อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ หารือเรื่องผลกระทบต้นทุนการผลิตข้าวและปุ๋ยที่แพงขึ้น โดยเสนอให้รัฐบาลใหม่ปรับโครงการประกันรายได้จาก 10,000 บาทเป็น 12,000 บาทขึ้นไป และชื่นชมนโยบายจัดน้ำมันเขียวเพื่อลดต้นทุน พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการวิสามัญผลักดันมาตรการเหล่านี้
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมได้เป็นผู้หนึ่งที่ขอยื่น ญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาราคาสินค้า เกษตรตกต่ำ ในนามของ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นญัตติที่ท่านประธานได้พิจารณา ร่วมกับญัตติอื่น ๆ ที่ลักษณะทำนองเดียวกันอีก ๑๐ กว่าญัตติ จึงเป็นเหตุชี้ได้ว่า พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ได้สะท้อนปัญหาดังกล่าวผ่านผู้แทนราษฎรที่เข้ามาในสภาแห่งนี้ ในทุกกลุ่มสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เกษตรกรที่ทำการประมง แล้วก็เกษตรกรที่ปลูกพืชทั้งนาข้าว พืชไร่ แล้วก็ทำสวน ซึ่งเป็นที่แน่ชัดตลอดระยะเวลาเมื่อ วานนี้ ต่อเนื่องเช้านี้ผมก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายถึง ความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ทำนาข้าว ทำไร่ หรือปศุสัตว์ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบในเรื่อง ของต้นทุนสินค้า ต้นทุนในการผลิตการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้อภิปรายเพื่อที่จะได้ฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะได้ตั้งขึ้นได้รับ ดำเนินการปัญหาที่ผมได้รับการสะท้อนจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะ ที่อำเภอบ้านโป่ง ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องอ้อย เมื่อช่วงเช้านี้ก็ได้ไปยินดีกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรม ท่านรัฐมนตรีพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ซึ่งดูแลอ้อย อ้อยนี่เป็นพืชพิเศษ ท่านประธานครับ ไม่ได้ไปอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ แต่เป็นพืชชนิดเดียวที่กระทรวงอุตสาหกรรมดูแล ก็คือสำนักงานคณะกรรมการนนโยบายอ้อย และน้ำตาลทราย หรือ สอน. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งพรุ่งนี้ ผมก็ประสานให้ทางประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยนำนายกสมาคมชาวไร่อ้อย ทั่วประเทศเข้ามาพบท่านรัฐมนตรีที่กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อจะได้ยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ เรื่องของค่าตัดอ้อยสด ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลที่ผ่านมาของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นได้มีนโยบายในการลดการจุดไฟเผาอ้อย โดยการชดเชยเรื่องของการตัดอ้อยสดตันละ ๑๒๐ บาท แต่ท่านประธานครับ เมื่อฤดูการผลิตปีที่แล้วก็คือปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ เกษตรกร ผู้ปลูกอ้อยยังไม่ได้รับเงินชดเชยเลยนะครับ ซึ่งตอนนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาหลายเดือนแล้ว จนจะเข้าสู่ฤดูการผลิตใหม่ ฉะนั้นจึงได้ประสานทางท่านรัฐมนตรีให้รับทราบปัญหา ตอนนี้ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธานที่ผมต้องอภิปรายคือ รัฐบาลใหม่ที่จะตั้งขึ้นมานี่ผมฝาก สักนิดหนึ่งครับว่าอยากให้แจ้งล่วงหน้าเลยนะครับว่าเกษตรกรจะได้เงินเท่าไร ซึ่งจะได้มา คำนวณต้นทุนถูก ผมได้พูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยครับท่านประธานว่าที่ผ่านมาต้องมี การจุดตัด เพราะไม่แน่ใจว่าตนเองนั้นตัดอ้อยสดแล้วจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลหรือเปล่า อันนี้จึงเป็นปัญหาในเรื่องของฝุ่น PM2.5 ในการจุดไฟแล้วก็เผาอ้อย เผานาข้าว ฉะนั้นตรงนี้ โดยเฉพาะเรื่องอ้อยอยากฝากทางรัฐบาลใหม่ครับว่าแจ้ง และให้คำมั่นสัญญากับเกษตรกร ผู้ปลูกอ้อยไปเลยว่าจะได้ค่าตัดอ้อยสดอีกตันละเท่าไร ซึ่งเมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมารัฐบาล ได้จ่ายเงินชดเชยไปประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทในทุกฤดูการผลิต ก็เลยต้องขอบคุณ รัฐบาลที่ผ่านมาด้วยในนามของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จังหวัดราชบุรี แต่ว่าปีนี้ยังไม่ได้ก็ขอให้ รัฐบาลใหม่ได้พิจารณาติดตามด้วย
