เอกราช อุดมอำนวย วิพากษ์การบริหารจัดการกองทุนที่มีรายได้จากการประมูลทะเบียนรถ ระบุการใช้จ่ายไม่เหมาะสม โครงการขาดประสิทธิภาพ ทั้งด้านการบำรุงรักษาระบบตรวจสอบรถ การรณรงค์ลดอุบัติเหตุที่ผลกลับด้าน และการช่วยเหลือผู้พิการที่ล่าช้า พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนแผนงาน ตัวชี้วัด และการดำเนินงานอย่างเร่งด่วนและจริงจัง
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณที่หน่วยงานนี้ได้ให้เกียรติสภาแล้วก็นำรายงานของผู้สอบบัญชี รายงานการเงินของกองทุนประจำปี ๒๕๖๔ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร กองทุนนี้มีรายได้รวมกว่า ๑,๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากการประมูลทะเบียนรถยนต์ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แต่ว่ามีรายจ่ายกว่า ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ทำให้สถานะ ของกองทุนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วคือติดลบ ติดลบเพราะอะไรครับ โครงการ ที่ท่านทำหลาย ๆ โครงการมีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง ผมอ่านรายงานมาหลายเล่ม ของหน่วยงานไม่เคยเจอ สตง. Comment หรือว่าติดหมายเหตุข้อเสนอแนะเยอะ เท่ากองทุนนี้มาก่อน อย่างโครงการบำรุงรักษาและซ่อมแซมระบบตรวจสอบรถทั่วประเทศ เพื่อรักษามาตรฐาน และตรวจสอบสภาพรถในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า ทำให้ต้องมี การปรับแผนโครงการลดจำนวนงวดงานลง ก็ไปส่งผลต่อระยะเวลาในการบำรุงรักษา และซ่อมแซมลดลง รวมถึงระบบการตรวจสอบรถที่ไม่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซม อย่างต่อเนื่องก็อาจจะส่งผลต่อความเสียหายได้ หรืออย่างโครงการที่เป็นโครงการยอดฮิตเลย ที่ท่านทำทุกปี คือโครงการรณรงค์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาล สำคัญ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ มีการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ก็มีงบประมาณคงเหลือส่งคืนกองทุนจำนวนมาก ตัวชี้วัดก็ไม่ครอบคลุมกับวัตถุประสงค์ ของโครงการ ทำให้ไม่สามารถที่จะวัดประสิทธิผลของโครงการในการลดอุบัติเหตุ ได้อย่างเหมาะสม วงเงินอย่างที่ท่านใช้โครงการนี้ ๖๖.๙๙ ล้านบาท เกือบ ๖๗ ล้านบาท เบิกจ่ายได้แค่ร้อยละ ๖๓ แต่ว่าเมื่อเทียบกับสถิติการเกิดอุบัติเหตุมีผู้ประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น นั่นแสดงว่าการดำเนินโครงการป้องกันและลดอุบัติเหตุของท่าน ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะท่านไม่สามารถที่จะคุมการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างแน่นอน แต่ท่าน ไม่สามารถมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในการช่วยให้สอดคล้องกับกองทุนนี้ได้ในการเพิ่ม ความปลอดภัยกับผู้ใช้ถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผนการใช้จ่ายก็ไม่ครอบคลุม กิจกรรม ในการดำเนินโครงการต้องส่งคืนก็เสียโอกาสในการนำเงินไปใช้ในโครงการอื่น ๆ มากทีเดียว ฝากท่านทบทวนวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดโครงการต่าง ๆ ก่อนอย่างเหมาะสม และให้ดำเนินการ อย่างรอบคอบ หรืออย่างการประชาสัมพันธ์กองทุนการประมูลเลขในภาพรวมใช้ ๙๓.๒๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาจากปี ๒๕๖๓ เพิ่มกระโดดขึ้นมาอย่างสูงอย่างมีนัยสำคัญเลย เพราะฉะนั้นการดำเนินงานของท่านก็ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ตารางกิจกรรมต่าง ๆ ก็ควรจะปิดโครงการเช่นเดียวกับพันธกิจอื่น ๆ และประเมินผลความเสี่ยงในการดำเนิน โครงการอย่างต่อเนื่องแท้จริงด้วย ผมเห็นด้วยกับ สตง. ที่ได้ติดตามแนวทางการแก้ไข เพื่อลดช่องว่างข้อผิดพลาดในเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุ ท่านเคยรายงานการประเมินผลในการใช้จ่ายและทรัพย์สินของกองทุนปี ๒๕๖๒ ท่านกำหนดมาตรการในการป้องกันหลายสาเหตุ เช่น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับ การจัดซื้ออุปกรณ์ของผู้พิการไม่มีความคุ้นเคย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ ความช่วยเหลือผู้พิการไม่เพียงพอที่จะกำหนดลักษณะที่จะจัดซื้อ แล้วก็เรื่องของทักษะ ประสบการณ์ ความระมัดระวังรอบคอบในการตรวจรับอุปกรณ์ ที่ผู้ขาย ผู้ประกอบการจัดส่งให้ แล้วก็ล่าช้าด้วย อยากจะสอบถามท่านว่าปัจจุบันนี้ ในการช่วยเหลือผู้พิการท่านใช้ชื่อว่า โครงการค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจาก การประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนที่นอกเหนือจากสินไหมตาม พ.ร.บ. ยังไม่สามารถ ดำเนินการต่อเนื่องกันได้ ๓ รอบปีงบประมาณ คือเขามีความทุกข์จากการใช้ท้องถนน แล้วท่านยังไม่สามารถที่จะดำเนินการใช้จ่ายได้ ท่านไปออกระเบียบครับ ผมไปเห็นท่าน มีความพยายามในปี ๒๕๖๔ ประมาณ ๓๐ พฤศจิกายน เรื่องของหลักเกณฑ์วิธีการจ่ายเงิน เป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการในการใช้รถใช้ถนน แต่อยากจะทราบครับ ผมถาม เป็นกระบอกเสียงแทนผู้พิการหลาย ๆ ท่านที่ประสบอุบัติเหตุจากท้องถนนว่าท่านได้ติดตาม ใส่ใจในเรื่องของการดูแลมากน้อยเพียงใด เพราะผู้เหล่านั้นก็คือเหยื่อที่เกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน มีกว่า ๒,๐๕๗ ราย แล้วก็ยังมีคำขอการใช้อุปกรณ์กว่า ๑,๓๐๐ ราย ไม่ทราบว่าท่านได้ อนุมัติเร่งรัดไปถึงไหน รวมถึงผู้พิการที่ไม่สามารถติดต่อได้อีก ๔๐๐ กว่าราย อยากให้ท่าน ทำงานเชิงรุกครับ ที่ท่านไปอนุมัติการทำ OT ของโครงการบางโครงการ การจัดจ้างบุคลากร บางครั้งท่านอาจจะต้องลองปรับแบบที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ อาจจะต้องประสานกับ หน่วยงานท้องถิ่นในการติดตาม เพราะเขาเหล่านี้ถูกทอดทิ้ง สุดท้ายนะครับ ในฐานะที่ ผมอ่านรายงานมาหลายเรื่อง ๒๔ โครงการ ๑ กิจกรรม ในปี ๒๕๖๔ ผมให้ท่าน ๑ ดาว จาก ๕ ดาว เหลือเชื่อนะครับ แผน PR ของท่านอย่างที่บอกเอาไว้จาก ๙.๓๔ ล้านบาท เพิ่มมาในปี ๒๕๖๔ เป็น ๔๙ ล้านบาท มี ๑ โครงการที่ยังเป็นห่วงเหลือเกินคือเรื่องของ ผู้พิการที่ผมอยากจะฝากเน้นย้ำว่าขอให้ท่านติดตามและใช้จ่ายอย่างเหมาะสม สุดท้าย ผมอยากให้ท่านทำวัตถุประสงค์ของโครงการต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อย่าให้ประชาชนเห็นกองทุนนี้แล้วอธิบายกันง่าย ๆ ว่าเป็นแค่ กองทุนเลขสวยเลยครับ ขอบพระคุณครับ