กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ หารือบทบาทของ สสส. ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน เน้นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า การสร้างนวัตกรรม และการเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะอย่างยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางการสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้เด็กและเยาวชนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับการพัฒนาเครือข่ายภาคี และย้ำความสำคัญของธรรมาภิบาลและการประเมินตนเองเพื่อความยั่งยืนของโครงการในระดับท้องถิ่น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการอภิปรายรายงานของ สสส. ซึ่งถือว่า เป็นสิ่งที่งดงาม ผมเคยอภิปรายในปีที่แล้วนะครับว่า เป็นนวัตกรรมที่งดงามอันหนึ่ง ของประเทศไทยในการสร้างองค์กร สสส. ขึ้นมาก็คือเอาภาษีบาปมาใช้ในการทำให้ คนมีสุขภาวะที่ดี ซึ่งสิ่งนี้ในการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ ๓ แห่งการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ท่านเขียนไว้นะครับว่า สานพลัง สร้างนวัตกรรม สื่อสารสุข แล้วการใช้งบประมาณทั้งหมด ในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๔,๕๐๒ ล้านบาท โดยใช้ในโครงการ ๓,๔๘๒ โครงการ ซึ่งในงบ ๔,๕๐๒ ล้านบาท เป็นงบสนับสนุนกองทุน ๓,๖๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๙๐.๓๑ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณ และใช้ในการบริหารจัดการ ๓๘๐ ล้านบาท ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ นี่คือภาพใหญ่ของ สสส. ซึ่งต้องยอมรับนะครับว่าท่านต้องยอมรับในสิ่งที่ทุกคนได้เสนอแนะ ที่จะทำให้องค์กร สสส. เป็นองค์กรที่ตรวจสอบได้ เป็นองค์กรที่รับฟังความคิดเห็น ของทุกภาคส่วน ประเด็นแต่ละประเด็นที่ท่านเสนอขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรณรงค์ เรื่องของการดื่มสุรา เช่นท่าน สส. ที่อภิปรายผ่านมาจุดพอดีมันก็อาจจะแตกต่างกันนะครับ แต่ท่านต้องรับฟังแล้วนำไปตกผลึกในประเด็นต่าง ๆ ส่วนในภาพใหญ่ผมมีความสุขทุกครั้ง ที่ได้อ่านรายงานของ สสส. ในการสร้างความคืบหน้าของการทำงานของ สสส. ในการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนคนไทย ท่านประธานครับ การเปลี่ยนพฤติกรรมของคน เป็นเรื่องที่ยากมาก เราจะทำอย่างไรให้พฤติกรรม ให้นิสัยของเรามาสู่นิสัยที่สร้างสุขภาวะ เช่น การออกกำลังกาย การไม่ดื่มเกินความจำเป็น การไม่รับประทานหวาน ไม่รับประทานเค็ม รับประทานอะไรอย่างนี้นะครับ หรือเรื่องของความปลอดภัยในท้องถนน ซึ่งเรื่องพวกนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกคนรู้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างไม่ดี แต่ทำอย่างไรถึงจะปรับเปลี่ยน พฤติกรรมได้นี่ละครับคือเรื่องยาก แล้วก็ตรงกับทฤษฎีสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ก็คือว่า ในเรื่องยาก ๆ ต้องใช้กระบวนการทั้ง ๓ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้นำ ซึ่งก็หมายถึง ทั้งรัฐบาล ทั้ง สส. ทั้งสภา หรือท้องถิ่นพื้นที่ภาคประชาชน องค์ความรู้ กว่าเราจะตกผลึกองค์ ความรู้ท่านเข้าสู่ทศวรรษที่ ๓ ผมคิดว่าท่านมีองค์ความรู้ที่เรียกว่าเรียนรู้จากสิ่งที่ปฏิบัติมา มากมาย แล้วก็อันที่ ๓ คือเครือข่าย ถ้า ๓ เสาหลักทำในสิ่งที่เราคิดร่วมกันก็จะสามารถ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยได้ที่จะทำให้สุขภาพของคนไทยให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และงบประมาณที่มาจากภาษีบาป