สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

พัฒนา สัพโส หารือเรื่องราคาอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น โดยเสนอแนะให้รัฐบาลเป็นคู่ค้าตรงกับจีน และตัดปัญหาเกี่ยวกับค่าการจัดการตัวละ 3,000 บาทกับลาว เพื่อลดราคาวัวลง และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณคณะกรรมการนโยบายเกษตรของพรรคเพื่อไทยที่ได้ให้ข้อมูลในการอภิปรายญัตติ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งวันนี้ก็มีญัตติหลายญัตตินะครับ แต่ว่าภาพรวม ๆ เพื่อนสมาชิก ก็ได้อภิปรายกันหลาย ๆ ประเด็น แต่ผมมีอยู่ประเด็นเรื่องราคาโค กระบือ ก็อยากเพิ่มเติม ผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ซึ่งวันนี้ผมก็นั่งฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนก็มีคนทั้งฝาก ข้อแนะนำ มีทั้งต่อว่า แต่จริง ๆ แล้วทางรัฐบาลเองบางท่านนะครับ คณะรัฐมนตรียังไม่ได้ไป ที่ห้องทำงานเลย เพราะฉะนั้นการอภิปรายของผมก็ไม่ได้ต่อว่า แต่ว่าเป็นการเสนอแนะ แล้วก็จะเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี ซึ่งนำโดยท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ปัญหา เรื่องราคาโค กระบือ

ประเด็นแรกที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหาราคาตกต่ำของวัว ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน คืออยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าประเทศจีน เขาต้องการวัวปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตัว แต่ว่าสาเหตุทำไมประเทศไทย ถึงส่งออกไม่ได้ ผมเองก็ได้รับข้อมูลจากคณะกรรมการนโยบายเกษตรของพรรคเพื่อไทย ว่าปัญหานี่เกิดจากประเทศจีนเขามามีสัมปทานที่ สปป. ลาว เขาได้สัมปทานแล้วก็มีโควตา ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตัวต่อปี แต่สาเหตุที่ประเทศไทยทำไมถึงไปขายโดยผ่าน สปป. ลาว ไม่ได้ เพราะว่า สปป. ลาวเขาเก็บค่าการจัดการตัวละ ๓,๐๐๐ บาท นะครับท่านประธาน ตรงนี้เกิดปัญหาพอเก็บค่าส่วนต่างนะครับ ค่าการจัดการตัวละ ๓,๐๐๐ บาท มันทำให้ ราคาวัวสูงขึ้น เพราะฉะนั้นเกษตรกรไทยก็ไม่สามารถที่จะขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ที่ได้สัมปทานอยู่ที่ สปป. ลาว ข้อเสนอแนะที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าเรา ต้องเป็นคู่ค้าตรงกับรัฐบาลจีน โดยการเอาสินค้าผ่านที่เชียงแสนพื้นที่เชียงแสน ติดกับประเทศจีนนะครับ เราสามารถที่จะเป็นคู่ค้าโดยตรงกับประเทศจีน แล้วก็จะตัดปัญหา ในเรื่องค่าการจัดการตัวละ ๓,๐๐๐ บาทกับ สปป. ลาวได้ อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมมองว่า เป็นปัญหาหลักที่ทำให้สินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัวเกิดปัญหาในการขายนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ราคาอาหารสัตว์ ราคาอาหารสัตว์นี่ทำให้ราคาวัวสูงขึ้นไปด้วย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าให้เห็นชัด ๆ เลยนะครับว่าอาหารวัวโปรตีนที่ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เดิมเมื่อประมาณสัก ๖ เดือนที่แล้วราคากระสอบละ ๓๐ กิโลกรัม มันตกที่ ๓๐๐ บาท กิโลกรัมละประมาณ ๑๐ บาท แต่ปัจจุบันนี้โปรตีน ๑๖ เปอร์เซ็นต์ มันปาเข้าไป ๓๕๐ บาท มันกระโดดขึ้น ๕๐ บาท แต่ราคาวัวนะครับ วัวหน้าเขียง กิโลกรัมละ ๓๐๐ บาทเหมือนเดิมนะครับ แต่ราคาตัวนี่สมาชิกหลายคนบอกว่าวัวกิโลกรัมละ เท่าโน้นเท่านี้ ผมจะเรียนท่านประธานให้เห็นภาพชัดเจนเลย เมื่อประมาณสักปีที่แล้ว วัวตัวหนึ่งราคาประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันทราบไหมครับว่าวัวเหลือตัวละราคาเท่าไร ๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ จาก ๔๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ราคาอาหารสัตว์ จาก ๓๐๐ บาท เป็น ๓๕๐ บาท นี่คือปัญหาครับท่านประธาน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถ เลี้ยงวัวแล้วมีกำไร ผมก็เห็นใจเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกเมื่อสักครู่นะครับ ท่านสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลูกอดีตสมาชิก สส. กุ่ย แห่งอุบลราชธานีเขาก็เลี้ยงวัวครับ เขาลำบากนะครับ เพราะฉะนั้นประชาชนนี่ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงเลยครับท่านประธาน ขนาดผู้แทนเลี้ยงวัวยังแย่เลยนะครับ ผมเองก็เลี้ยงครับที่พูดนี่เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผมให้โอกาสนะครับ หลาย ๆ คนอาจจะเริ่ม ต่อว่าแล้วแต่ผมยังให้โอกาส เพราะว่ารัฐบาลต้องใช้เวลานะครับ วันนี้หลายท่านที่ผมกล่าว ตั้งแต่เริ่มต้นนะครับว่ายังไม่เห็นห้องทำงานเลย ผมให้เวลา แต่สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียน นั่นละคือตัวปัญหา เราจะต้องเป็นคู่ค้ากับรัฐบาลจีน และ สปป. ลาวเราผ่านเขาไม่ได้ เราก็ไปที่เชียงแสน ผมเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีชื่อเศรษฐา ทวีสิน แล้วก็ฝากถึงกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านต้องทำงาน ร่วมกัน ท่านต้องบูรณาการทั้ง ๒ กระทรวง ที่ผมพูดตั้งแต่แรกว่าราคาหน้าเขียงยังเท่าเดิม แต่ราคาวัวเป็นตัวทำไมจาก ๔๐,๐๐๐ บาท เหลือ ๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้ละคือหัวใจ แล้วก็ตลาด ท่านเศรษฐาซึ่งเป็นผู้นำของรัฐบาล ติดต่อประเทศจีนให้เป็นคู่ค้า ผมเชื่อว่า วัวบ้านเราขายได้ นั่นคือสิ่งที่ผมเองอยากให้กำลังใจรัฐบาลที่นำโดยท่านเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยเราได้เตรียมการในเรื่องนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นราคาผลิตผล ทางการเกษตร ราคาด้านปศุสัตว์ เราเตรียมมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๑ ปีแล้วครับ ผมเชื่อว่า ใช้เวลาไม่นานผมให้กำลังใจ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