รวี ตั้งคำถามบริหารกองทุนความปลอดภัย ชี้โครงการล่าช้า-ยกเลิกเพียบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

รวี เล็กอุทัย หารือถึงปัญหาการติดตามหนี้ค้างชำระจากเลขทะเบียนรถในกองทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนน พร้อมตั้งข้อสังเกตการดำเนินงานที่ล่าช้าและยกเลิกโครงการจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและรถรับส่งนักเรียน พร้อมเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้สร้างความรู้และมาตรการส่งเสริมพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไม่มีแนวโน้มลดลง

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมมีประเด็นที่ต้องการร่วมอภิปรายสำหรับรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน ของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ อยู่ทั้งหมด ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกันครับท่านประธาน ขอ Slide ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โดยประเด็นแรก เป็นมาตรการเร่งรัด การชำระหนี้ที่ค้างเป็นระยะเวลานานและมีมูลค่ารวมที่สูง และในส่วนของประเด็นที่ ๒ ก็คือการบริหารโครงการเพื่อให้ดำเนินการเป็นไปตามพันธกิจ

ท่านประธานครับ ประเด็นแรกนั้นสำหรับมาตรการเร่งรัดการชำระหนี้ จากลูกหนี้ที่ค้างเป็นระยะเวลานานและมีมูลค่ารวมที่สูงนั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ ความสำคัญและจัดการให้แล้วเสร็จครับ เพราะช่องทางเข้าของเงินกองทุนนี้มีรายได้หลัก จากการประมูลของเลขทะเบียนรถ ซึ่งปี ๆ หนึ่งมีมูลค่าเกินกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่สถานการณ์ตามที่ปรากฏของปีบัญชีพุทธศักราช ๒๕๖๓ พบว่ามีจำนวนมูลหนี้รวมกัน ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถึงแม้ว่าในปี ๒๕๖๔ มูลหนี้เหล่านั้นจะลดลงเหลือ ๘๔๘.๔๓ ล้านบาท ตามที่ท่านผู้ชี้แจงได้กล่าวไป แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือลูกหนี้ที่ค้างชำระค่าหมายเลข ทะเบียนรถนั้นยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในปี ๒๕๖๔ ซึ่งลูกหนี้กลุ่มใหญ่นั้นมีการค้างชำระ เกินกว่า ๖๐๐ วัน เป็นจำนวนกว่า ๕๕๔.๑๙ ล้านบาท ซึ่งทางกองทุนได้มีการตั้งเป็น เผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งหมด หรือคาดว่าจะเก็บหนี้ไม่ได้นั่นเอง ในประเด็นนี้ผมขอเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงว่า เนื่องจากรายงานฉบับนี้ เป็นของปี ๒๕๖๔ แต่ตอนนี้เป็นปี ๒๕๖๖ แล้ว ผมจึงอยากทราบสถานการณ์ของลูกหนี้ ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร มีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงกี่ราย และมีมูลหนี้รวมกันเป็นจำนวนเท่าไร และในเรื่องของการบริหารจัดการมูลหนี้ท่านมีแนวทางการดำเนินงานอย่างไร เพื่อให้ได้รับเงิน กลับคืนมาเร็วที่สุด และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการค้างชำระหนี้เช่นนี้อีกในอนาคต

สำหรับประเด็นการอนุมัติโครงการเพื่อนำไปดำเนินการตามพันธกิจ สิ่งที่น่าสังเกตก็คือในช่วงงบประมาณปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๔ นั้นทางกองทุนไม่ได้มีการอนุมัติ โครงการเต็มกรอบวงเงิน ยกเว้นในพันธกิจที่ ๔ ซึ่งเป็นพันธกิจที่เกี่ยวกับการจัดประมูล หมายเลขทะเบียนรถ ส่งผลให้มีวงเงินงบประมาณคงเหลือที่ไม่ได้ใช้ในแต่ละปีเป็นจำนวนเงิน กว่า ๓๐๐-๑,๕๐๐ ล้านบาท ผลลัพธ์ก็คือทาง กปถ. ดำเนินโครงการแล้วเสร็จเพียง ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หรือ ๒๐๔ โครงการ โดยจำนวนโครงการที่ไม่แล้วเสร็จมีกว่า ๑๒๗ โครงการหรือคิดเป็น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีการยกเลิกโครงการ ๑๑ โครงการ ซึ่งเป็นโครงการที่มีการอนุมัติในปี ๒๕๖๔ และปีก่อนหน้าที่ยกมาดำเนินการครับ ที่น่ากังวล และเป็นคำถามนั่นก็คือเมื่อพิจารณาการดำเนินการของโครงการ โดยเฉพาะโครงการ ที่ไม่แล้วเสร็จ ผมพบว่าโครงการที่ได้รับการอนุมัติในปี ๒๕๖๔ นั้น และดำเนินการไม่แล้วเสร็จ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่ในพันธกิจที่ ๑ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนโดยตรง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นพันธกิจที่ต้องให้ความสำคัญและต้องดำเนินการให้เกิดผล อย่างมากที่สุดครับ แต่ปรากฏว่ากลับมีถึง ๓๕ โครงการ หรือคิดเป็นกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของโครงการที่ดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และยิ่งไปกว่านั้นโครงการที่ยกเลิกส่งเงินคืนมีจำนวน ๑๐ โครงการนั้นก็เป็นโครงการในพันธกิจที่ ๑ ทั้งหมด และยังเป็นโครงการที่เกี่ยวกับ การเสริมสร้างความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนในหลายจังหวัด เช่น เชียงราย พระนครศรีอยุธยา มุกดาหาร และตราด ผมจึงอยากสอบถามถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิก โครงการเหล่านี้ครับ เพราะถ้าดูจากชื่อของแต่ละโครงการแล้วล้วนแต่มีความสำคัญ ต่อความปลอดภัยบนท้องถนนของน้อง ๆ เด็กนักเรียนทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสาเหตุแล้วก็เป็น ข้อกังวลที่อยากจะฝากเป็นคำถามไปยังกองทุนครับว่า ทาง กปถ. ท่านมีแนวทางอย่างไร ในการบริหารจัดการโครงการให้สามารถตอบสนองต่อทุกพันธกิจของกองทุน โดยเฉพาะ พันธกิจที่ ๑ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตผู้ใช้รถใช้ถนนได้ และเมื่ออนุมัติ โครงการแล้วทำไมถึงยังมีการยกเลิกและส่งคืนเงิน และทำไมถึงเป็นโครงการที่อยู่ในพันธกิจที่ ๑ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนรับส่งของน้อง ๆ นักเรียนเท่านั้น

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมเชื่อว่ากองทุนนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยดูแล ป้องกันในการใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยของเราให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่อดู สถิติแนวโน้มในเรื่องของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของประเทศไทย ในช่วงปี พุทธศักราช ๒๕๕๕-๒๕๖๔ จะพบว่าตลอด ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้นแนวโน้มไม่ได้มีการลดลง อย่างที่ควรจะเป็น โดยในปี ๒๕๖๔ ยังคงมีผู้เสียชีวิตเกือบ ๑๗,๐๐๐ ราย ผมจึงหวังว่า การบริหารและการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพของกองทุนจะเป็นกลไกสำคัญที่สามารถ นำงบประมาณมาสร้างความรู้ วางมาตรการกลไก และปลูกฝังการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพื่อส่งผลให้พี่น้องประชาชนคนไทยของเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณมากครับ