วิสาระดี ชี้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ-ต้นทุนสูง หนุนนวัตกรรมนำทางตลาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หารือปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาวะราคาพืชผลตกต่ำ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการส่งออก โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือทั้งการพักหนี้เกษตรกร 3 ปีทั้งต้นทั้งดอก พร้อมผลักดันนโยบายตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการตลาด และเพิ่มผลผลิต มูลค่าสินค้าเกษตร ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตเกษตรกรอย่างยั่งยืน

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย จากพรรคเพื่อไทย วันนี้จะมาขออภิปรายเรื่องปัญหาของกระดูกสันหลังของชาติค่ะ นั่นก็คือเรื่องของพี่น้องเกษตรกรไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวนาชาวไร่ชาวสวน หรือชาวประมง ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้ล้วนประสบปัญหาจากการที่มีพืชผลทางการเกษตรหรือว่า มีราคาตกต่ำ ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการทำการเกษตรเป็นหลัก GDP ของประเทศเรา คือ ๘ เปอร์เซ็นต์ เรามีเกษตรกรอยู่ ๑๐ ล้านคน คิดเป็นประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทุกคน ล้วนเป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางด้านราคาพืชผลการเกษตรกันทั้งหมด

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง สินค้า การเกษตรของเราที่ขึ้นชื่อมานาน สินค้าที่เรียกว่านึกถึงประเทศไทยก็ต้องนึกถึงสินค้า ชนิดนี้ นั่นก็คือข้าวค่ะ โดยจะขอเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในด้านราคาแล้วก็ด้าน การส่งออก ข้าวหอมมะลิของไทยอยู่ที่ ๙๒๐ เหรียญสหรัฐต่อตัน ข้าวของเวียดนามอยู่ที่ ๗๖๒ เหรียญสหรัฐต่อตัน ข้าวอินเดียด้านการส่งออกอยู่ที่ ๑,๒๒๐ เหรียญต่อตัน เดี๋ยวมาดู ด้านการส่งออกนะคะโดยที่จะใช้สถิติในปี ๒๕๖๕ อันดับ ๑ ประเทศที่ส่งออกมากที่สุด นั่นก็คือประเทศอินเดียอยู่ที่ ๑๘.๒๕ ล้านตัน อันดับ ๒ เป็นประเทศของเราเองนั่นก็คือ ประเทศไทยอยู่ที่ ๘.๕ ล้านตัน ส่วนอันดับ ๓ คือประเทศเวียดนามที่ตามเรามาติด ๆ อยู่ที่ ๖.๖๗ ล้านตัน ซึ่งจะเห็นว่าประเทศไทยเราห่างกับอันดับ ๑ นั่นก็คือประเทศอินเดีย มากพอประมาณอยู่ แต่ถ้ามาดูประเทศอันดับ ๓ นั่นก็คือประเทศเวียดนาม เราห่างจาก ประเทศเวียดนามไม่มากเท่าไร ทั้งเรื่องปริมาณการส่งออกแล้วก็ราคาของข้าว ปัญหาที่ทำให้ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำนั้นต้องบอกว่าหลัก ๆ มาจากการที่ตลาดเรานี่หรือว่าพี่น้องเรา ผลิตสินค้าออกมามากเกินความต้องการของตลาด หรือเรียกว่า Supply over Demand หรือพูดง่าย ๆ ว่าคือเรามีคนมาซื้อน้อยกว่าสินค้าที่อยู่ในตลาด มันเลยต้องทำให้เรา ต้องลดราคาสินค้าในตลาดนั้นให้ถูกลงไปอีกเพื่อที่จะดึงคนให้กลับมาซื้อ แต่ปัญหาเหล่านี้ ดิฉันเชื่อได้ว่าโดยนโยบายของรัฐบาลชุดนี้นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน เราจะใช้ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ซึ่งรัฐบาลจะทำ Market Profile ซึ่งจะทำให้รู้ว่า ตลาดมันต้องการอะไร แล้วก็มีความต้องการมากแค่ไหน เพื่อที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกร ของเราสามารถผลิตผลิตผลที่มันถูกกับตลาด แล้วก็ออกมาได้ตามที่ตลาดต้องการ เพื่อให้ สามารถสร้างรายได้ แล้วก็พลิกคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างแท้จริงค่ะ ปัญหาที่เกษตรกรไทยต้องพบไม่ใช่แค่ปัญหาราคาสินค้าตกต่ำเท่านั้น แต่ว่ามันมีปัญหา อย่างอื่นที่จะต้องพูดถึงที่มันผูกโยงกับสิ่งเหล่านั้น

