ขัตติยา วิจารณ์ สสส. ชี้ข้อมูลบุหรี่ไม่ต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๗ กันยายน ๒๕๖๖

ขัตติยา สวัสดิผล ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่แม่นยำและความขาดต่อเนื่องของข้อมูลการสูบบุหรี่ที่ สสส. อ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานพัฒนาระบบเก็บข้อมูลของตนเองเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง ทั้งยังตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของงบประมาณและมาตรการรณรงค์ที่ดำเนินมานาน 22 ปี ว่าแท้จริงแล้วลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้จริงหรือไม่ พร้อมท้าทายให้ปรับแนวทางจากเน้นประชาสัมพันธ์มาสู่การป้องกันที่จับต้องได้ เร่งควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า และผลักดันการวิจัยผลกระทบทางกลับ รวมถึงเรียกร้องให้รายงานในอนาคตมีข้อมูลรัดกุม ปราศจากอคติ และให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางเพศและการเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพอย่างทั่วถึงมากขึ้น

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อันดับ แรกก็ขอขอบคุณ สสส. ที่พยายามทำรายงานเล่มนี้ออกมาเพื่อที่จะรายงานว่า ในปีงบประมาณที่ผ่านมา สสส. พยายามจะทำอะไรเพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพ ให้ประชาชนคนไทยเพื่อให้มีสุขภาวะที่ดีนะคะ สำหรับรายงานประจำปีฉบับนี้ได้มี การรายงานถึงสถานการณ์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ การบริโภคยาสูบ สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานการณ์ความปลอดภัย ทางถนน สถานการณ์การมีกิจกรรมทางกาย สถานการณ์การบริโภคผักและผลไม้รวมถึง สถานการณ์โรคไม่ติดต่อหรือ NCDs แต่การอภิปรายวันนี้ค่ะดิฉันจะขอหยิบใน ๑ เรื่องมาพูด ก็คือเรื่องสถานการณ์การบริโภคยาสูบค่ะ ขอ Slide ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากกราฟที่เห็นนะคะ สสส. ได้กล่าวถึงสถานการณ์การบริโภคยาสูบเอาไว้ว่าคนไทยมีแนวโน้มการสูบบุหรี่ลดลง โดยไป อิงตัวเลขจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งดิฉันคิดว่า สสส. เองควรจะหาแนวทางในการเก็บ สถิติเป็นของตัวเองไหม เนื่องจากว่าถ้าเราไปอิงกับตัวเลขของสำนักงานสถิติมาก ๆ มันอาจจะไม่มีความแม่นยำค่ะ เพราะจากที่ดูในกราฟนี้นะคะ ถ้าเราเปิดดูในหน้าที่ ๒๒ ของรายงานเล่มนี้ค่ะ สำนักงานสถิติไม่ได้เก็บข้อมูลของอัตราผู้สูบบุหรี่ทุกปี มันเป็นการข้ามปี มันไม่มีความต่อเนื่อง บางทีเว้น ๒ ปี บางทีเว้น ๓ ปี บางทีเว้น ๔ ปี มันไม่มีความแม่นยำ ในข้อมูลค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการเก็บสถิติที่หยาบแบบนี้มันไม่ได้แสดงผลลัพธ์ ที่ชัดเจนของผลงานของ สสส. แต่อย่างใด ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ว่า ควรจะมีเครื่องมือในการเก็บข้อมูลของตัวเองเพื่อความแม่นยำและไม่คลาดเคลื่อน งบประมาณเยอะขนาดนี้ไม่ยากอยู่แล้วค่ะที่จะสร้างเครื่องมือของตัวเองในการเก็บสถิติ ท่านประธานคะนอกจากรายงานนี้จะแสดงข้อมูลที่ก้าวกระโดดข้ามปีแล้ว สถิติก็แสดงให้เห็น ว่าคนไทยไม่ได้สูบบุหรี่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใดเลย

