๒๐๐ บาทต่อปี กลายเป็น ๑,๘๐๐ บาท ซึ่งก็เป็นแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ดีถึงเราจะเอาใจช่วย แต่ผลประกอบการของ กอช. ที่พวกเราเห็นในรายงาน ประจำปี ๒๕๖๕ ยังไม่ดีเท่าที่ควรครับท่านประธาน ที่บอกว่าไม่ดีเท่าที่ควรถ้าเราดูจาก ตัวเลขภาพรวมเลย มีเงินทุนสะสมที่รัฐบาลมีเงินลงทุนที่ทางสมาชิกลงทุนไป แล้วก็มี เงินสะสมจากทางรัฐบาลรวมแล้ว ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าสิ้นปี ๒๕๖๕ เงินลงทุนจำนวนนี้ก็ลดลงเหลือเพียง ๑๑,๖๘๐ ล้านบาทเศษ เท่านั้นเอง คือขาดทุนไป ๓๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถ้าหากว่าเป็นกองทุนของเอกชน กองทุนที่มี ผลประกอบการลักษณะนี้เป็นกองทุนที่น่าจะไม่มีคนลงทุน เพราะว่าเงินต้นกลับลดลง ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลนะครับ จากการที่ผมได้ลองศึกษาในรายงานฉบับนี้ก็เห็นปัญหาว่าสาเหตุ ที่ขาดทุนก็คงจะมาจาก ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน อีกส่วนหนึ่ง ก็คือเรื่องของการลงทุนของกองทุน ถ้าดูการลงทุนของกองทุนก็จะพบว่าที่ผ่านมาการลงทุน ของกองทุนขาดทุนมาโดยตลอด ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ จากเอกสารในหน้า ๘๙ กำไรขาดทุนสุทธิจากเครื่องมือการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน ในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๕ ขาดทุน ๒๑๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ก็ทำนองเดียวกันครับ ขาดทุน ๕๙ ล้านบาทเศษ ก็แสดงว่าเงินลงทุนต่าง ๆ ที่ทาง กอช. ไปลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ พันธบัตรรัฐบาล หรือจะไปซื้อเงินลงทุนอะไรก็แล้วแต่ ไปลงทุนในหุ้นของบริษัทต่าง ๆ ผลประกอบการออกมาไม่ดี ก็คือขาดทุนติดต่อกันมาโดยตลอด เป็นภาระสำคัญอันหนึ่ง ที่ทำให้ความน่าสนใจของกองทุนลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุน ที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุน เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ในปี ๒๕๖๔ ก็อยู่ที่ ๑๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๕ ก็กลายเป็น ๑๘๕ ล้านบาท เพิ่มขึ้นโดยตลอด ทำให้รายได้ที่เคยได้จากดอกเบี้ยเงินฝาก รายได้ที่ได้จากเงินปันผล หลาย ๆ ปีที่ผ่านมาไม่เพียงพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน ส่วนในปี ๒๕๖๕ ได้เงินปันผลเยอะหน่อย ได้ดอกเบี้ยเยอะหน่อยก็มีเหลือ แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาก็ปรากฏว่า ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนสูงกว่าดอกเบี้ยกับเงินปันผลมาโดยตลอดหลาย ๆ ปี ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวลครับ ผมก็ลองไปดูในรายจ่ายที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็พบว่ามี ๓-๔ ตัวที่ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ทาง กอช. ให้ข้อมูลกับเราว่าทำไมมันถึงเพิ่มขึ้นเยอะอย่างนั้น อย่างเช่น มีค่าวัสดุสำนักงาน ในหน้า ๑๐๙ จากเดิมปี ๒๕๖๔ อยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ปี ๒๕๖๕ ก็กลายเป็น ๓.๘ ล้านบาท ค่าเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูล Internet ในปี ๒๕๖๔ ไม่มี แต่ว่าในปี ๒๕๖๕ กลายเป็น ๑๒.๘๗ ล้านบาท ผมเข้าใจว่าตัวนี้น่าจะเป็นค่าเช่า Cloud ทำไมถึงมีค่าใช้จ่ายสูงถึง ๑๒ ล้านบาทเศษ ก็เป็นสิ่งที่ขออนุญาตให้ทาง กอช. ให้ข้อมูล กับเราด้วยนะครับ แล้วก็ยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์องค์กรในปี ๒๕๖๔ อยู่ที่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๖๕ ก็กลายเป็น ๓.๕๖ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมีความกังวลว่าถ้าหากว่าในปีใดรายได้จากดอกเบี้ยหรือเงินปันผลไม่ได้สูง เท่าที่ควรมันจะเกิดยอดติดลบจำนวนมากได้ เพราะว่ามีต้นทุนในการบริหาร ๑๘๕ ล้านบาท แล้วยังมีแนวโน้มจะสูงขึ้นไปอีก มันก็ค่อนข้างน่ากลัว ก็เลยขออนุญาตฝากความกังวล จากท่านประธานไปถึงผู้บริหารกองทุน กอช. ว่าสภาแห่งนี้อยากสนับสนุนกองทุน กอช. แต่อยากเห็นการปรับปรุงในเรื่องของการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการกองทุน การออมแห่งชาติให้มีความเหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพดีกว่านี้ แล้วก็อยากจะให้มีการลงทุน ในลักษณะที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง แล้วก็ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่านี้ เพราะปัจจุบันการลงทุน ของท่านผลตอบแทนไม่ดี ก็ขออนุญาตฝากความกังวล ๒ ประเด็นนี้ไปยังผู้บริหารกองทุน การออมแห่งชาติ กอช. ขอบพระคุณครับ