เรื่องที่ ๒ ก็คือต้นทุนเรื่องของอาหารสัตว์ ตอนนี้ผู้ที่ทำการประมง แล้วก็ ผู้ที่เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะเขตผมอำเภอบ้านโป่งมีการเลี้ยงวัวนมกันมาก ซึ่งวัวนมนี่ถือว่า เป็นอาชีพพระราชทาน เพราะว่ามีสหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการรณรงค์ในสมัยก่อนให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงวัวนม เพื่อที่จะได้สร้างอาชีพที่มั่นคง แต่ปัจจุบันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมในจังหวัดราชบุรี แล้วก็พื้นที่ใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็น จังหวัดนครปฐม ซึ่งส่งน้ำนมมาให้สหกรณ์แห่งนี้ ประสบปัญหาเรื่องของต้นทุนอาหาร วัวนมแพง มันก็เหมือนกันทุกอาชีพครับไม่ว่าจะเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ทำวัวเนื้อ หรือเลี้ยงสุกร เลี้ยงไก่ ตอนนี้อาหารสัตว์แพง ซึ่งสวนทางกับราคาสินค้าเกษตร ราคาสินค้าเกษตรนี่ราคา ตกต่ำ ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่เอามาเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่ราคาอาหารสัตว์กลับราคาสูงทำให้ ต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์ หรือการทำการปศุสัตว์สูงขึ้น ก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นไปศึกษาว่าจะลดราคาอาหารสัตว์ได้อย่างไร ตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม เมื่อต้นสัปดาห์ผมได้ไปพูดคุยกับที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย แล้วก็ ผู้บริหารก่อเกียรติฟาร์มที่อำเภอบ้านโป่งก็พบว่าตอนนี้เกษตรกรได้เลิกเลี้ยงวัวนม หรือลดจำนวนวัวนมไปถึงประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ น้ำนมลดลงไปมาก อันนี้เป็นตัวชี้วัดว่า เกษตรกรมีความเดือดร้อน ถ้าเขาไม่เดือดร้อนเขาคงไม่เลิก หรือลดการผลิตน้ำนม อันนี้คือ สิ่งที่จะฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่รับไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่อง ของอาหารสัตว์
เรื่องสุดท้าย ก็คือเรื่องของชาวนา ตอนนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับผลกระทบ เรื่องของต้นทุนการผลิตก็คือปุ๋ยยานี่แพงมากครับท่านประธาน แต่ว่าราคาขายข้าวตอนนี้ สูงขึ้นกว่าปีที่แล้วไม่มาก อาจจะเป็นเรื่องของ Demand Supply ก็คือตอนนี้ผู้ผลิต หรือปลูกข้าวอาจจะได้ผลผลิตน้อยลงในเรื่องของฝนแล้ง หรือว่าเรื่องของต้นทุนแล้วก็เลิกรา กันไป ทีนี้สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ ฝากรัฐบาลใหม่ไป และรวมถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะ ไปผลักดันด้วยก็คือราคาข้าว อยากให้ทำโครงการเหมือนกับรัฐบาลเดิมก็คือประกันรายได้ ตอนนี้เกวียนหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ บาทไม่พอแล้ว เพราะว่าปุ๋ยแพง ขอเป็น ๑๒,๐๐๐ บาทขึ้นไป เพื่อที่จะชดเชยกับราคาของต้นทุนไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย แล้วก็เรื่องของยาฆ่าแมลงที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง อันนี้คือสิ่งที่จะฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญช่วยไปผลักดันให้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวด้วย แล้วก็ขอชื่นชมรัฐบาลใหม่ได้ดูนโยบาย เดี๋ยวก็คงจะมีการแถลงนโยบาย ในวันจันทร์ ก็คือการได้จัดน้ำมันโควตาพิเศษราคาถูกให้กับเกษตรกร ซึ่งได้รับฟังจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านใหม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คือ ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่จะจัดโควตาราคาน้ำมันพิเศษให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือเกษตรกรทำไร่เหมือนคล้าย ๆ กับเกษตรกรที่ทำประมงหรือที่เราเรียกว่า น้ำมันเขียว ครับท่านประธาน ซึ่งตรงนี้จะช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรในทุกกลุ่มสาขาอาชีพ ก็ต้อง ขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งโครงการดังกล่าว ได้รับฟังนโยบายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานแล้วก็รู้สึกดีใจแทนพี่น้องเกษตรกรที่รัฐบาลใหม่จะมาดูแลต้นทุนในเรื่องของน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิตในเรื่องของการทำนาข้าว แล้วก็ทำไร่ด้วยในการสูบน้ำ ต้องขอบคุณ ท่านประธาน เพื่อนสมาชิก แล้วก็ขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ครับ ขอบพระคุณครับ