เอกราช อุดมอำนวย ชี้ว่าบริบทสังคมไทยเปลี่ยนไปและกองทุน สสส.

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๗ กันยายน ๒๕๖๖

เอกราช อุดมอำนวย ชี้ว่าบริบทสังคมไทยเปลี่ยนไปและกองทุน สสส. ควรปรับยุทธศาสตร์จากเดิมที่เน้นโฆษณาและการรณรงค์ป้องกันโรคไปสู่การสนับสนุนกิจกรรมทางกาย การบริโภคผัก และงบประมาณชุมชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สสส. นี้ตั้งขึ้นในปี ๒๕๔๔ ปีนี้ก็ ๒๐ ขวบแล้วนะครับ ซึ่งตาม พ.ร.บ. กองทุนการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพนี่ ต้นแบบมาจาก ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีความสำเร็จในเรื่องของการดูแลสุขภาวะของพี่น้องประชาชน ๒๐ ปี มีอะไรที่ สสส. สร้างความจดจำบ้าง ผมไป Check ดูนะครับ มีการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใส ซึ่ง ป.ป.ท. ให้ท่าน ๙๓.๖๘ เปอร์เซ็นต์ โฆษณาที่เป็นที่จดจำนะครับ ถูกตั้งคำถามมีอะไรอีก แหล่งทุนขององค์กรต่าง ๆ ผมไปทบทวนย้อนดูว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่เราอาจจะต้องทบทวนพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผมอยากเสริม ให้กับ สสส. ว่าโครงการของท่านในแต่ละปีส่งเสริมโฟกัสไปในเรื่องของการป้องกันโรค ที่กว้างขวางมากกว่านี้จะมีประสิทธิภาพและตรงจุดในการแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนหรือไม่ ผมเห็นในเล่มนี้รายงานของท่านพูดถึงเรื่องของการรณรงค์การป้องกันโรคเกี่ยวกับ NCDs ดูแลความชุกในเรื่องของความดัน เบาหวานให้ลดลง เพราะว่าแน่นอนว่าโรคเหล่านี้ เป็นโรค ที่เป็นระเบิดเวลาที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในสังคมสูงวัย ที่ชุมชนที่ดอนเมืองของผม ที่กรุงเทพฯ มีพี่น้องป่วยกันมากเลยครับ ระเบิดกันตูมตาม เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตบ้าง เพราะว่าโรคเหล่านี้ซึ่งเกิดจากการบริโภคน้ำตาล ฝากหน่วยงาน สสส. ที่ในการลงพื้นที่ ในการเสริมภูมิคุ้มกันทางความคิดด้านสุขภาพ รณรงค์ป้องกันโรคเหล่านี้มากขึ้นโดยเฉพาะ แล้วก็รวม ๆ ทิศทางการดูแลโรคเหล่านี้ย่อมดีกว่าท่านจะไปโฟกัสเฉพาะเรื่องของการดื่มสุรา ยาสูบตามที่ข้อมูลที่ สส. หมิว สิริลภัส ได้อภิปรายไปแล้วผมไม่พูดซ้ำ แต่ผมขอชี้ไปว่า งบประมาณส่วนนี้ที่ท่านนำมาใช้ในกองทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ให้ Thai PBS ผมยังเห็น ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ยังเห็น TV สาธารณะช่องหนึ่ง เห็นสื่อที่ครอบคลุมเนื้อหา เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องเป็นรูปธรรมได้ แต่ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เราเห็นอะไรนอกจากโฆษณา ผลงานวิจัยหรือครับ กี่ชิ้น กฎหมายกี่ฉบับหรือครับที่แนะนำ หรือว่าเป็นองค์ความรู้ ผมอยากให้คนจดจำท่านมากกว่าโฆษณาของ สสส. ฝากรัฐบาลใหม่นะครับ ไปทบทวน แผนงานด้านสาธารณสุขด้วยว่าเราอาจจะต้องปฏิรูป สสส. นำเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไปสนับสนุนหน่วยงานหน้าด่านอย่าง อสส. อสม. หรือว่าโรงพยาบาลปฐมภูมิ จะครอบคลุม หรือบูรณาการการทำงานร่วมกันชนิดไหนก็ได้ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่านี้ ท่านประธานครับ กองทุนนี้มีใจความสำคัญคืออะไร ก็คือการให้คนไทยมีสุขภาพดี มียุทธศาสตร์ที่เป็นจุดเน้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดการบริโภคยาสูบ การบริโภคสุราและสิ่งเสพติด การเพิ่มสัดส่วน อาหารเพื่อสุขภาพอย่างสมดุล หรือการเพิ่มกิจกรรมการออกกำลังกาย การลดอุบัติเหตุ ในท้องถนน หรือว่าเพิ่มสัดส่วนผู้มีสุขภาพจิตที่ดี และผลกระทบจากมลพิษสิ่งแวดล้อม และปัจจัยอื่น ๆ แต่ผมอยากถามท่าน ท่านบุกไปร้านกัญชาบ้างหรือยังครับ ไปทำความเข้าใจ ด้านสุขภาพเกี่ยวกับผู้ที่ใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคอะไรก็ตามบ้างหรือยังครับ อยากจะเห็นงาน เชิงรุกที่ท่านส่งคน หรือว่าไปทำแนวการป้องกันการเสริมสร้างสุขภาพในมิติอื่น ๆ ด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมดผมชื่นชมในแนวคิดตามกฎหมายนี้ แต่ว่ามันเป็นหลักการที่ดี แต่ความจริง บริบทมันเปลี่ยนไป แล้วแต่ละด้านที่ สสส. ส่งเสริม มันอาจจะขัดกับสถานการณ์ปัจจุบัน ของสังคมไทยไปแล้ว หรือมันอาจจะตามหลังไปด้วยซ้ำ มันอาจจะยากที่ สสส. จะดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์เหล่านี้ได้ทั้งหมด เพราะมันครอบคลุมหลายด้านมาก กฎหมายก็เปลี่ยนไป บริบทสังคมก็เปลี่ยน ผมอยากเสนอแบบนี้ครับท่านประธานว่าอยากให้ สสส. ไปเน้นในเรื่อง ของการสนับสนุนกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ แต่กลายเป็นว่าตอนนี้สถานการณ์การมี กิจกรรมทางกายของประชาชนคนไทยลดลง หมายถึงว่าการมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับการออกกำลังกายทุกกลุ่ม ทุกวัย เด็กไม่ได้พัฒนาการด้านร่างกายที่สมวัย คนชราไม่มีที่ ออกกำลังกาย เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นส่งผลกระทบเป็น Domino ท่านประธานครับ สุขภาพของพี่น้องประชาชนมันเป็นงบประมาณที่เราต้องจ่ายเพิ่มเติมเพื่อดูแลพวกเขา ตอนเจ็บป่วย จะดีกว่าไหมถ้ารัฐบาลใหม่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้มี การออกกำลังกาย โดยเฉพาะหน่วยงานที่ตั้งมาเฉพาะอย่าง สสส. สนับสนุนไปเลยให้คน ออกกำลังกาย จัดสรรพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสม หรือพื้นที่ออกกำลังกายแก่เด็ก เยาวชน ทุกกลุ่ม ผมเสนอ Idea นะครับ อยากให้ท่านนำเม็ดเงินลงไปที่ชุมชน เป็นไปได้ไหมครับ หรือทำคูปองออกกำลังกายสำหรับประชาชน อัดเม็ดเงินไปที่ประชาชน หรือว่าไปเสริม เป็นการเสริมแรงทางบวกในการที่อยากให้ประชาชนออกสุขภาพ หรือด้านการบริโภคก็ได้ นอกจากที่ท่านจะบอกว่าการบริโภคอะไรไม่ดี อาจจะต้องสนับสนุนในเรื่องของการบริโภค ประเภทผัก เพราะว่าคน กทม. ซื้อผักก็แพง เพราะฉะนั้นมันจะต้องมี Model อื่น ๆ ไหม ที่ท่านอาจจะได้ทำงานเรื่องพวกนี้มากขึ้น