จากกราฟหน้า ๒๒ ค่ะ อันนี้อิงตามสำนักงานสถิติแห่งชาติ อันนี้ดิฉันย่อ มาให้ดูแล้ว ปี ๒๕๕๖ มีคนสูบบุหรี่อยู่ ๑๐.๗๗ ล้านคน มาปี ๒๕๖๐ มีคนสูบบุหรี่ ๑๐.๗ ล้านคน คือเลิกไปแค่ ๐.๐๗ มันลดลงจริง แต่มันไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พอปี ๒๕๖๐ มาปี ๒๕๖๔ ค่ะ จำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงแต่ก็นิดหน่อย ดังนั้นเท่ากับระยะเวลา เกือบ ๑๐ ปี คือ ๒๕๕๖-๒๕๖๔ คนสูบบุหรี่ลดลงเพียงแค่ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ทาง สสส. อาจจะบอกว่าแต่มันก็ลดสถิติ ปี ๒๕๖๔ มันลดแล้ว แต่ดิฉันอยากจะถามกลับว่า สสส. เคยศึกษาไหมว่าจำนวนที่มันลดลงนี่มันลดลงด้วยสาเหตุอะไร มันลดลงเพราะคนหันไป สูบบุหรี่ไฟฟ้า มันลดลงเพราะว่าสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มันลดลงเพราะสถานการณ์โควิดมัน ลดลงเพราะเศรษฐกิจ หรือมันลดลงเพราะการรณรงค์ของ สสส. ที่ใช้งบประมาณ อย่างมหาศาลเพื่อ PR อันนี้ทาง สสส. ก็ควรจะชี้แจงให้ชัดเจนนะคะ ท่านประธานคะ นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ที่เราตั้ง สสส. มาเป็นเวลา ๒๒ ปีแล้ว ดูกราฟในหน้า ๒๔ ได้

