บัญชา หารือปัญหาราคาสินค้าเกษตรร่วง ขอรัฐควบคุมนำเข้า-ดูแลต้นทุน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๗ กันยายน ๒๕๖๖

บัญชา เดชเจริญศิริกุล หารือปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดจากภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากคุณภาพผลผลิต การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น และราคาน้ำมันที่เพิ่ม ขณะที่ราคายางพาราต่ำจากผลผลิตล้นตลาดและปัญหาการนำเข้าเนื้อหมูที่กระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลราคาและต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีราคาแพงและคุณภาพไม่สม่ำเสมอ พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่รับนโยบายของพรรคท้องถิ่นไทยไปใช้เพื่อเพิ่มความมั่นคงและรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคท้องที่ไทย ผมจะขออภิปรายถึงเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เรื่องนี้ เราพูดกันมานานแล้วก็พูดกันมาตลอด แต่ว่าทำไมไปหาจุดหรือสาเหตุที่ทำไมมันถึงต้องถูก ทำไมมันถึงต้องแพงมันย่อมจะมีเหตุนะครับ ผมขออนุญาตพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สำหรับสินค้าเกษตร ก่อนนะครับ โดยเฉพาะเรื่องทุเรียนก่อนนะครับ ณ ปัจจุบันตอนนี้ ทุเรียนกำลังออกก็คือทางภาคใต้ แล้วก็ของเวียดนามที่ออก สิ่งที่มันถูกเพราะว่า ๑. ทุเรียน ทางภาคใต้ของเราตอนนี้ยังมีหนอนในเนื้อที่ส่งไปประเทศจีนแล้วถูกตีกลับ อันนี้ก็เป็นสาเหตุ หนึ่ง ในส่วนของ คุณภาพที่เกษตรกรเร่งตัดก่อนที่จะแก่มันก็มีปัญหาเรื่องนี้ อีกส่วนหนึ่ง เรื่องราคาพอทุเรียน ถูกปุ๊บพี่น้องเกษตรกรก็จะรีบตัดกัน ส่วนคู่แข่งในด้านต่างประเทศ ของเราก็มีนะครับ เช่นประเทศเวียดนาม เวียดนามก็นำเข้าจีนวันหนึ่งเป็นร้อย ๆ ตู้ เหมือนของไทยเหมือนกัน อันนี้คือสาเหตุที่ทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ ในสินค้าประเภทอื่น ก็เหมือนกัน เช่นมังคุดก็เหมือนกัน เพราะว่าตอนนี้ส่วนใหญ่ของประเทศไทยที่ออกไปสู่ ต่างประเทศ หลัก ๆ เลยคือไปสู่ประเทศจีน ช่วงนี้ประเทศจีนผลไม้ออกหลายอย่าง ท่านลองไปดูที่ตลาดไทนะครับมีทั้งผัก ผลไม้ องุ่น ทุกอย่าง แอปเปิ้ลก็จะเวียนกลับมาที่ไทย แล้วก็ที่จีนเหมือนกันหมดเลยแล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องขนส่งนะครับ เรื่องขนส่งเป็นปัญหา สำหรับผู้ขนส่ง ซึ่งก็จะกลับมาเป็นต้นทุนสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่ทำสวน เพราะว่าหลังจาก โควิดเมื่อ ๓ ปีที่ผ่านมาปกติรถขนส่งของไทย ผู้ประกอบการขนส่งจะนำขนส่งสินค้าจากจันทบุรี นครศรีธรรมราชหรือหลังสวนก็แล้วแต่ เขาจะวิ่งไปถึงบ่อเต็นผ่าน สปป. ลาว หลังจากมีโควิด แล้วเราก็ถูกฉวยโอกาสไปจาก สปป. ลาว สปป. ลาวเอาอาชีพขนส่งตัดตอนไปที่ในลาว เขาไม่ให้รถไทยวิ่งในถนน R3A ของ สปป. ลาว ค่าขนส่งก็เลยแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ไม่มี ทางออกที่จะต้องเอาสินค้าไปถึงจีนให้เร็วที่สุดก็ต้องยอมจ่ายแพง ตอนนี้เราจ่ายต้นทุน ค่าขนส่งแพงไปเที่ยวหนึ่งประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท นี่ก็คือสาเหตุของต้นทุนก็กลับมาถึง เกษตรกรทั้งหมด แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องราคาน้ำมันที่แพงขึ้น มันก็เป็นสาเหตุทั้งหมด ของสินค้าที่สูงขึ้น มันก็นำผลมาสู่เกษตรกรที่ทำให้ราคาถูกลง ต่อไปเป็นเรื่องข้าวนี่ไม่ต้อง ห่วงนะครับ เพราะว่าเรื่องข้าวชั่วโมงนี้ในประเทศไทยข้าวนาปรังที่ทำกันอยู่ทั่วประเทศไทย ตอนนี้กิโลกรัมละ ๑๒ บาทหรือตันละ ๑๒,๐๐๐ บาท ซึ่งแพงกว่าเมื่อก่อนเยอะแยะมากมาย เมื่อก่อน ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท เกษตรกรก็เพียงพอที่จะอยู่ได้แล้ว แต่ตอนนี้เนื่องจากประเทศ อินเดียได้หยุดส่งออกก็ทำให้สินค้าข้าวที่อยู่ในไทย โดยเฉพาะข้าวสูงขึ้นไปทุก ๆ ข้าวนะครับ ในส่วนของข้าวโพดที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้เรื่องข้าวโพดที่บอกว่าทำไมถูก ทำไมไม่ไป ควบคุมการนำเข้าที่เกินอัตราส่วนจาก ๓ ต่อ ๑ ที่เพื่อนผู้อภิปรายได้พูดไป สินค้าข้าวโพด ที่ทะลักเข้ามาในประเทศไทยที่เกินสัดส่วนนะครับ ช่องทางแม่สาย แล้วก็แม่สอด ซึ่งเข้ามา ในประเทศไทยในช่วงฤดูข้าวโพดออกเยอะแยะมากมาย ก็เรียนฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องการควบคุมสินค้าที่ชายแดนมันเกินอัตราส่วนอยู่แล้ว อันนี้คือสาเหตุ ของข้าวโพด เรื่องมันสำปะหลังก็เช่นเดียวกัน ตอนนี้ถือว่าราคาดีมากครับ มันสดกิโลกรัมละ ๓ บาทกว่า แต่ด้วยสาเหตุที่บอกว่าต้นทุนทุกอย่างแพงหมด ทีนี้เราก็ต้องกลับไปดูที่ต้นทุนที่ แพงคืออะไร คือปุ๋ย ยาใช่ไหมครับ ปุ๋ยตอนนี้ที่นำเข้ากันมาเป็นลำเรือ ผู้ประกอบการที่ นำเข้ามานี่ ปุ๋ยก็มีหลาย Grade มีหลายอย่าง มีทั้งดี มีทั้งกลาง มีทั้งที่จะเสื่อมคุณภาพ แล้วก็มีนะครับ ผมไม่รู้ว่าหน่วยงานของรัฐได้เข้าไปตรวจสอบตรงนี้บ้างหรือเปล่า เอามาผสม ทำปุ๋ยแล้วก็ขายราคาที่สูง ถ้ามีการควบคุมตรงนี้ให้ดีผมเชื่อว่าต้นทุนของปุ๋ยพี่น้องเกษตรกร ก็คงจะได้รับต่ำลงมาจากนั้นนะครับ อันนี้คือเรื่องของปุ๋ย

