เท่าพิภพ วิจารณ์โครงสร้างเศรษฐกิจเอื้อทุนผูกขาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนผูกขาด โดยยกตัวอย่างปัญหาการส่งออกข้าวที่มีข้อจำกัดด้านใบอนุญาตและเรียกร้องให้แก้ไขเชิงโครงสร้าง เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร วิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลในการจัดสรรโควตาข้าวโดยหน่วยงานรัฐซึ่งเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน และยกตัวอย่างกรณีกรมการค้าต่างประเทศโอนโควตาส่งออกให้สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการประมูลอย่างโปร่งใส พร้อมชื่นชมคุณหมอชลน่าน ศรีแก้วที่กล้าหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาและยืนยันว่าพรรคก้าวไกลคือตัวประหลาดที่เข้ามาทำลายระบบโครงสร้างที่เป็นวงจรผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มทุนกับกลุ่มการเมือง

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ในญัตติเกี่ยวกับการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ เป็นญัตติ เขาเรียกว่าเป็น Default ก็คือตั้งทุกครั้งเลยที่มีสภาขึ้นมา ซึ่งผมก็ไม่ได้อะไรมาก แต่ก็อยากจะฝากไปยังผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญในชุดนี้ด้วย จริง ๆ แล้วเห็นหลายคน ก็ได้อภิปรายในส่วนของเนื้อหาว่าทำไมผลผลิตตกต่ำมาแล้ว แต่ผมอยากให้ช่วยแก้ปัญหา เชิงโครงสร้างเถอะครับ จะได้แก้ไปทีเดียว ไม่ต้องกลับมาตั้งแบบซ้ำซากนี้อีก ซึ่งก็เคารพ ในคำอภิปรายที่เป็นประโยชน์ของเพื่อนทุกคน หลาย ๆ คนเห็นผมขึ้นมาแล้วเท่าพิภพ มันต้องพูดสุราก้าวหน้าแน่เลย แต่ผิดคาดวันนี้ผมจะอภิปรายสิ่งที่ใกล้เคียงกับสุราก้าวหน้า มาก ๆ ครับ ซึ่งเป็นเรื่องคนตัวเล็กกับนายทุน กลุ่มทุนผูกขาดที่ชอนไชอยู่ในโครงสร้างของ เศรษฐกิจไทยทุกวันนี้เองนะครับ ด้วยเวลาอันน้อยนิดครับท่านประธาน ผมจะขอยกตัวอย่างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนไทย ก็คือการปลูกข้าว อุตสาหกรรมการเกษตร การค้าข้าวของไทยมีมาอย่างยาวนานนะครับ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่หลัก ๆ ใน ๒ ประเด็นที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

อันแรกเลยครับ ถ้าให้เหมือนสุราก้าวหน้า ก็คือเรื่องใบอนุญาตครับ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าการที่จะขอเป็นผู้ส่งออกข้าวยากมากครับ คือผมดูไปดูมา ผมลองไป Search ใน Website การที่จะเป็นคุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้ครับ ผู้ที่ต้องการ จะส่งออกข้าวต้องได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการค้าข้าว ตาม พ.ร.บ. การค้าข้าว พ.ศ. ๒๔๘๙ โอ้โฮ ตั้งแต่สมัยไหนแล้ว สงครามโลกหรือเปล่า จากกรมการค้าภายในบอก ก็คือมีใบแรกก่อนก็คือค้าข้าวขายข้าวไปมาได้ ส่วนคนที่จะส่งออกคือต้องจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งข้าวออกไปจำหน่ายต่างประเทศ

๒. อันนี้แปลกมากก็คือต้องมีเหมือนโรงเก็บข้าว ได้รับอนุญาตจาก กรมศุลกากรให้เป็นที่สำหรับตรวจเก็บและบรรทุกข้าวลงเรือเพื่อส่งออก ซึ่งโรงเก็บนี้ ไปเช่าใครไม่ได้นะครับ ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาเอง ของผู้ขอใบอนุญาต หรือเป็นสิทธิ ครอบครอง คือถ้าเป็นตาสีตาสามีเงินทุนไม่มีที่ดินก็ไม่ได้ครับ

