ศักดินัย ชี้น้ำสำคัญต่อเกษตรตราด เสนอตั้งกรรมาธิการแก้ภัยแล้ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

ศักดินัย นุ่มหนู หารือถึงความสำคัญของน้ำต่อการเกษตรในจังหวัดตราด โดยเน้นว่าน้ำเป็นปัจจัยหลักในการผลิตยางพาราและผลไม้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาญัตติร่วมกับการนำเสนอข้อมูลผ่านสไลด์ประกอบ เพื่อวางแผนรับมือภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างเป็นระบบ ทั้งยังเสนอให้ปรับแก้ระเบียบการขุดเก็บน้ำ ส่งเสริมความรู้แก่เกษตรกร สนับสนุนงบประมาณ และเร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่สำคัญอย่างห้วยสะตอและวังตาสังข์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างยั่งยืน รวมถึงเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและติดตามแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างรอบด้าน

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอมีส่วนร่วม ในญัตติอันสำคัญนี้ครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมเป็นผู้แทนที่มาจากพื้นที่ทางการเกษตร ก็คือจังหวัดตราด แล้วก็รายได้ส่วนใหญ่ของพี่น้องชาวตราดก็มาจากภาคเกษตรทั้งนั้น ทั้งยางพารา ทั้งผลไม้ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวตราดมายาวนาน และปัจจัยสำคัญก็คือเรื่องของน้ำ หากว่า ขาดน้ำนี่เกษตรกรก็ขาดใจเลย ผมขอ Slide ที่ ๑ ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ความสำคัญและความจำเป็นที่จำเป็นจะต้อง มีการวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ El Nino อันนี้ผมก็เลยคิดว่าจะไม่อภิปราย ในเชิงหลักการหรือหลักคิดอะไร เพียงแต่บอกให้เห็นถึงว่าในพื้นที่ของจังหวัดตราดนั้น มันมีความจำเป็นต่อสถานการณ์ที่มันจะเกิดขึ้นนี้อย่างไร เราจะเห็นว่าในส่วนของปริมาณ ข้อมูลในเรื่องของผลผลิต ผมดูข้อมูลย้อนหลังมา ๕ ปีด้วยกันตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ อย่างกรณี ทุเรียน ปี ๒๕๖๑ เรามีผลผลิตอยู่ที่ ๓๘,๙๕๑ ตัน และในปี ๒๕๖๕ มันเพิ่มขึ้นมาถึง ๘๖,๓๓๖ ตัน และปี ๒๕๖๖ เพิ่มเป็น ๙๐,๐๐๐ ตัน ทุเรียน มังคุดก็เพิ่มขึ้นมาในทุก ๆ ปี ตลอดระยะเวลาของแต่ละปี เงาะปี ๒๕๖๑ จาก ๗๖,๑๘๑ ตัน มาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัน นี่คือทั้งเงาะ ทั้งมังคุดต่าง ๆ เป็นรายได้ของพี่น้องชาวตราดที่มีพื้นที่ในการเพาะปลูก แล้วก็ ได้ผลผลิต สร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวตราดมาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอ Slide ที่ ๒ ด้วยครับ พื้นที่เพาะปลูกในปัจจุบันนี้จะเห็นนะครับว่าเรามีทุเรียน ตอนนี้ที่มีพื้นที่เพาะปลูกเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ มังคุด ๓๐,๐๐๐ ไร่เกือบ ๔๐,๐๐๐ ไร่แล้ว ๓๙,๐๐๐ กว่าไร่ มีเงาะอยู่ที่ ๔๘,๐๐๐ ไร่ ลองกองอีกประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวตราดนะครับ เรามีพื้นที่ชลประทาน ที่ครอบคลุมประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่มีพื้นที่ทางการเกษตรมีถึง ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ในการเพาะปลูก ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ชลประทานมีอยู่ที่ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ เรามีอ่างเก็บน้ำ ขนาดกลาง ๗ แห่งด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันนี้มีปริมาณบรรจุที่ ๑๘๕ ล้านกว่าลูกบาศก์เมตร ตอนนี้มีปริมาณน้ำที่บรรจุเต็มแล้ว ก็ถือว่ามีครบตามความสามารถของความจุ น้ำในอ่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เรามีน้ำเต็มในปริมาณอ่างทั้งหมดของจังหวัดตราดที่มี การที่จะบริหารจัดการน้ำทำให้เราวางแผนได้ว่าเริ่มมีน้ำแล้วจะบริหารจัดการอย่างไร ไม่ใช่ไปบริหารจัดการเอาตอนที่มันแล้งแล้วไม่มีน้ำ มันไม่มีน้ำให้บริหารนะครับ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าเรามีน้ำแล้วตอนนี้ต้องมาวางแผน เมื่อสถานการณ์ข้างหน้าเรารู้ว่ามันจะต้องเกิด ภยันตรายจริง ๆ ที่มันจะเข้ามามันก็เหมือนกับการที่เราซักซ้อมมีแผนการหนีไฟ ซักซ้อมสึนามิก็ดี ซักซ้อมแผ่นดินไหว เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการซักซ้อมเตรียมความพร้อม ของทุกภาคส่วนที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องภัยแล้ง ภยันตรายที่มันร้ายแรงมาก ๆ มันจะต้องมีการวางแผนรับมืออย่างไร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถึงจะบอกว่าใครมันต้อง ทำอะไรบ้าง มีบทบาทและภารกิจสำคัญต่อสถานการณ์นี้ใครต้องทำอะไรบ้าง

