สกุณา ชี้ปัญหาราคาเกษตรตกต่ำ-ผลิตภาพลด-นวัตกรรมเข้าไม่ถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

สกุณา สาระนันท์ อภิปรายปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ซ้ำเติมด้วยต้นทุนการผลิตสูง ภัยแล้ง และโรคระบาด จนกระทบรายได้และผลผลิตของเกษตรกร โดยชี้ให้เห็นปัญหาผลิตภาพที่ลดลงจากข้อมูล USDA และการเข้าถึงนวัตกรรมที่ยังไม่ทั่วถึง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการปรับปรุงดิน ใช้ปุ๋ยอย่างถูกวิธี และส่งเสริมตลาดนำนวัตกรรม รวมถึงเรียกร้องให้แก้ไขกฏระเบียบที่เป็นอุปสรรค เช่น การห้ามปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรมและการไม่รับรองสายพันธุ์ข้าวใหม่ รวมถึงปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ผิดกฎหมายและคุณภาพผลผลิตที่ต่ำ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืนจากทุกภาคส่วน

นางสาวสกุณา สาระนันท์ สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอร่วมอภิปราย ญัตติราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะนี้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำเป็นปัญหาที่เป็นวิกฤติ ปัญหาเรื่องราคาตกต่ำที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาเรื่องปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาโรคระบาด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุการณ์ซ้ำเติมให้เกษตรกรไทย ยากลำบาก เกษตรกรมีรายรับไม่พอรายจ่าย ทำให้เกษตรกรไม่มีศักยภาพที่จะยกระดับ พัฒนาผลผลิต ทำให้ผลผลิตต่อหน่วยของเราลดต่ำลงเรื่อย ๆ อย่างน่าตกใจ ขอ Slide ค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันอ้างอิงข้อมูลจาก USDA หรือกระทรวงเกษตรกรรมแห่งสหรัฐอเมริกาที่ทำการสำรวจเมื่อปี ๒๕๖๓ ดัชนีผลิตภาพ การผลิต ปัจจัยการผลิตรวมของประเทศไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเป็นครั้งแรก ในรอบ ๒๑ ปีนะคะ แพ้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว พม่า และกัมพูชา นอกจากนี้ ยังมีบทความใน Website USDA ซึ่งระบุว่าประเทศของเรานี่ขาดในเรื่องขององค์ความรู้ และนวัตกรรม เรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเอาไปใช้ในวงการเกษตร ดิฉันเองก็เห็นด้วยนะคะ จากบทวิเคราะห์ของ USDA แต่ดิฉันก็จะขอเพิ่มเติมว่าบทความการวิเคราะห์นั้นก็ถูกค่ะ แต่ว่าถูกเพียงครึ่งเดียว นั่นก็คือประเทศของเรามีงานวิจัย มีงานนวัตกรรม แต่ปัญหาก็คือ ของเราไม่ได้เอางานวิจัยนั้นไปปรับใช้ งานวิจัยขึ้นหิ้งเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่วาทกรรม เราไม่ได้เอาองค์ความรู้เหล่านี้ไปปฏิบัติให้ถึงมือเกษตรกรได้จริง นี่คือปัญหาของประเทศไทย ยกตัวอย่างนะคะ วันนี้ประเทศของเราพื้นที่ ๑๔๐ ล้านไร่ คิดเป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ทั้งหมด มีปัญหาเรื่อง pH ต่ำ หรือเรียกว่าสภาพเป็นดินกรด สภาพดินกรดนี่ค่ะธาตุอาหาร หลายชนิด สภาพดินกรดจะทำให้ธาตุอาหารต่าง ๆ ถูกตรึงไว้ในดิน นั่นหมายความว่า