๓. ชัดเจนเลยครับว่าเงินทุนจดทะเบียนต้องเป็นเงินทุนจดทะเบียน ที่ชำระแล้ว ๕ ล้านบาท อันนี้คือโชคดีกว่าเหล้า เบียร์นะ เหล้า เบียร์นี่คือ ๑๐ ล้านบาท แต่ข้าว ๕ ล้านบาท เกษตรกรที่จังหวัดของท่านพิษณุโลกนี่ปลูกข้าวมีทุนเท่านี้ไหมครับ ยังไม่พอครับท่านประธาน ๕ ล้านบาท ทุนจดทะเบียนแล้วต้องมีข้าวสารที่เป็นกรรมสิทธิ์ ของตัวเองไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรตริกตัน ๕๐๐ ตันคือเป็น Stock ไว้ก่อนภายใน ๑๕ วัน หลังจากได้ใบอนุญาตครับ หมายความว่าไม่ว่าคุณจะขายข้าวเท่าไรก็ตาม คุณต้องมีข้าว ๕๐๐ ตันเป็นก้นถุงขั้นต่ำในการทำธุรกิจนี้ ใครบ้างในประเทศนี้ทำได้ครับ มีไม่กี่คนใช่ไหม ก็กินเงียบกันไป เรื่องนี้คุ้น ๆ ไม่แปลกใจครับ คล้าย ๆ กับเรื่องของสุราก้าวหน้าที่ผมทำ เป็นข้อสงสัยว่าทำไมเราต้องตั้งให้คนส่งออกข้าวยากขนาดนี้ในการรับใบอนุญาตนะครับ แล้วทำไมต้องมีข้าว ๕๐๐ ตัน ไม่จำเป็นเลยใช่ไหมครับ ถ้าผมจะขายข้าวทั้งหมด ทำไม ผมต้องมี ๕๐๐ ตันอยู่ตลอดเวลา นี่ก็เป็นบทพิสูจน์อีกบทพิสูจน์หนึ่งที่เป็นกฎหมายที่กีดกัน คนตัวเล็กตัวน้อยในการเข้าสู่ระบบ เพื่อคนจำนวนน้อยนิดที่จะกินผลประโยชน์ และทำนา บนหลังคนจริง ๆ

ประเด็นที่ ๒ ที่มันจะบ่งเฉพาะว่าชัดเจนขึ้นมา มันมีความไม่ชอบมาพากล ของหลักการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐครับ เรื่องการจัดสรรโควตาข้าวว่าเอื้อประโยชน์นายทุน หรือไม่ ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ อันนี้ต้องขอบคุณคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขออนุญาต เอ่ยนาม ไม่เสียหายจริง ๆ นะครับ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่เคยยกตัวอย่างไว้ในปี ๒๕๖๔ ออกข่าวมติชนเลย เรื่องกรณียกโควตาส่งออกข้าว ๒๐,๐๐๐ ตัน ของกรมการค้าระหว่าง ประเทศ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการค้าข้าวรัฐต่อรัฐ และเป็นผู้จัดโอนโควตาข้าวให้สมาคม ผู้ส่งออกข้าวไทย และผมก็ไปดูมาครับ มีบริษัทใหญ่ ๆ ไม่กี่บริษัท และซ้ำร้ายครับ สมาคมนี้ ก็ไปเก็บเงินค่าดำเนินงาน ๑๕๐ บาทต่อตันอีก คือได้ของหลวงไปฟรี ๆ ทำไมหลวงไม่ยอมไป ประมูลโควตาข้าวนี้ให้คนอื่นมาทำ ใครได้โควตาข้าวนี้ไปได้ราคาสูงสุดก็ว่ากันไป แต่อันนี้คือ ยกให้เปล่า ๆ เลยก็คือยกให้กลุ่มทุน ซึ่งผมก็เชื่อว่าสมาคมนี้ปี ๆ หนึ่งเขาก็มีจัดกินเลี้ยงกัน แล้วก็คุยกันนะครับว่าจะซื้อข้าวจากเกษตรกรราคาเท่าไรดีก็คำนวณได้หมดละครับ ถ้าโชคดี ให้ราคาเยอะ หรือเป็นราคาตลาดโลกก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เป็น ข้อสงสัยว่าทำไมหน่วยงานรัฐทำเช่นนี้ครับ ต้องขอบคุณคุณหมอชลน่านที่ผมเคารพจริง ๆ ที่ Raise ประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วก็หวังว่าประเด็นนี้ในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา น่าจะเอาไปแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว เพราะท่านเป็นคนตั้งประเด็นขึ้นมาเองนะครับ ปัญหา เหล่านี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างซึ่งมันแก้ได้ยากครับ เป็นปัญหาที่เป็นสภาพแวดล้อม แห่งความเป็นจริงที่อุบาทว์ที่สุด ที่กลุ่มทุนและกลุ่มการเมืองอาศัยประโยชน์พึ่งพา อาศัยซึ่งกันและกัน กลุ่มทุนได้ประโยชน์จากนโยบายที่ออกมาโดยกลุ่มการเมือง เพื่อความได้เปรียบทางการค้า และกีดกันคู่แข่งรายใหม่ กลุ่มการเมืองก็ได้ครับ ได้อะไรครับได้ Sponsor ไปทำการเมือง อะไรต่าง ๆ นานามันเลยไม่มีวันจบสิ้นครับ ยกเว้นบ่อน้ำแห่งนี้ที่เป็น Ecosystem นี้จะมี ตัวประหลาดเข้ามา แล้วบังเอิญประเทศไทยวันนี้มีแล้วครับ พวกเราจากพรรคก้าวไกล พวกเราเป็นตัวประหลาด แล้วผมรู้สึกดีใจมาก ๆ เลยครับ ที่พวกเราโดนกระทำ สาหัสสากรรจ์หลาย ๆ อย่าง เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะผมรู้สึกเลยว่าผมดีใจมาก ๆ เพราะอันนี้พิสูจน์แล้วว่าพวกเรามาถูกทางแล้วครับ ขอบคุณครับ