และอีกส่วนหนึ่งยางพารานะครับ ผมขอพูดภาพกว้าง ๆ นะครับ ในประเทศไทย ตอนนี้ปลูกยางประมาณ ๒๐ กว่าล้านไร่นะครับ ส่วนในประเทศจีนมีถึง ๒๐๐ กว่าล้านไร่ ที่ประเทศจีนกิโลละ ๕ หยวน อันนี้คือต้นเหตุที่ทำไมยางไม่ขึ้น เราก็ต้องไปหาตลาดอื่น ต้องใช้ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศว่าประเทศไหนที่ใช้ยางบ้าง เพื่อจะแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ พี่น้องเกษตรกรไม่ควรปลูกยางเพิ่มแล้วหลังอย่างนี้ เพราะว่าเยอะมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในลาว ในจีนมีเยอะแยะมากมายเลยนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่หน้าห่วงไม่แพ้กุ้งนะครับ คือหมูและเนื้อที่ถูกนำเข้ามาจาก ต่างประเทศ ท่านจะเห็นใน TV ตลอด หมูกล่องถูกจับอยู่ที่ท่าเรือไม่รู้กี่ร้อยตู้ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร ผมเชื่อว่าท่านน่าจะรู้นะครับว่าผู้ประกอบการที่เลี้ยงหมู ในต่างประเทศ ในยุโรปก็ดี หรือใน Asia ก็ดีที่ในต่างประเทศนั้นขายไม่ดีก็นำกลับเข้ามาขาย ในประเทศไทย มีช่องทางการนำเข้ามา แล้วกลุ่มตะวันตก กลุ่มตะวันออกมีเยอะแยะ มากมาย ผมคิดว่าท่านรู้ดีว่าตอนนี้ประเทศของเราเกิดอะไรขึ้นนะครับ กลุ่มทุนทั้งหลาย ตอนนี้ผมคิดว่าพวกท่านรวยพอสมควรแล้วไม่น่าจะมาทำให้พี่น้องเกษตรกรในอาชีพต่าง ๆ หรือผู้เลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ เพราะว่าการนำเข้ามาอย่างนี้มันเป็นต้นทุนที่จะเข้ามาฆ่าพี่น้อง เกษตรกรรายย่อยหรือรายกลางให้ตาย อยู่ได้แต่รายใหญ่ แล้วหลังจากนั้นรายใหญ่ก็จะฮุบ ธุรกิจทุกอย่างไป ประเทศไทยคือเกิดมาเป็นแบบนี้ตลอด ก็ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้ ทุกคนทราบหมดปัญหาคืออะไร ปัญหาเกิดจากอะไร ก็ขอให้ แก้ให้ถูกจุดนะครับ

ส่วนราคาสินค้าเกษตร พรรคท้องที่ไทยมีโครงการชะลอการขายให้ขีดเส้น ให้ท่านอยู่แล้วครับ โดยเฉพาะในเรื่องข้าว เรื่องมัน เรื่องข้าวโพด โดยเฉพาะข้าวเปลือก หอมมะลิตั้งราคาไว้ให้แล้ว ๑๗,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ๒๓ จังหวัดนี่ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วข้าวเหนียวมูลนี่ราคาประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ข้าวหอมปทุม ๑๒,๐๐๐ บาท ข้าวนาปรังพันธุ์ทั่วไป ๑๒,๐๐๐ บาท เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ ก็ฝาก รัฐบาลใหม่เอานโยบายของพรรคท้องที่ไทยไปใช้ก็ได้นะครับ เผื่อประชาชนจะมีความมั่นคง ในอาชีพและมีความร่ำรวยตลอดไป กราบขอบคุณครับท่านประธาน