สมศักดิ์ เทพสุทิน ชี้แจงการบริหารจัดการพื้นที่ฉุกเฉินภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินและกฎอัยการศึกในพื้นที่ชายแดนใต้ ย้ำแนวทางรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแผนปรับลดพื้นที่อย่างเป็นขั้นตอน พร้อมยืนยันการดำเนินงานเพื่อความสงบและปรองดอง โดยไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตได้ตอบกระทู้ถามสด ของท่านรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ที่ให้ความสนใจ ในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และมีคำถามที่เกี่ยวข้อง กฎอัยการศึก และกฎหมายความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ต้องเรียนว่าในเรื่องของการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลนี้ได้มารับภาระหน้าที่ ต่อจากรัฐบาลที่แล้ว และรัฐบาลที่แล้วก็ดำเนินการในเรื่องของการกำหนดพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นที่ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก. ดังกล่าวนั้น ทั้งหมดรวมแล้ว ๓๐ อำเภอ ใน ๓ จังหวัด ในการทำงานและการดำเนินการผมอยากได้ทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกว่าการกำหนด พื้นที่ไม่ได้ทำขึ้นมาโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เป็นการดำเนินการบริหารบูรณาการ โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเลขาธิการเป็นพลเรือน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งมีเสนาธิการทหารบกเป็นเลขาธิการอีกตำแหน่งหนึ่ง การดำเนินการและกำหนดพื้นที่ซึ่งมีเป้าหมายจะยกเลิกพื้นที่ทั้งหมดนี้ในปี ๒๕๗๐ ก็มีขั้นตอนในการดำเนินการต่าง ๆ และมีตัวชี้วัด เป้าหมายอย่างน้อยในปี พ.ศ. หนึ่ง ประมาณ ๒ อำเภอ แล้วในปี ๒๕๗๐ ก็จะปรับลดเงื่อนไขทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ที่ท่านได้ถาม ในประกาศกฎอัยการศึกนั้นก็ประกาศโดยกระทรวงกลาโหม ซึ่งการปรับลดต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ได้มีการพูดคุย ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้ให้แนวและนโยบายในการปรับลดทั้งพื้นที่ ทั้งหมดอย่างไร ซึ่งคำถามของท่านก็ถามว่าในระยะเวลา ๓๐ วันนี้ให้นำกลับเอาเข้ามา เพราะโดยปกติแล้วการขยายอายุในเรื่องของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นแต่ละครั้ง ๓ เดือน ในรัฐบาล ดั้งเดิมที่ได้ทำการทุก ๆ ระยะ ๓ เดือน คือต้องต่อระยะเวลาในอำเภอที่เหลืออยู่ ๒๒ อำเภอ หรือ ๒๓ อำเภอ ทุก ๓ เดือน แล้วในช่วงไหนที่สามารถลดได้ก็จะมาปรับลดระยะเวลา แนวทางต่าง ๆ จากการดำเนินการเรามาถึงในยุคนี้สมัยนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เราทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้ผมเมื่อวันที่ ๑๘ ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการจากวันที่ ๑๘ จนถึงวันนี้ท่านก็รู้แล้วว่าเพียง ๒-๓ วัน วันที่ ๑๙ ผมก็ได้เดินทางไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปที่ปัตตานี ยะลา ก็ได้ทำการพูดคุย กับผู้ที่เกี่ยวข้อง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศอ.บต. แล้วก็พี่น้องประชาชนที่มีโอกาสได้พบปะ กันว่าในความรู้สึกหรือการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินในพื้นที่แต่ละจังหวัดนั้นความเห็นก็ยัง ไม่เด็ดขาดอย่างไร บางคนก็บอกว่ามันต้องมีแผนรองรับให้ชัดเจนเหมือนท่านรอมฎอนได้พูด ได้ถาม บางคนก็บอกว่าในขณะนี้ถ้ายกเลิกไปแล้วความปลอดภัยของผู้คนเหล่านั้นเขาจะทำ อย่างไร เขามีความวิตกกังวลในสังคมพหุนั้นมีความเห็นอย่างไร ในการปรับลดแนวทางโดยที่ มีหน่วยงานใหญ่ ๆ ๒ หน่วยงานที่ได้กำหนดตัวแผนเข้าไว้ การดำเนินการที่ผมได้ให้แนวทาง ในส่วนของท่านเลขาธิการของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คณะกรรมการซึ่งผมเป็นประธาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเพิ่งบอกให้เมื่อวันที่ ๑๘ ผมก็ให้แนวทางว่าเราเป็นรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้ง เราฟังการทำงานแต่เดิมในส่วนของการดำเนินการจะมี กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ตำรวจภูธรภาค ๙ กรมการปกครอง ในหน่วยงานต่าง ๆ เป็นหน่วยงานส่วนใหญ่เราจะฟังจากทางราชการเป็นส่วนใหญ่ ศอ.บต. ผมก็ได้บอกว่าการดำเนินการแล้วจัดการรับฟังความคิดเห็นของผู้คนทั้งหลายให้เสร็จภายใน ๒ สัปดาห์ แล้วเราจะมาพิจารณากันว่าการปรับลดนั้น และแผนในการดำเนินการที่จะต้อง ทำอย่างไร ผมบอกว่าในแต่ละอำเภอให้ฟังท่าน สส. ให้ฟังท่าน สจ. ฟังท่านผู้นำทางศาสนา โรงเรียน ผู้บริหารการศึกษาหรือท้องถิ่นทั้งหลายให้ฟังความคิดเห็นให้หมดว่าเขาอยู่กันแล้ว เขามีความสุขอย่างไร เขาไม่ต้องการอะไร อย่างไร ให้ฟัง เพราะว่าเรามาจากรัฐบาล ของการเลือกตั้งเราก็ต้องฟังผู้คน แล้วเราจะบริหารจัดการในแนวทางต่าง ๆ คือรับฟัง แผนอะไรต่าง ๆ ท่านต้องเรียนว่าผมมารับตำแหน่งงาน ทำหน้าที่ตรงนี้เพียง ๒ วัน และวันนี้ ก็เป็นวันที่ต้องมาตอบกระทู้ถาม ผมได้สั่งการในเบื้องต้นแล้วว่าเราต้องรับฟังเสียงของพี่น้อง ประชาชนหรือผู้คนต่าง ๆ ในพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ท่านบอกไว้ว่า ๓ พี่น้อง สุดท้าย การยกเลิกอำเภอทั้งหมดแล้วมันก็จะต้องลงไปถึงพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ปี ๒๕๕๑ ท่านบอกว่ามาตรา ๒๑ โครงการพาคนกลับบ้าน มันเหมือน โครงการเกี่ยวกับเรื่องการเมืองหาเสียงอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่าเราอย่าไปมองว่า มันเป็นเรื่องของการเมืองหาเสียงอะไรต่าง ๆ แต่ว่าถ้าเราทำเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เกิด ความสงบหรือปรองดองในทุกสิ่งทุกอย่างแล้วในแนวทางต่าง ๆ ซึ่งผมก็เป็นผู้แทนราษฎร เหมือนกับท่านนะครับ ในฐานะผู้แทนราษฎรผมอยากให้พี่น้องประชาชนหันหน้าพูดคุย ทำความเข้าใจกัน ท่านก็ได้มีการอภิปรายถึง ศอ.บต. สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นผมก็ได้ดูนะครับ วันนี้ ศอ.บต. แนวทางของการทำงานผมมั่นใจว่าที่เข้าไปดูผมจะใช้เวลาในการบริหารจัดการ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีให้กำกับและสั่งการได้ด้วย ตรงนี้จะช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ แล้วจะฟังเสียงจากผู้นำทั้งหลาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดตรงนั้นช่วยกันแนะนำ และผมก็ดูแล้วในครอบครัวต่าง ๆ จากข้อมูล ที่ได้รับฟังมาประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คนยังมีรายได้ต่ำ และในส่วนของนับเป็น ครอบครัวก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ครอบครัว ตรงนี้ผมคิดว่าในรูปแบบแนวทางผมพอนึก ออกว่าผมจะต้องช่วยเสริมนโยบาย ปรับนโยบายในเรื่องรายได้ของพี่น้องประชาชน ได้อย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่ามันจะช่วยเสริมทำให้เกิดความแข็งแกร่งแล้วก็หันหน้าพูดคุยกันได้ อย่างมีความสุขและสันติภาพในสังคมพหุ ตรงนี้ผมคิดว่าจะไปด้วยกันได้ แล้วก็ต้องขอเวลา ในส่วนของแนวทางต่าง ๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ได้พออกพอใจของท่านรอมฎอนเลย เพราะเราต้องบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีเร่งรัดให้ดำเนินการโดยรวดเร็ว และผมก็คงไม่ตอบ ในรายละเอียดลึกลงไปกว่านี้ ผมต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓๐ วัน ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ ให้ส่งเรื่องหรือรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้ให้ ครม. ได้พิจารณาต่อครับ ขอบคุณครับ