หลายท่านตกใจ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ทำไมมันเยอะจังเลย คุ้มไหม นี่คือสิ่งที่ท่านจะต้องตอบพี่น้องประชาชนว่าสิ่งที่ท่านทำคุ้มค่าหรือเปล่า แต่สิ่งที่ผม อยากนำเรียนกับท่านก็คือเรื่องของการสร้างนวัตกรรม ซึ่งตอนนี้ในการสร้างนวัตกรรมในการ จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทย ท่านเรียนรู้มา ท่านก็ต้องหา ทั้งวิชาการ แล้วก็ให้เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณทุกเม็ดที่ท่านใช้ ๔,๕๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่น้อย แต่ก็ไม่มากในการลงทุนในการที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยนะครับ ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการสร้างเครือข่าย เราไม่ต้องหางบเอง หรอกครับ เราใช้เครือข่าย เราใช้แบบ Low cost นะครับ ผมยกตัวอย่างก็คือเรื่องของ การแพทย์ฉุกเฉินเขาไม่มีรถ Ambulance สักคัน แต่เขาสามารถจะทำให้เครือข่ายมีรถ Ambulance แล้วสามารถจะบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินทั่วทุกพื้นที่ประเทศไทย เช่นกันกองทุน สสส. จะต้องสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง ผมยกตัวอย่างของมหาสารคาม ของผมเอง ผมมีเครือข่าย ฮักแพงเบิ่งแยงคนสารคาม ซึ่งเป็นเครือข่ายที่รับการสนับสนุนจาก สสส. มาเกือบ ๗-๘ ปีที่ผ่านมานะครับ ซึ่งตอนนี้พรรคพวกผมที่เป็นหมอ เป็นพยาบาล เป็นครูบาอาจารย์ เป็นประชาชนทั่วไปมาทำงาน เป็นคนดี ๆ มาทำงานเพื่อสังคม แล้วก็ ตกผลึกของคนสารคามว่าเราจะเอาประเด็นอะไรขึ้นมา ซึ่งของสารคามเขามี ๓ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ มีการสร้างความปลอดภัย และความมั่นคงทางอาหาร เพราะว่า สารคามเป็นเมืองเกษตร
ประเด็นที่ ๒ คือพัฒนาเด็กและเยาวชน เรามีปัญหาเรื่องเด็ก เยาวชนเยอะ อัตราการทำแท้ง อัตราอะไรต่าง ๆ สูงนะครับ สิ่งนี้ก็คือสิ่งที่ในพื้นที่ได้ทำ
ประเด็นที่ ๓ คือการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการทำงานในพื้นที่ นี่คือ ตัวอย่าง แล้วเครือข่ายพวกนี้ก็จะทำงานจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการสร้างเครือข่าย ผมคิดว่าในสิ่งดี ๆ ในหลาย ๆ พื้นที่ท่านจะต้องสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ ขึ้นมา เพื่อจะทำให้ เครือข่ายเหล่านี้สานเป็นร่างแหที่จะครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย ผมดูในปี ๒๕๖๕ มีทั้งหมด ๒,๙๖๖ โครงการ เป็นภาคีรายใหม่ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ๒,๔๔๒ เป็นภาคีเก่า ๕๒๔ นี่ก็ต้องบอกว่าท่านได้ทำภาคีใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานะครับ ผมเคยเป็นนายกเทศมนตรี เมืองมหาสารคามที่ทำงานกับท่านนะครับ เพราะฉะนั้นโครงการสงกรานต์ปลอดเหล้า ลอยกระทงปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า บุญบั้งไฟปลอดเหล้า ตอนนี้ไม่ได้รับ การสนับสนุนงบประมาณ แต่ก็ยั่งยืนจนถึงปัจจุบันนะครับ ก็ฝากให้กำลังใจท่าน แล้วก็ฝาก ท่านเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของธรรมาภิบาล แล้วก็เรื่องของการตรวจสอบการประเมินตนเอง ฟังคนอื่นพูดเพื่อจะเอาปัญหา เอาสิ่งที่ไม่ดี ต้องยอมรับนะครับว่าต้องมีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น ในองค์กรท่านบ้างก็เอาสิ่งนั้นมาแก้ไขเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ให้โครงการดี ๆ เกิดขึ้นกับ ประเทศไทยตลอดไป ขอบคุณมากครับ