สุดารัตน์ ชี้ราคาสินค้าเกษตรตก หนี้ครัวเรือนพุ่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ หารือปัญหาราคาวัว ควาย และยางพาราตกต่ำ กระทบเกษตรกรให้ขาดทุนอย่างหนักท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้นและภาระหนี้สินที่เพิ่มต่อเนื่อง เรียกร้องให้รัฐเร่งช่วยเหลือโดยการพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอกจาก ธ.ก.ส. และผลักดันนโยบายตลาดนำนวัตกรรมเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นางสาวสุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นวันที่น่ายินดีเป็นวันที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน หลังจากที่พี่น้องรอคอย มานานที่จะได้ยินการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าการเกษตรที่ตกต่ำ อย่างมากมายในขณะนี้ค่ะ ทุกครั้งที่ดิฉันได้ยืนอภิปรายในสภาแห่งนี้เป็นทุกครั้งที่ดิฉันภูมิใจ ที่ได้เป็นผู้แทนไทบ้าน ผู้แทนราษฎร ผู้แทนของพี่น้องประชาชน ที่จะได้นำความทุกข์ยาก จากรากหญ้าเข้ามาพูดให้ดังขึ้นในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องและยัง ช่วยต่อลมหายใจให้เขาได้มีกำลังใจที่จะทำไร่ทำนา หากิน มีชีวิตอยู่ต่อไปค่ะ ที่ดิฉันได้กล่าว แบบนี้หมายถึงสินค้าทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง รวมทั้งวัว ควาย สิ่งเหล่านี้คือชีวิต คือทุกสิ่งทุกอย่างของเกษตรกรค่ะ วันนี้พวกเขา ไม่ได้ขอให้สินค้าทางการเกษตรมีราคาสูงมากมายอะไร ขอเพียงแค่ให้ขายได้ไม่ขาดทุน มีรายได้เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ให้ได้กินอิ่มนอนหลับมีความสุขก็เพียงพอแล้ว ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมายาวนานค่ะ ดิฉันขอเน้นไปที่เรื่องวัว ควาย สินค้าวัว ควายที่ราคา ตกต่ำในปัจจุบันนะคะ ดิฉันเกิดและเติบโตมาในคอกวัวคอกควาย ไม่ได้เกิดในคอกวัว หรอกค่ะ แต่ว่าต้องอาศัยได้เลี้ยงวัวเลี้ยงควายอยู่กับครอบครัวที่เลี้ยงวัวก็เข้าใจหัวอกของ พี่น้องเกษตรกรว่าวัว ควายคือชีวิตคือลมหายใจของพี่น้องเกษตรกร วัว ควายคือธนาคาร เคลื่อนที่ หลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจทำไมถึงเป็นธนาคารเคลื่อนที่ เพราะว่าถ้าเวลาที่ไม่มีเงิน เราก็จะขายวัวขายควาย หลาย ๆ ท่าน พี่น้องประชาชนจะจัดงานแต่งลูก จะจัดงานบวช หรือแม้กระทั่งงานศพ ถ้าหาเงินไม่ทันเราก็จะขายวัวเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ดิฉันก็ได้เคย อภิปรายไปแล้วครั้งหนึ่งในสภาแห่งนี้เรื่องของราคาวัว ควายตกต่ำ วันนี้มาขอย้ำอีกครั้งว่า ตอนนี้ราคาวัว ควายของเกษตรกรยังคงย่ำแย่อยู่ ยังไม่ได้ดีขึ้นเลย ปัจจุบันรับซื้อเพียงแค่ กิโลกรัมละ ๗๐-๘๐ บาทเท่านั้น ซึ่งสวนทางกับค่าใช้จ่ายในเรื่องของอาหาร อดีต ๓๐๐ บาท ปัจจุบันซัดไป ๔๐๐-๕๐๐ บาทแล้วค่ะ ราคา ๗๐-๘๐ บาทถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ พี่น้องเกษตรกรถ้าไม่กัดฟันขายก็ไม่ขายหรอกค่ะ เพราะว่าการเลี้ยงวัวเลี้ยงควายมันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ หลาย ๆ คน อาจจะคิดว่าจูงวัวไปผูกกินหญ้า