ถ้าดินเป็นกรดนี่ประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ยก็จะลดลงมากกว่าครึ่งนะคะ แต่วันนี้เราก็ยัง ปล่อยให้พื้นที่ที่ทำการเกษตรของเราอยู่ในสภาพดินที่มีปัญหาเป็นดินกรด ประกอบกับ การใส่ปุ๋ยที่ผิดสูตร ผิดวิธีทำให้เกษตรกรมีต้นทุนที่สูงขึ้น เป็นภาระค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร ท่านประธานคะ พรรคเพื่อไทยได้ตระหนักถึงปัญหานี้นั่นก็คือปัญหาด้านการผลิต เราจึงมี นโยบายเพื่อแก้ปัญหาภาคการเกษตรด้วยหลักการที่ว่า ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ดังเช่นเพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปทั้ง ๒ ท่านก่อนหน้านี้นะคะ ตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา ในขณะที่เราเป็นฝ่ายค้าน เราก็ได้ไปทดลองปฏิบัติตามหลักคิดนี้ เราไปพบพี่น้องชาวสวน ยางพาราทั่วประเทศ เอานวัตกรรมของพรรคเพื่อไทยนำโดยท่าน สส. วิสุทธิ ไชยณรุณ และทีมเกษตรพรรคเพื่อไทย พาพี่น้องเกษตรกรกว่า ๕๐ ชีวิตทั่วประเทศเพิ่มผลผลิต ยางพาราเป็น ๑-๒ เท่าตัวภายในเวลาเพียง ๑ เดือนค่ะ จากค่าเฉลี่ยของสวนยางทั่วประเทศ อยู่ที่ ๒๒๕-๒๕๐ กิโลกรัมต่อไร่ สามารถเพิ่มได้เป็น ๕๐๐-๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ต่อปีนะคะ ด้วยการปรับดินให้มี pH ที่เหมาะสม ใส่ปุ๋ยถูกสูตร ถูกวิธี ถูกเวลา นอกจากนี้ต้นยางตายนิ่ง หมายถึงต้นยางที่ยังไม่ตาย แต่ไม่ได้ให้ผลผลิตนะคะ เราก็สามารถที่จะใช้นวัตกรรมของ พรรคเพื่อไทยไปรักษาให้กลับคืนมา กลับมาให้น้ำยางได้ค่ะ ในเวลานั้นเราไม่ได้เป็นรัฐบาล เราไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องราคาได้ แต่เราทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพิ่ม ผลผลิตค่ะ เมื่อเกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ๑-๒ เท่า นั่นหมายถึงว่าเขาก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ๑-๒ เท่าเช่นกันก็ทำให้เขาอยู่ได้ค่ะ ท่านประธานลองคิดดูว่าหากเรานำเอานวัตกรรมนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างสวนยางทั่วประเทศ ๒๘ ล้านไร่ เพิ่มผลผลิตให้ได้ ๒ เท่า ประกอบกับ การเจรจาด้านการตลาด เพิ่มราคา หาช่องตลาดใหม่ แปรรูปเพิ่มมูลค่า ถ้าเราทำได้แบบนี้ GDP ภาคการเกษตรของประเทศไทยก็จะเพิ่มขึ้น และเกษตรกรก็จะหายจนแน่นอนค่ะ

นอกจากเรื่องการขาดนวัตกรรม เรายังมีปัญหาเรื่องกฎ ระเบียบที่เป็น อุปสรรคต่อความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตรของประเทศไทย ดิฉันขอยกตัวอย่าง กรณีถั่วเหลือง ถั่วเหลืองเป็นพืชโปรตีนสูง แล้วก็มีความสำคัญในวงการอาหารสัตว์ วันนี้ทั้งที่ประเทศไทยเราก็สามารถที่จะปลูกถั่วเหลืองได้ดี แต่ประเทศไทยนำเข้าถั่วเหลือง ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถปลูกได้แต่เราไม่ปลูก คำถามว่าทำไมเราไม่ปลูกเอง คำตอบ ก็คือว่าสายพันธุ์ถั่วเหลืองที่ใช้ในประเทศเราเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่ำค่ะ เนื่องจากว่า วันนี้ประเทศเรามีกฎหมายห้ามปลูกพืชถั่วเหลือง หรือพืชที่ตัดต่อพันธุกรรม หรือเรียกว่า