ขอ Slide ถัดไปค่ะ นักสูบที่เป็นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง ๑๕-๑๘ ปี ไม่ได้ลดลงเลย แต่กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นหลายปีติดต่อกันด้วยซ้ำ โดยรายงานเล่มนี้เราบอกว่า จากกลุ่มตัวอย่างเยาวชน ๕,๐๐๐ คน มีเยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าถึง ๑๓.๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า สูงมากเมื่อดิฉันเอาตัวเลขเยาวชนที่สูบบุหรี่มาเทียบกับงบประมาณ สสส. ที่ได้รับไปมันทำให้ เห็นว่ากลุ่มนักสูบที่เป็นรุ่นเยาว์นั้นมันไม่ได้มีจำนวนลดลงแต่อย่างใด ดังนั้นทาง สสส. ควรตั้งเป้าหมายให้จำนวนสูบที่เป็นรุ่นเยาว์นี้ใกล้เคียงที่ ๐ เปอร์เซ็นต์ที่สุดหรือไม่ อันนี้ก็เป็น หน้าที่ของ สสส. และอีกอย่างหนึ่งก็คือควรจะรีบออกกฎหมาย เพื่อเป็นการควบคุมบุหรี่ ไฟฟ้าให้มีมาตรการใกล้เคียงกับการควบคุมบุหรี่มวนให้ได้เร็วที่สุดค่ะ ท่านประธานคะ จากที่อ่านดู ดิฉันคิดว่ารายงานฉบับนี้ค่อนข้างมีอคติกับบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากเขียนว่า เด็กนักเรียนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนหากเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีแนวโน้มไปสูบบุหรี่ธรรมดา เพิ่มขึ้น ๕ เท่า และมีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่ไฟฟ้า และบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้น ๗ เท่า และบอกอีกว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูไปสู่การสูบบุหรี่ธรรมดา คำถามที่ดิฉันจะฝาก ท่านประธานถามไปยัง สสส. ก็คือคุณได้มีการศึกษากลับกันบ้างไหมว่าคนที่เคยสูบบุหรี่จริง แล้วไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วสามารถเลิกบุหรี่ได้มีหรือเปล่า ทาง สสส. ได้มีการทำวิจัยเรื่องนี้บ้าง ไหมเป็นอย่างไรบ้าง ในเล่มนี้ได้กล่าวถึงผลกระทบของการสูบบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพเศรษฐกิจ แล้วก็สังคม โดยบอกว่าจะมีการลงทุนเพื่อที่จะควบคุมการสูบบุหรี่ของคนไทย ให้มีประสิทธิภาพ คือไม่ตาย ไม่ป่วย จะต้องใช้เงินลงทุนเฉลี่ย ๒,๕๐๐ ล้านบาทต่อปี และภายในเวลา ๑๕ ปีจะสามารถช่วยลดคนเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ได้ ๓๕,๐๐๐ คน โดยทุก ๑ บาทที่ลงทุนไปจะได้ผลตอบแทน ๒.๕๓ บาท ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่เยอะเท่าไร คำถามของดิฉันคือถ้าจะลงทุนขนาดนี้ใช้เวลา ๑๕ ปี ผลตอบแทนมันควรจะได้เยอะกว่านี้ หรือไม่ ท่านประธานคะ ในรายงาน ๓๐๐ กว่าหน้านี้ของ สสส. ไม่มีการพูดถึงเรื่องสุขภาวะ ทางเพศแต่อย่างใด ซึ่งสุขภาวะทางเพศเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเจ็บป่วย แล้วก็เสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ ทุกวันนี้ สสส. เองก็มีการให้งบวิจัยแล้วก็เสวนาเกี่ยวกับ การเข้าถึง ฮอร์โมนสำหรับคนข้ามเพศรวมถึงการให้ยา Prep แต่ดิฉันคิดว่ามันยังขาด การนำเสนอแล้วก็เผยแพร่ให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกันของสาธารณะ รวมถึงการให้ข้อมูล เกี่ยวกับการใช้ถ้วยอนามัยหรือการใช้ผ้าอนามัยแบบซัก ซึ่งเราก็มีงานวิจัยอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้รับการเผยแพร่ให้เป็นที่ทราบทั่วกันเท่านั้นเอง ดิฉันจึงอยากให้ทาง สสส. เข้ามา ให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางเพศได้มากกว่านี้ ท่านประธานคะ วัตถุประสงค์ของ สสส. นั่นคือต้องการที่จะเสริมสร้างสุขภาพให้กับประชาชนทุกคน แต่ที่ผ่านมา ๒๒ ปีค่ะ งบส่วนใหญ่หมดไปกับการทำ PR โฆษณา จัดกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ Infographic การบริโภคยาสูบก็ไม่ได้มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด ดิฉันจึงตั้งคำถามไปยัง สสส. ว่าทำไม สสส. ถึงไม่เปลี่ยนวิธีการทำงานจากการที่เน้น PR แต่ไปเป็นการป้องกันแล้วก็จูงใจ ให้คนอยากรักสุขภาพ เช่น มีการให้รางวัล ถ้าเกิดคนมีสุขภาพที่ดีขึ้น ดิฉันขอยกตัวอย่างค่ะ บริษัทประกันภัยมีการออกแผนประกันภัยที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ โดยเขาจะให้ Load Application แล้วเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สุขภาพ แล้วก็บอกว่าถ้าวันนี้คุณสามารถเดินได้กี่ก้าว คุณจะได้รับคะแนนเท่าไรถ้าวันนี้อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดคุณอยู่ในอัตราเท่าไรคุณจะได้ กี่คะแนน แล้วเขาก็อาจจะมีรางวัลให้ หรือเป็นส่วนลดของเบี้ยประกันภัยในปีถัดไป ดิฉัน ก็เลยคิดว่าการทำกิจกรรมแบบนี้เพื่อเสริมสร้างให้คนรักสุขภาพคงไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง สสส. ที่จะทำ เพราะว่า สสส. เองก็มีกองทุนของตัวเองอยู่ เคยคิดจะทำแบบนี้บ้างไหมคะ จริง ๆ เอาง่าย ๆ เลยคือคุณแจกเป็น Voucher หรือคุณแจกเป็นตั๋วดูภาพยนตร์ก็ได้ให้กับ คนที่เขาสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเขาสุขภาพดีขึ้น ดิฉันคิดว่ามันจะดีกว่าการไปทำ PR โดยที่เปลืองงบประมาณไปโดยใช่เหตุแล้วไม่เห็นผลที่เป็นสาระสำคัญ

สุดท้ายนี้ค่ะดิฉันให้เวลา สสส. มา ๒๒ ปีแล้วในการทำงาน ในการผลาญ งบประมาณประเทศชาติไป ดิฉันอยากให้ สสส. นับจากนี้ไปยกระดับการทำงานของตัวเอง ควรทำงานที่หลุดออกมาจากกรอบเดิม ๆ ไม่เน้นการ PR ดิฉันหวังว่ารายงานปีต่อไปคงไม่มี การเขียนในรายงานฉบับนี้แล้วใช้แค่คำว่า สถานการณ์มีแนวโน้มลดลง แต่ควรจะใช้คำว่า มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขอบพระคุณค่ะ