ณัฐจิรา แจงน้ำท่วมขวาง โคราชวิกฤติแห้งแล้ง ฝนน้อย-กักน้ำไม่พอ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ หารือปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญในจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับผลกระทบต่อเกษตรกรรมและประชาชน

นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกและกรมอุตุนิยมวิทยาไทยได้ออกมาแจ้งว่าในปีนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิ โลกสูงขึ้น โดยผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับก็คือการเกิดปัญหาฝนทิ้งช่วง การขาดแคลนน้ำ ภาวะแห้งแล้ง และจากการที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมการเกิดภาวะแห้งแล้ง ย่อมส่งผลต่อการเกษตรที่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งน้ำจากธรรมชาติ และจังหวัดนครราชสีมา หรือโคราชถือว่าเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีประชากรทำการเกษตรจำนวนมาก โดยมีพื้นที่ เกษตรกรรมอยู่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ถ้าหากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำย่อมจะ ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจสังคมเป็นอย่างมาก แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน มาแล้วประมาณ ๔ เดือน แต่จากข้อมูลของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำพบว่าปริมาณฝน สะสมตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ถึง ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ มีปริมาณน้ำ ๕๕๐ มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าปกติอยู่ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้เขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีปริมาณ น้ำไหลลงเขื่อนสะสมในช่วง ๔ เดือนนี้มีปริมาณไม่สูง โดยปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนสะสมของ ๔ เขื่อนหลักมีเพียง ๒,๖๖๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าน้อยที่สุดในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมาค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง อย่างรุนแรงและเมื่อมาดูปริมาณน้ำฝนในจังหวัดนครราชสีมาข้อมูลวันนี้เลย ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖ พบว่ามีปริมาณฝนตกสะสมเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปี ๕๘๗ มิลลิเมตร หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๕๖ เปอร์เซ็นต์ และปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำของจังหวัดนครราชสีมามีน้ำสะสมตั้งแต่ ต้นปีเพียง ๒๑ เปอร์เซ็นต์ของน้ำท่าเฉลี่ยต่อปีค่ะ โดยในปัจจุบันนะคะปริมาณน้ำในอ่าง เก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของจังหวัดนครราชสีมามีปริมาณน้ำเพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ โดยมีปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำในจังหวัดนครราชสีมากำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติ และน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่ใช้การได้ไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าขณะนี้จะอยู่ ในช่วงฤดูฝนแต่ปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ฝนตกก็จริงแต่ปริมาณน้ำที่กักเก็บ ไม่เพิ่มขึ้นเลย ทำให้ภาพรวมในจังหวัดมีน้ำใช้น้อยมากค่ะ โดยในปัจจุบันอ่างเก็บน้ำ ในจังหวัดนครราชสีมามีอยู่ ๗ แห่ง ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โดยหนึ่งในอ่างเก็บน้ำ ที่มีปริมาณน้ำไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คืออ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในเขตพื้นที่ของดิฉันเองค่ะ เพราะว่าอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างมีพื้นที่ชลประทานจำนวน ๒๑,๗๑๔ ไร่ แต่ปริมาณ น้ำในปัจจุบันเหลืออยู่แค่ ๒๘.๗๘ เปอร์เซ็นต์จากความจุ แต่เป็นน้ำใช้งานได้แค่ ๒๕.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร และที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขาดน้ำในการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นทั้งอำเภอสูงเนิน อำเภอข้ามทะเลสอ อำเภอโนนไทย พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบอย่างมาก ตอนนี้ปลูกอะไรก็รอแต่ฝนน่าเห็นอกเห็นใจประชาชนมากเลยค่ะ เพราะเขาได้ลงทุนเพื่อผลผลิตแต่กลับไม่มีน้ำทำการเกษตรที่เพียงพอ นี่ถือเป็นสัญญาณ เตือนว่าประเทศไทยเริ่มประสบกับภาวะขาดแคลนน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ลดลง เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงอันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ El Nino และจะทวีความรุนแรง มากขึ้นทุกปี อยากให้ประเทศไทยมีแผนงานในการบริหารจัดการน้ำที่ดี เพราะจากข้อมูล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ได้รายงานสถานการณ์ในปี ๒๕๖๖ ค่อนข้างน่าเป็นห่วง และแตกต่างจากปี ๒๕๖๕ โดยเมื่อไม่นานเราสามารถพบเห็นได้ว่าผลกระทบปรากฏการณ์ El Nino ได้ส่งผลให้ประเทศอินเดียที่ถือครองสัดส่วนการส่งออกข้าวถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในเดือนสิงหาคมที่ต้องประสบกับภาวะความแห้งแล้งอันเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก ปริมาณน้ำฝนที่ลดลงกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ประเทศอินเดียมีการประกาศควบคุม การส่งออกข้าวทำให้ราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นในรอบ ๑๕ ปี นี่ถือเป็นอีก ๑ ผลกระทบจาก ปรากฏการณ์ El Nino จากผลกระทบปริมาณของผลผลิตทางการเกษตรแล้วยังก่อให้เกิด ภาวะขาดแคลนอาหารอีกด้วยค่ะ ในขณะเดียวกันผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทย ก็จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะความแห้งแล้งเช่นกันค่ะ จากที่ดิฉันเป็นลูกหลาน คนอีสาน ลูกหลานคนโคราชตั้งแต่เด็กจนโตเห็นภาคอีสานได้รับผลกระทบถึงภัยแล้ง ทุกปีเลยค่ะ ฉะนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือในปัญหาภัยแล้งต่อไป เราจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องปรับแนวทางในการบริหารน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมพร้อมมาตรการรองรับฤดูแล้งให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาแหล่งน้ำ การนำเทคโนโลยีในการกักเก็บน้ำ ด้วยเหตุนี้ การตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาศึกษา ติดตาม ตรวจสอบ และนำเสนอแนวทาง การแก้ไขปัญหา และผลกระทบอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ El Nino ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ ขอบคุณค่ะ