อันแรกเลยนะครับ ถ้าในตัวของพี่น้องเกษตรกรเองที่เคยให้น้ำต้องมีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องพืช ใครจะเป็นคนให้ความรู้ต่อพี่น้องเกษตรกรซึ่งเรามีกรมวิชาการเกษตรอยู่แล้ว ก็ต้องให้ความรู้นะครับว่าพืชแต่ละต้นนั้นต้องการน้ำเท่าไร ทุเรียนต้นหนึ่งต้องการใช้น้ำ เท่าไร อายุของมันขนาดนี้เพื่อที่เราจะได้ไม่ใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดไปอย่างฟุ่มเฟือย และสูญเปล่า เกษตรกรเองอาจจะต้องมีพื้นที่ การเพิ่มพื้นที่ นั่นก็หมายความว่าที่จะต้องมีพื้นที่เก็บกักน้ำ ซึ่งบางทีมันก็ต้องใช้เงินทุน อาจจะต้องมีการสนับสนุนเงินทุน หรือว่าแก้ไขระเบียบบางข้อ เหมือนกันครับท่านประธาน อย่างเช่น ส.ป.ก. ก็ดีบางทีขุดแล้วก็ย้ายดินไม่ได้ การที่ต้องมี การปรับแก้ระเบียบบางเรื่องเพื่อที่จะให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะมีน้ำ ซึ่งมันมี ความจำเป็น นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเรื่องนี้ หน่วยงาน ของภาครัฐ ผมคิดว่าหน่วยงานภาครัฐเองก็ต้องปรับตัวนะครับ เราจะบอกว่าตอนนี้เรามีน้ำ เยอะแล้วก็บริหารจัดการเดิม ๆ ไม่ได้ เพราะว่าพื้นที่การเพาะปลูกนั้นมันเพิ่มมากขึ้นจริง ๆ และสถานการณ์ภัยแล้งมันทำให้การระเหยของน้ำจะรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น ที่จังหวัดตราดผมเจาะจงอย่างนี้ครับว่า อ่างเก็บน้ำที่ผมเคยนำเสนอหารือต่อสภา ทั้งในสภา ทั้งในคณะกรรมาธิการก็ดี นำเสนอต่อ ครม. ด้วยว่าอ่างเก็บน้ำที่มีความสำคัญ มีความจำเป็น ต้องเร่งรัดให้เร็วขึ้น ไม่ใช่ยาวนานอย่างที่เคยเป็นนะครับ อย่างเช่นอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ ที่อำเภอเขาสมิง ก็พูดกันมานานแล้วผมก็พูดย้ำไว้แล้วนะครับว่าวันนี้อาจจะต้องสร้างให้เร็วขึ้น แล้วก็อ่างเก็บน้ำวังตาสังข์ ซึ่งตามโครงการบอกว่าอาจจะปี ๒๕๗๐-๒๕๗๑ เร็วขึ้น มากกว่านี้ได้ไหมครับ เมื่อมันมีความจำเป็น มีความสำคัญต่อพี่น้องเกษตรกร แล้วมันเป็น ลมหายใจของเขาว่าเขาจะมีรายได้ เขาจะใช้ชีวิต เขาจะส่งต่ออนาคตให้ลูกหลานเขาได้ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณ ผมก็ฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาด้วยครับว่า การที่จะจัดสรรงบประมาณในการที่จะเร่งรัดผลักดัน ในการสร้างอ่าง สร้างฝายต่าง ๆ ให้งบสนับสนุนกับทางพื้นที่ท้องถิ่นให้เขามีกำลังในการที่จะ ไปบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่นะครับ

สุดท้ายผมจึงขอสนับสนุนให้สภาผู้แทนราษฎรมีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญในการที่จะศึกษา ติดตาม ตรวจสอบ และนำเสนอในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ มีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธาน