ขัตติยา ชี้ กอช. ต้องปรับลงทุน-สื่อสาร หลังขาดทุน 800 ล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖

ขัตติยา สวัสดิผล หารือถึงบทบาทของกองทุนการออมแห่งชาติในการรองรับแรงงานนอกระบบและผู้สูงอายุ พร้อมเสนอให้ปรับยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนที่สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ ทบทวนเป้าหมายการขยายสมาชิก ปรับปรุงการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการเงินให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาการบริหารงานภายในที่เกิดข้อพิพาทและขาดทุนสะสม เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในกองทุน

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ เรามีคนแก่เยอะมาก เรามีคนจนเยอะมาก และที่สำคัญเรามีแรงงานที่อยู่นอกระบบ เป็นจำนวนสูงมากเช่นกัน ซึ่งเป็นจำนวนเกินครึ่งหนึ่งของแรงงานทั้งหมดในประเทศ ดังนั้น กอช. จึงมีความสำคัญมาก ๆ เพราะว่าเป็นกองทุนที่จะรองรับแรงงานที่อยู่นอกระบบ เพื่อที่จะให้เขาได้มีการออมเพื่อเป็นการสร้างหลักประกันหลังเกษียณต่อไป ในรายงานฉบับนี้ ของ กอช. บอกว่าได้ดำเนินงานเพื่อจะขับเคลื่อนภารกิจกองทุนให้บรรลุเป้าหมายตามแผน ยุทธศาสตร์ ๔ ด้านด้วยกัน ดิฉันจะขอไล่ไปในแต่ละยุทธศาสตร์นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ยุทธศาสตร์แรก กอช. บอกว่าจะเพิ่มจำนวนสมาชิกอย่างทั่วถึง แล้วก็จะส่งเสริมการออมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่อง ที่น่าดีใจที่ กอช. ทำสำเร็จ เพราะว่าในรายงานแสดงให้เห็นว่า กอช. มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ปี ๒๕๖๕ มีจำนวนอยู่ถึง ๒.๕ ล้านคน

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ กอช. บอกว่าเน้นเรื่องการบริหารเงินลงทุน แล้วก็สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศของ กอช. Slide นี้จาก Port เงินสะสม แล้วก็เงินสมทบของสมาชิก กอช. มีเงินลงทุนอยู่เป็นจำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนที่เป็น ความเสี่ยงต่ำ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และเป็นความเสี่ยงสูงอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีผลตอบแทน อยู่ที่ประมาณ ๐.๑๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ผลตอบแทนที่ได้รับในอัตรา ๐.๑๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ดิฉันคิดว่ามันอาจจะโตไม่ทันกับอัตราเงินเฟ้อของเราที่ตอนนี้อยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพราะเมื่อดิฉันเอาไปเปรียบเทียบกับกองทุนประกันสังคมที่ดิฉันเคยอภิปรายไปในช่วงแรก ๆ กองทุนประกันสังคมมีการเอาเงินไปลงทุนในการลงทุนที่เป็นความเสี่ยงต่ำอายุ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นความเสี่ยงสูง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีผลตอบแทนอยู่ที่ ๑.๖๖ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ดิฉันเลยอยากจะขอแนะนำผ่านท่านประธานไปยัง กอช. ว่า เราอาจจะปรับเปลี่ยน Port การลงทุนดีหรือไม่ เพื่อที่จะได้ผลตอบแทนมากกว่านี้ คืออาจจะ เสี่ยงมากขึ้นอีกนิดหนึ่งเพื่อที่จะได้กำไรมากขึ้น ท่านประธานคะ ปัจจุบันจำนวนแรงงาน นอกระบบเรามีถึง ๒๐.๒ ล้านคนด้วยกัน ซึ่งถือเป็นประมาณ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มี งานทำที่ตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๓๙.๖ ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่หน้าที่ของ กอช. ที่จะ ผลักดันแรงงานนอกระบบให้มาอยู่ในระบบ แต่ในรายงานเขียนว่าเป้าหมายของ กอช. คือ อยากให้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี และอยากให้ไปแตะที่จำนวน ๒.๗๖ ล้านคนในปี ๒๕๖๙ คำถามของดิฉันคือการตั้งเป้าหมายแบบนี้เหมาะสมหรือไม่ เราควรผลักดันให้แรงงาน นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบไม่ใช่หรือคะ แต่ กอช. กลับวางเป้าหมายแบบนี้ตั้งแต่ต้น ทั้ง ๆ ที่เราควรจะเอาแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบเพื่อที่ว่ารัฐจะได้จัดการเรื่องสวัสดิการ แล้วก็เรื่องภาษีต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง

ดิฉันขอไปยุทธศาสตร์ที่ ๓ ต่อนะคะ กอช. พูดถึงเรื่องการถ่ายทอดค่านิยม สังคมการออมด้วยภาพลักษณ์ที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล ดิฉันดีใจที่ทางกองทุนได้ให้ ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านทางช่องทาง Online ด้วยเทคโนโลยี Digital แต่พอดิฉันไปดู การสื่อสารผ่านช่องทาง Online ว่ามันได้ผลมากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่าช่องทาง YouTube กับ Facebook กอช. มีรายการชื่อ สื่ออาสาประชาชน กับรายการ คุยกับ กอช. มันมียอด คนดูน้อยมาก ๆ คือหลักพันต้น ๆ เมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิกของ กอช. ที่มีอยู่ประมาณ ๒ ล้านกว่าคน หรือรายการ เงินทองของจริง ที่ทาง กอช. เอาไปผูกกับช่อง ๗ กับ YouTube ของ The Standard ก็มียอด View อยู่ที่แค่ ๑๐,๐๐๐ ต้น ๆ แค่นั้นเอง เลยอยากจะถาม กอช. ว่ามีความคิดที่จะปรับปรุงให้มันดีกว่านี้หรือไม่

อีกเรื่องหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือ กอช. มีหลักสูตรการเรียน Online เพื่อเพิ่มทักษะความรู้ทางการเงินที่ กอช. ไปทำร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็น e-Learning ซึ่งน้องในทีมงานของดิฉันก็ได้ลงเรียนจนได้ประกาศนียบัตรมาเช่นกัน แล้วก็ชื่นชมว่าเป็นหลักสูตรที่ดี เพราะว่าเป็นการสอนวางแผนการใช้ชีวิตด้านการเงินจริง ๆ ซึ่งหลักสูตรพวกนี้ควรจะไปบรรจุอยู่ในของกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด้วยซ้ำ ดิฉันไม่แน่ใจว่า กอช. ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ คนมาเรียนทางนี้ได้มากน้อยแค่ไหน มีจำนวนคนลงเรียนกี่คน และสุดท้ายแล้วมีคนเรียนจบ ได้รับประกาศนียบัตรมากี่คน ทาง กอช. พอจะเปิดเผยได้ไหมคะ จากนั้น กอช. ยังมี การประกวด TikTok Contest ด้วย แล้วก็มีการประกวด Animation ซึ่งเงินรางวัลก็เกือบ ๔๐๐,๐๐๐ บาทเช่นกัน เลยอยากถามว่าผลลัพธ์ที่ได้มามีอย่างไรบ้าง และทาง กอช. ได้นำ ส่วนนี้ไปต่อยอดอย่างไรได้บ้างคะ

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นของยุทธศาสตร์ที่ ๓ คือ กอช. มีการจัดกิจกรรม CSR เช่น ไปช่วยผู้ประสบภัย ไปปลูกต้นไม้ ไปร่วมงานเทศกาลวันเข้าพรรษา ดิฉันอยากฝาก คำแนะนำผ่านท่านประธานไปยัง กอช. ว่าอยากให้พิจารณาการทำกิจกรรม CSR ให้มี ความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของกองทุนการออมแห่งชาติมากกว่านี้จะได้หรือไม่

ดิฉันขอปิดท้ายด้วยยุทธศาสตร์สุดท้าย ยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือการมุ่งพัฒนา ประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ตามรายงาน กอช. บอกว่า มีพนักงานอยู่ ๘๕ คน แต่ทราบไหมคะว่าพนักงาน ๔ คน จาก ๘๕ คน ตอนนี้มีเรื่องฟ้องร้อง กับ กอช. อยู่ และมีอดีตพนักงานของ กอช. ๒ คนก็มีเรื่องฟ้อง กอช. อยู่เช่นกัน ถึงแม้ว่าคดี จะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม สิ่งที่ทาง กอช. พยายามจะบอกว่าต้องการพัฒนาประสิทธิภาพ การดำเนินงานภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ บนพื้นฐานหลักคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กอช. กลับถูกพนักงานฟ้องร้องตนเอง แถมยังมีสมาชิกกองทุนฟ้องร้อง เอาผิดเรื่องสัญญาการจ่ายเงินด้วย ดิฉันจึงอยากให้กองทุนพิจารณาถึงการบริหารงานองค์กร ในส่วนที่สัมพันธ์กับทางพนักงานแล้วก็สมาชิกกองทุนว่าเราควรจะทำสัมพันธ์ให้ดีขึ้นกว่านี้ หรือไม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ส่งผลดีต่อหน้าตาและความเชื่อมั่นที่มีให้แก่กองทุน แต่อย่างใด กองทุนเองก็ขาดทุนสะสมมาหลายปี ปี ๒๕๖๕ กองทุนขาดทุนสะสมแตะอยู่ที่ ๘๐๐ ล้านบาท ไม่ทราบว่ากองทุนจะมีวิธีแก้อย่างไรบ้าง ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการกองทุนว่าให้กองทุนยกระดับการทำงาน ดูแลบุคลากรให้ดี เพื่อที่จะ เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กองทุน แล้วก็สร้างวินัยที่ดีในการออมให้กับประชาชนต่อไป ขอบพระคุณค่ะ