พืช GMP ค่ะ แต่มันก็เป็นที่น่าแปลกใจนะคะ ประเทศห้ามปลูกแต่สามารถนำเข้าได้ ดังนั้นในประเทศเรา ก็นำเข้าถั่วเหลือง GMP จากต่างประเทศมากมาย เมื่อถั่วเหลืองราคาถูก คุณภาพดี ทะลักเข้ามาในประเทศก็ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองเราไม่สามารถอยู่ได้ค่ะ นอกจาก ถั่วเหลืองก็ยังมีเรื่องข้าว ก็เช่นเดียวกันเรามีสายพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและให้คุณภาพดี มากมาย แต่วันนี้เกษตรกรไม่สามารถปลูกได้ ก็เพียงเพราะว่ากรมวิชาการเกษตร หรือว่า กรมการข้าวไม่รับรองสายพันธุ์นั้น เกษตรกรก็ไม่สามารถปลูกได้

นอกจากนั้นยังมีปัญหาในเรื่องของภาคปฏิบัติค่ะ การทำผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบการนำเข้าหมูเถื่อน นำเข้าวัวเถื่อน ล้วนกระทบต่อเกษตรกรในกลุ่มปศุสัตว์ เรื่องเหล่านี้เกี่ยวพันกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพลจำนวนมากซึ่งปัญหา หมูเถื่อน วัวเถื่อน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความอยู่รอดของเกษตรกรค่ะ วันนี้เมื่อเราพูดถึง ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ นั่นก็คือเรากำลังพูดถึงปัญหารายได้ของเกษตรกร เมื่อพูดถึงรายได้ แน่นอนที่สุดมันไม่ได้หมายถึงเรื่องราคาอย่างเดียว วันนี้ภาคการผลิตเรามีปัญหาถึงขั้นวิกฤติ คุณภาพและผลผลิตต่อไร่เราต่ำกว่าทุกประเทศรวมพม่า ลาว และกัมพูชา ดิฉันสอบถาม เกษตรกรชาวนาที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ในรอบเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาตัวเลขเพียง ๒๐๐-๓๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า เรียกว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แบบนี้ต่อให้เราเพิ่มราคาถึง ๒ เท่า เกษตรกรก็ยังคงไม่หายจนค่ะ เมื่อมีปัญหาภาคการผลิต ก็ต้องแก้ที่การผลิต การสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยให้สูงขึ้นต้องเริ่มด้วยการจัดการ กับคุณภาพผลผลิต การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการสร้างมูลค่าใหม่ การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ไม่ใช่ปัญหาของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ทุกกระทรวงต้องร่วมทำงานกัน หากภาควิจัยไม่ส่งนวัตกรรมให้ถึงมือเกษตรกร เราจะมีผลผลิต ภาคการเกษตรที่มีคุณภาพมาตรฐานได้อย่างไร หากเกษตรกรทำผลผลิตที่มีคุณภาพแล้ว แต่รัฐไม่รับรองมาตรฐานให้กับผลผลิตแล้วผลผลิตนั้นจะไปต่ออย่างไร หากเรามีผลผลิต ที่มีคุณภาพมาตรฐาน แต่กลับปล่อยให้ของเถื่อนคุณภาพต่ำเข้ามาเบียดสินค้าที่มีคุณภาพ ของเรา เกษตรกรของเราจะอยู่ได้อย่างไร รัฐบาลที่จะแก้ปัญหาสินค้าเกษตรตกต่ำได้ ต้องเป็นรัฐบาลที่มองภาพแก้ปัญหาแบบองค์รวมค่ะ เข้าใจปัญหา มองเห็นสาเหตุ รู้วิธีแก้ไข ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานมุ่งสู่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงจะสามารถ แก้ปัญหาให้เกษตรกรไทยเข้มแข็งและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ขอบพระคุณค่ะ