อนุสรณ์ ชี้ สสส. ควรเพิ่มโปร่งใส-ลดซ้ำซ้อน-ประเมินผลชัดเจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๗ กันยายน ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ชื่นชมบทบาทของ สสส. ในการส่งเสริมสุขภาพ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่า ผลกระทบ และการต่อยอดของโครงการ พร้อมเสนอให้มีการประเมินผลและตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และส่งเสริมความโปร่งใส โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดรับความคิดเห็นใหม่ บริหารเม็ดเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และประสานงานวิจัยกับหน่วยงานอื่นอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานประจำปี ๒๕๖๕ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ผมได้อ่านรายงาน ก็สวยงาม เรียบร้อยดี สานพลัง สสส. สร้างนวัตกรรม สื่อสารสุข ท่านประธานที่เคารพครับ สสส. นั้นจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พุทธศักราช ๒๕๔๔ มีหน้าที่หลักในการสนับสนุนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพในประเทศไทย ได้ทำงาน สนับสนุนและร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม มหาวิทยาลัย และชุมชนท้องถิ่น ในการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ท่านประธานที่เคารพครับ จะว่าเป็นอุปาทานหมู่หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ผมรู้สึกและสัมผัส ได้ว่าตั้งแต่มีการทำงานของ สสส. ทำให้คนไทยหันมาใส่ใจและห่วงใยในสุขภาพเพื่อเป็น การยกระดับคุณภาพชีวิตดีมาโดยลำดับ ในโอกาสที่ท่านได้มารายงานต่อสภาในวันนี้ผมคง ไม่ใช้เวลานี้ในการตั้งข้อคำถาม แต่ผมขออนุญาตที่จะได้ตั้งข้อสังเกตบนพื้นฐานของ ความห่วงใยเป็นข้อเสนอแนะ ซึ่งท่านผู้บริหาร สสส. ท่านคณะกรรมการก็คงจะทราบดี แต่ผมเพียงแต่มาเน้นย้ำ มาเสนอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เส้นทางที่ท่านเดินมาตลอดระยะเวลานั้น ถือว่ามาถูกทาง แต่ว่าข้อเสนอ ๕ ประการของผมดังต่อไปนี้ ผมหวังว่าจะทำให้เส้นทาง ในการเดินไปสู่เป้าหมายนั้นประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผมมีข้อสังเกตข้อห่วงใย ๕ ประการด้วยกันครับ

ประการที่ ๑ สสส. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานั้นทำโครงการต่าง ๆ มากมาย หลายโครงการ ผมคิดว่าเราน่าจะมีประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีกว่านี้หากเรามีการจัด หมวดหมู่ จัดลำดับความสำคัญของปัญหา โครงการลักษณะเดียวกัน ประเภทเดียวกันควร จะได้เชื่อมโยงสอดประสานบูรณาการใช้เม็ดเงินโครงการงบประมาณในลักษณะ แบบเดียวกันเพื่อลดความซ้ำซ้อนและสะดวกต่อการบริหารจัดการโครงการ สะดวก ต่อการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และทำให้ สสส. เป็นองค์กรที่มีความโปร่งใส โดยประชาชนร่วมเป็นเจ้าของและร่วมตรวจสอบ

ข้อห่วงใยประการที่ ๒ ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบครับว่า สสส. นั้น ทำโครงการมากมายที่ปังก็มาก ที่แป๊กก็พอมี ดังนั้นเราจะทำอย่างไรให้ทุกโครงการ เป็นโครงการที่ปังแล้วก็ปังปุริเย่ยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทำอย่างไรที่เราจะมีตัวชี้วัด มีการประเมิน ความคุ้มค่าและความคุ้มค่าที่ได้นั้นต้องเป็นความคุ้มค่าที่ยั่งยืนด้วย ท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกตโครงการประเภทที่ สสส. ไปสนับสนุน เช่น โครงการเดินการกุศล โครงการวิ่ง โครงการจัดดนตรี คำถามคือว่าถ้าเราแปรงบประมาณมาเป็นความคุ้มค่าที่ยั่งยืน มัน Return กลับมาได้คุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ และความคุ้มค่านั้นเป็นความคุ้มค่า ที่จีรังและยั่งยืนแค่ไหน อย่างไร ถามว่าแต่ละโครงการที่ สสส. ทำมาแล้ว Impact มีไหม มีครับ ถามว่า Impact อยู่ที่ไหน Impact ไม่ได้แค่เมืองทองธานี แต่ Impact อยู่ใน หลายโครงการที่เกิดขึ้นโดย สสส. ดังนั้นผมอยากจะชี้ว่าถ้าเรามีตัววัดผล มีเกณฑ์ การประเมินความคุ้มค่าที่เหมาะสมก็จะทำให้เป้าหมายของเราชัดเจนขึ้นครับ

