สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๗ กันยายน ๒๕๖๖

กิตติ์ธัญญา วาจาดี หารือเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะทางม้าลาย และเรียกร้องให้ภาครัฐบังคับใช้กฎจราจรอย่างจริงจัง รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างจิตสำนึกในการขับขี่อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องรายงานที่พบว่าผู้ป่วยเบาหวานและความดันสูงในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น และเรียกร้องการสนับสนุนจากสสส. ในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณของสสส. และเรียกร้องให้เพิ่มช่องทางสื่อสารกับประชาชน รวมถึงเพิ่มงบประมาณในการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีกายและใจ

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉันนางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ของ สสส. สานพลัง สร้างนวัตกรรม สื่อสร้างสุข ดิฉันมีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ จากรายงานหน้า ๑๕ ขับเคลื่อนสังคมสร้างทางม้าลายปลอดภัย ท่านประธานคะ วันที่ ๒๑ มกราคม ถูกกำหนด ให้เป็นวันความปลอดภัยบนท้องถนน และที่มาของวันสำคัญนี้มาจากที่เราสูญเสียแพทย์ ที่มีฝีมือดี เพราะเหตุการณ์ที่มีผู้ฝ่าฝืนกฎจราจรชนคนข้ามทางม้าลายจนได้รับการสูญเสีย ถึงชีวิตนี่คือสิ่งที่น่าเสียดายมาก เราจึงมีวันที่ ๒๑ มกราคมเกิดขึ้น แต่ทว่าท่านประธานคะ ในวันนี้ทางม้าลาย ถึงจะมีวันที่ ๒๑ วันแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนก็ตาม แต่บนทางม้าลาย ก็ยังไม่ใช่ Safe Zone เพราะยังมีการเกิดอุบัติเหตุ รถชนประชาชนอยู่เรื่อย ๆ เช่นวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกรถชนขณะกำลังข้ามทางม้าลาย ทั้งที่ทางม้าลาย นี่คือเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยในมาตรฐานของโลก แต่ในประเทศไทยไม่ใช่ค่ะ การกำหนดวันสำคัญของวันปลอดภัยจึงควรให้สำคัญจริง ๆ และจริงจัง เพื่อเกิดจิตสำนึก ที่ทำให้คนข้ามถนนบนทางม้าลายอย่างปลอดภัย รวมทั้งขอให้มีบทลงโทษและบังคับใช้ อย่างจริงจัง ทั้งนี้ดิฉันขอพูดพาดพิงไปถึงเจ้าหน้าที่ที่รักษากฎหมายด้วยว่าเกิดเหตุการณ์ ที่รถชนประชาชนหรือผู้ใช้รถใช้ถนนบนทางม้าลายควรจะจัดการอย่างจริงจัง ท่านประธานคะ ดิฉันขอเสนออีกอย่างหนึ่ง นอกจากท่านจะให้สื่อเพื่อจะโฆษณาเรื่องของทางม้าลาย ความปลอดภัยต่าง ๆ ท่านเคยย้อนกลับไปดูครอบครัวผู้ที่ประสบภัยไหมคะ ครอบครัว ผู้ที่จะต้องสูญเสียชีวิตหรือต้องพิการจากการใช้รถใช้ถนน ดิฉันขอเสนอให้ท่านลองย้อนกลับ ไปดูว่าครอบครัวเขาเกิดอะไรขึ้นแล้วสื่อออกมา สื่ออย่างสร้างสรรค์ออกมาว่าถ้ายังไม่เคารพ กฎจราจรหรือยังประมาทอยู่คนข้างหลังจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าเกิดขึ้นกับครอบครัวของท่านจะ เกิดอะไรขึ้น นี่จะเป็นสื่ออย่างสร้างสรรค์ค่ะ

เรื่องต่อมา เรื่องของรายงานหน้า ๑๔ พบว่าผู้ป่วยเบาหวานคิดเป็นร้อยละ ๗.๓๔ ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้ป่วยเบาหวานขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ ๖.๓๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนความดันสูง ๑๕.๑๑ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าความดัน เบาหวาน รวมกันมีแนวโน้ม ที่จะสูงขึ้นได้เรื่อย ๆ แต่ในความน่าห่วงใยนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ ความทุ่มเท ของ อสม. และ อสส. ที่อยู่ในกรุงเทพฯ ที่เขามีบทบาทมีความสำคัญที่ทุ่มเทเวลาเข้าไปดูแล ผู้ป่วยทั้งหมด แล้วก็คอยให้ความห่วงใยในโภชนาการของพี่น้องประชาชน ทำให้ยอด ของผู้ป่วยมีจำนวนไม่สูงมาก

ต่อไปจากรายงานหน้า ๔๘ การป้องกันเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยเหตุผล ที่พัฒนาไปสู่การสูบบุหรี่มวน ย่อมแปลว่าบุหรี่มวนยังมีอันตรายกว่า แต่เหตุใดบุหรี่มวน ยังมีการหาซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะเยาวชน ตามกฎหมายระบุไว้ว่าห้ามจำหน่ายให้เด็กต่ำกว่า ๑๘ ปี แต่ก็มีแต่เยาวชนทั้งนั้นที่ยังมีการสูบอยู่ จากหน้า ๒๔ ข้อมูลจากสำนักงาน สถิติแห่งชาติมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ทั้งหมดโดยกลุ่มอายุ ๑๕-๑๘ ปีมีถึง ๖.๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแปลว่าเรายอมรับว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ให้กับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปีเป็นจำนวนมาก ดิฉันขอฝากถึง สสส. ในเรื่องของการดูแลป้องกันแก้ไขในประเด็นนี้ด้วยค่ะ

ประเด็นที่ ๔ หน้า ๑๒๑ งบประมาณที่ สสส. ลงไปในภาคอีสาน โดยเฉพาะ จังหวัดอุบลราชธานี ภาคอีสานมีงบประมาณทั้งหมด ๒๔.๗๔ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากร ภาคอีสานมีอยู่ ๒๒.๗ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๘๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยมากกับจำนวน ประชากรของภาคอีสาน ดิฉันขอให้ท่านพิจารณางบประมาณให้สอดคล้องกับประชากร ของภาคอีสานด้วยค่ะ จากหน้า ๒๗๓ สสส. ควรเพิ่มช่องทางในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน ช่องทางของ Social Network หลายช่องทาง ซึ่งดิฉันสารภาพตามตรงว่าไม่ค่อยได้ดู TV เพราะฉะนั้นแล้วสื่อ Social ไม่ว่าจะเป็น Facebook IG หรือว่า TikTok ท่านควรจะเผยแพร่ เด็กวัยรุ่นจะได้ดูด้วย เพราะงบประมาณของท่านในการสื่อสารเพื่อพี่น้องประชาชน เป็นงบประมาณที่ยอมรับว่าสูงมาก ความสำเร็จที่แท้จริงของ สสส. คือทำให้พี่น้องประชาชน มีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ จะไม่สัมฤทธิผลเลยถ้าไม่ได้แรงกายแรงใจจากพี่น้อง อสม. และ อสส. และความร่วมมือในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนเอง ดิฉันขอกราบขอบพระคุณ สสส. แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่มาให้ความรู้ในสภา แล้วก็เป็นกำลังใจให้ท่าน กราบขอบพระคุณค่ะ