หรือว่าเอาควายไปนอนน้ำก็เสร็จแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว มันมีค่าใช้จ่ายค่ะ กว่าจะเลี้ยงให้เติบโตต้องใช้เวลา ค่าอาหารทุกวันนี้ก็แพงมากอย่างที่ดิฉัน ได้กล่าวไป พ่อค้าก็ให้ราคาต่ำจนขาดทุนเช่นนี้ พี่น้องเกษตรกรก็ลำบากค่ะ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะส่วนใหญ่ก็เลี้ยงกันเพื่อนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่ในเมื่อราคาต่ำขนาดนี้ก็ต้อง ชะลอการขาย เพราะขายไปก็มีแต่ขาดทุน แต่อยู่ไปเลี้ยงต่อไปก็ไม่ได้ดีขึ้นเพราะมันก็มี ค่าใช้จ่ายทุกวัน

ต่อมาขอพูดในส่วนของเรื่องยางพารา ชาวสวนยางพาราก็เดือดร้อนไม่ต่างจาก เกษตรตัวอื่น ๆ ต้องเผชิญปัญหาราคายางพาราตกต่ำ หนี้สินล้นพ้นตัว ช่วงนี้เป็นช่วงของ ฤดูฝน ผลผลิตน้อยราคาก็แย่ ตื่นตีหนึ่งตีสองเพื่อไปกรีดยาง สาย ๆ มาไปหยอดน้ำกรด กว่าจะเสร็จก็ค่อนวันไปแล้ว ทุ่มเททั้งวันทั้งคืนแต่ราคาถูกแสนถูก วันนี้ราคาขี้ยางในเขต พื้นที่ของดิฉันตกกิโลกรัมละ ๑๗ บาท ขายยาง ๖ กิโลกรัม ได้เงินแค่ ๑๐๐ บาท แค่หายใจ ก็หมดแล้ว เกษตรกรชาวนาที่ทนสู้อยู่กับการทำนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ยิ่งทำยิ่งทุกข์ ราคาตกต่ำไม่พอยังต้องประสบปัญหากับภัยแล้ง ปัญหาราคาปุ๋ยที่แพงอลังการ เป็นไปได้ อย่างไรคะ ราคาข้าวตกต่ำขนาดนี้ทั้งที่ในปัจจุบันความต้องการการบริโภคทั้งใน และต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นสินค้าราคาตกต่ำสวนทางกับปัจจัยการผลิต ที่ราคาสูงขึ้น น้ำมันก็แพง ปุ๋ยก็แพงอย่างที่ดิฉันได้กล่าวไป แต่วันนี้ประชาชนของดิฉัน เริ่มมีความหวังว่าภายใต้การนำของรัฐบาลเพื่อไทย โดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ชุดนี้จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่และแก้ไขปัญหาราคาสินค้า การเกษตรตกต่ำโดยการหาตลาด และจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ด้วยนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม และเพิ่มรายได้ นอกจากสินค้าจะราคาดีขึ้นแล้ว ขอฝากทางรัฐบาลอีก ๑ ประการที่สำคัญ ขอให้ช่วยพี่น้องประชาชนของดิฉันรวมทั้งพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศให้ฟื้นได้ ซึ่งขณะนี้ประชาชนกำลังป่วยหนัก ใส่เครื่องช่วยหายใจบ้าง บางคนพะงาบใกล้ตายแล้ว ขอให้รัฐบาลพักหนี้ ธ.ก.ส. ทั้งต้นทั้งดอกเพื่อให้ประชาชน หลาย ๆ ท่าน ถอดเครื่องช่วยหายใจ และหลาย ๆ ท่านลืมตาอ้าปากได้สักที เพราะทุกวันนี้ หาเงินลำบากมาก ข้าวของไม่เป็นราคา ค่าใช้จ่ายสูง หนี้สินท่วมตัว งวดรถก็ตามมาติด ๆ ลูกก็ต้องไปโรงเรียน ไม่มีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้หรอกค่ะ เกษตรกรเป็นอาชีพแห่งความหวัง ปีนี้หวังว่าฝนจะดี หวังว่าสินค้าทางการเกษตรจะมีราคา หวังว่าปีนี้ต้องปลดหนี้ได้แน่ ๆ หวังว่าราคาวัวราคาควายจะสูงขึ้น ตั้งใจทำงานด้วยความหวังมาตลอดค่ะ เรามาเปลี่ยน ความหวังให้เป็นความจริง ให้พี่น้องทำอาชีพเกษตรกรได้อย่างสมศักดิ์ศรีกระดูกสันหลัง ของชาติสักทีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