เรื่องที่ ๒ สสส. มีเป้าหมายในเรื่องของการลดยาสูบ แต่ว่าปัจจุบันอย่างที่ได้ กล่าวไปแล้วว่ากัญชาก็มีปัญหาโดยเฉพาะในสถานศึกษา พวกเขาสามารถเข้าถึงสิ่งนี้ได้ง่าย มีข่าวออกกันทุกวัน คลั่งยาบ้าง ฆ่ายกครัวบ้าง เป็นข่าวที่สลด เห็นฟังกันทุกวัน มันมีหลากหลายรูปแบบนะครับ ก็อาจทำให้เกิดความหวาดระแวงในหมู่พี่น้องประชาชน ในครอบครัว ทำร้ายร่างกายกัน ก็อยากจะให้ท่านเก็บประเด็นนี้ไปดูแลพี่น้องประชาชนด้วย

และอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของการลดผลกระทบจากมลพิษสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ เพราะว่าคนไทยเราเจอกับปัญหาฝุ่นควันซ้ำซากหลายปีติดต่อ กันแล้ว แต่ยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องของการจัดการปัญหาเรื่องมลพิษจากภาครัฐ ผมไม่ได้โทษ สสส. นะครับ แต่ผมอยากจะเสนอว่าเรื่องของปัญหาฝุ่น สสส. ดูแล ส่งเสริม ป้องกันภัยได้มากกว่านี้ไหมครับ ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของสุขภาพได้ไหมครับ ท่านประธาน ขออีกนิดหนึ่ง ไม่ยาวเกินนะครับ ประเด็นที่ผมสงสัยมาตลอด เรื่องสุดท้ายก็คือ ผมอยากฝาก สสส. ไปดูระเบียบที่ตั้งหน่วยงานลักษณะพิเศษในปี ๒๕๖๒ ก็คือสถาบัน การเรียนรู้ การสร้างสุขภาพ และศูนย์กิจการสร้างสุข มันนอกวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย หรือเปล่า ผมเห็นไปดูแล้วมีการใช้จ่ายในเรื่องของการบริการ เงินเดือนบุคลากร ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมกัน ๒ ด้าน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่ารู้สึกเหมือนท่านไปขายของ ได้มา ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท บวกไปมามันน่าจะติดลบหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ผมอยากให้เชียร์ อยากให้กำลังใจท่านว่าอยากให้ทำเงินส่วนนี้ในการเลี้ยงองค์กรได้จะได้นำไปใช้จ่าย ในส่วนอื่น อยากจะเห็นทิศทางเรื่องของกิจการสร้างสุขที่ชัดเจนมากขึ้น

และสุดท้ายแม้ว่าในมาตรา ๕ มันไม่มีตรงไหนที่ผมไปดูว่าให้ท่านตั้ง หน่วยงานซ้อนหน่วยงาน เพราะว่า สสส. ถูกออกแบบมาให้เป็นหน่วยงานที่พิเศษ และเป็นองค์กรที่คล่องตัว บริหารจัดการต่ำเพื่อให้เม็ดเงินนี้ไปถึงคนทำงานในพื้นที่ใช่ไหมครับ วันนี้อยากให้ท่านลองทบทวนแล้วก็ลองดูว่าในปีถัด ๆ ไปจะมีกิจการหรือว่าหน่วยงานไหน ที่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระของงบประมาณมากกว่านี้ ขอบคุณมากครับ