เรื่องแรก คือเรื่องต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกร ไปลงพื้นที่เมื่อไร จะต้องได้รับคำตอบมาตลอดว่า สส. ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ราคาต้นทุน การผลิต ค่าอาหารสัตว์ก็ตาม ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลงก็ตามมันทำให้ราคามันสูงมาก จนพี่น้องเกษตรกรเราไม่สามารถจะผลิตสินค้าออกมา และทำให้มีต้นทุนที่สูงขนาดนี้ ไม่สามารถจะทำให้กำไรได้ดีขนาดนั้น ยกตัวอย่างต้นทุนปุ๋ยคิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน ซึ่งต้องบอกว่าสูงมาก ๆ เลยนะคะ นั่นหมายความว่าถ้าต้นทุนสูงนี่กำไรที่ได้ก็จะลดน้อยลงด้วย ดังนั้นต้องบอกเลยว่าสถิติพบว่า ต้นทุนการเกษตรนั้นคิดเป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ วันนี้พี่น้องเกษตรกรไทยมีต้นทุน การผลิตที่สูงมาก และทุกวันนี้ก็ลำบากมากจริง ๆ ค่ะ

เรื่องที่ ๒ ต่อเนื่องกับเรื่องแรกเลยนั่นก็คือเมื่อต้นทุนสูงพี่น้องการเกษตร มีเงินใช้หมุนเวียนในการทำนาทำไร่ไม่พอ สิ่งที่ตามมาก็เป็นหนี้ค่ะ เพราะเขาต้องหาที่ กู้หนี้ยืมสินจากเกษตรกรดี ๆ ต้องกลับกลายเป็นลูกหนี้ซ้ำไปอีก วันนี้กำไรมันไม่พอค่ะ ที่ผ่านมาเราพบว่าเกษตรกรมีหนี้สิน ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์เลย จากเกษตรกรทั้งหมดมีหนี้สิน เฉลี่ยอยู่ที่ ๑๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างที่ดิฉัน ได้พูดไว้ข้างต้นว่าปัญหา ๒ อย่างนี้มันผูกโยงกัน ถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง พี่น้องเกษตรกรไทยเราก็ไม่สามารถจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ วันนี้เป็น เรื่องยากที่จะแก้ปมนี้ แต่ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้และพรรคเพื่อไทยเราเอง เรามั่นใจว่าเราจะ สามารถนำนโยบาย

๑. พักหนี้เกษตรกร ๓ ปีทั้งต้นทั้งดอกค่ะ ถ้าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ จากนโยบายนี้แล้วสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรจะได้ คือจะสามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพิ่มขึ้น ๓ เท่าในเวลา ๔ ปี

๒. เพิ่มความต้องการ และปรับสินค้าภาคการเกษตรค่ะ เรานำนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนในการเพิ่มผลการผลิต แล้วการลดต้นทุนแปรรูปสู่มูลค่าที่ให้มันเพิ่มสูงขึ้น ตามแนวทาง ๖ ประการนั่นก็คือ ๑. ดินนำน้ำดี ๒. มีสายพันธุ์ดี ๓. ยืนยันราคา ๔. จัดหาแหล่งทุน ๕. หนุนนำนวัตกรรม และ ๖. จัดทำกรรมสิทธิ์ที่ดิน ดิฉันเชื่อว่า รัฐบาลภายใต้แกนนำของพรรคเพื่อไทย เราสามารถจะทำให้ราคาของพืชผลการเกษตร และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้นได้อย่างแน่นอน ขอบคุณค่ะ