ข้อห่วงใยข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ โครงการใดที่ สสส. ได้ดำเนินการ และประสบความสำเร็จผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกท่านอื่นมีข้อสังเกตเหมือนผมหรือเปล่า แต่ผมสังเกตว่าหลายเรื่องที่ปัง หลายเรื่องที่โดนใจคนไทยในที่สุดก็หายไปไม่ได้รับการต่อยอด หรือบางโครงการที่ทำแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่คุ้มค่าในแง่ของตัวชี้วัดหรืออื่นใดก็ตามแต่ ยังมีโครงการลักษณะที่ไม่ประสบความสำเร็จออกมาเป็นระยะ ๆ ดังนั้นผมคิดว่าเราควรจะมี ตัวชี้วัดว่าโครงการที่ประสบความสำเร็จเราจะเดินหน้าต่ออย่างไร และโครงการที่ไม่ประสบ ความสำเร็จใช้เม็ดเงินงบประมาณลงทุนไปแล้วให้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า เราจะมาสำรวจ จุดอ่อนและเราจะพัฒนาจุดแข็งเข้าไปเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างไรบ้าง

ข้อห่วงใยข้อที่ ๔ ผมเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ สสส. ทำมานี้เดินมาถูกทาง แต่จะดีกว่านี้หรือไม่ หาก สสส. เป็นองค์กรที่เปิดรับแนวความคิดหรือ Idea แปลกใหม่ ที่กว้างขวางขึ้น ครอบคลุมขึ้น หลากหลายขึ้น ผมรวมถึงการเปิดรับเม็ดเงินที่จะมา เป็นเม็ดเงินสนับสนุนจากองค์กรภาคเอกชนหรือองค์กร NGO ต่าง ๆ ที่จะมาร่วมขับเคลื่อน ท่านประธานครับ บางครั้งโครงการที่คิดโดยมุมมองใหม่ ย้ายที่คิด เปลี่ยนมุมมอง ในการนำเสนอ เปลี่ยนแหล่งเงินงบประมาณ อาจจะทำให้เราได้โครงการที่มีความแปลกใหม่ แล้วก็สอดรับกับวิถีชีวิต วิถีสังคมที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

ข้อห่วงใยและข้อสังเกตประการที่ ๕ ผมเห็นข้อสังเกตในความพยายาม ของ สสส. ว่า สสส. ก็พยายามที่จะต่อยอดในการสนับสนุนงานวิจัย แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า งานวิจัยหลายเรื่องที่ สสส. สนับสนุนนั้นอาจจะเป็นโครงการที่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงาน ที่เขาดูแลอยู่แล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ ก็คือสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือ สวรส. สวรส. คืออะไรครับ สวรส. เป็นองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ มีอำนาจหน้าที่ในการสำรวจ ศึกษา และวิเคราะห์ทางวิชาการต่าง ๆ เพื่อวางเป้าหมาย นโยบาย และจัดทำแผนงานโครงการ และมาตรการต่าง ๆ ในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ ผมเห็นว่าถ้าเรื่องงานวิจัย มอบให้กับองค์กรที่เป็นเจ้าภาพหลักที่มีความเชี่ยวชาญ มีชำนาญการพิเศษน่าจะเหมาะสมกว่า นี่ก็เป็นข้อห่วงใย ๕ ประการที่ผมนำเรียน แล้วก็ขอให้กำลังใจ สสส. ให้เดินหน้าต่อไป เพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคนครับ