ทรงศักดิ์ แจงเกษตรกรอ้อย-ข้าวโพดเดือดร้อน ขอรัฐเร่งชดเชยและทบทวนมาตรการนำเข้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

ทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย หารือปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 แต่ยังไม่ได้รับเงินชดเชยตามนโยบาย จึงเรียกร้องให้รัฐเร่งจ่ายเงินช่วยโดยเร็ว พร้อมทั้งยกประเด็นราคาข้าวโพดที่ตกต่ำจากมาตรการนำเข้าวัตถุดิบทดแทน 3 ต่อ 1 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในช่วงเก็บเกี่ยว และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความเหมาะสมของมาตรการดังกล่าวให้สอดคล้องกับฤดูการผลิต

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย นครสวรรค์

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๖ ได้มีตัวแทนจาก ๔ องค์กร ได้แก่ สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อย แห่งประเทศไทย สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย รวมทั้ง ๓๗ สถาบัน ต้องขออภัย อีก ๓๗ สถาบันที่ไม่ได้เอ่ยนามนะครับ ได้มีตัวแทนนายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ เลขาธิการ สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต ๘ จังหวัดกำแพงเพชร นายรัชชาพงษ์ ด้วงสั้น นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต ๑๑ จังหวัดนครสวรรค์ นายอำนวย กลิ่นสอน เลขานุการนายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต ๑๑ นายประทีป อ้นโต กรรมการสมาคม ชาวไร่อ้อยสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์ นายไฉน เที่ยงพลับ กรรมการชาวไร่อ้อยสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์ นายมารุต เกตุสวาสดิ์ กรรมการสมาคมชาวไร่อ้อยเขต ๕ จังหวัดสิงห์บุรี นายสมพงษ์ ฉัตรชัยรัตนเวช นายประจวบ พวงสมบัติ เกษตรกร ได้เข้ามายื่นหนังสือหารือ ถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในจังหวัดนครสวรรค์และทั่วประเทศ ที่ปลูกอ้อยได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ประชุมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ มีมติรับทราบและอนุมัติในหลักการ โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่ตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในอัตราตันละ ๑๒๐ บาท โดยได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือ จากรัฐบาลเพื่อลดต้นทุนในการตัดอ้อยสดให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ๒ ฤดูการผลิต ได้แก่ ปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ และการผลิต ๒๕๖๕/๒๕๖๖ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การช่วยเหลือในการตัดอ้อยสดไปอีก ๒ ฤดูคือ ปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ และปีการผลิต ๒๕๖๕/๒๕๖๖ ในฤดูแรก คือฤดูการผลิตของ ปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ที่ตัดอ้อยสดแล้ว ในอัตราตันละ ๑๒๐ บาท ส่วนในฤดูการผลิตของปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ นั้น หลังจากสิ้นสุดหีบอ้อยแล้วในวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๖ เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ยังไม่ได้รับการชดเชย ช่วยเหลือจากรัฐบาลตามโครงการที่ผมกล่าวมาข้างต้น ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยเดือดร้อน เนื่องจากได้สำรองจ่ายค่าแรง ค่าตัดอ้อยสดให้กับคนงานไปแล้วนั้น อีกทั้งเกษตรกร ยังต้องแบกรับภาระกู้เงินมาจ่ายค่าแรงงานตัดอ้อยสดที่เพิ่มขึ้นพร้อมทั้งเสียดอกเบี้ย โดยในวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๖ ผู้แทน ๔ องค์กรชาวไร่อ้อยได้ขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อนำปัญหาเสนอช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ในอัตราตันละ ๑๒๐ บาท ต่อมา ๔ องค์กรชาวไร่อ้อยดังกล่าวได้นำเรียนปัญหา ที่เกิดขึ้นต่อปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ท่านนำเรียนเรื่องดังกล่าวเสนอคณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อพิจารณาและนำเสนอรัฐบาลดำเนินการจัดสรรงบประมาณ ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานปีการผลิต ๒๕๖๕/๒๕๖๖ โดยเร่งด่วน ซึ่งเกษตรกรมีความเข้าใจว่าจะจ่ายเงินให้เร็วเหมือนปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ เกษตรกร ได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหา ฝุ่น PM2.5 ถ้ารัฐบาลขาดการส่งเสริมให้ เกษตรกรตัดอ้อยสดจะทำให้เกิดปัญหาอ้อยไฟไหม้เพิ่มขึ้น ซึ่งอ้อยไฟไหม้นั้น เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงฤดูการตัดอ้อย ทำให้เกษตรกร ถูกมองว่าไม่รับผิดชอบต่อสังคม ทั้งที่อ้อยไฟไหม้นั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ผ่านมา เกษตรกรพยายามร้องเรียนผ่านตัวแทนต่าง ๆ แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับจากภาครัฐ ทั้งที่เกษตรกรทำตามนโยบายของรัฐบาล แต่ภาครัฐกลับจะใช้มาตรการทางกฎหมายกับ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ซึ่งไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร เช่นอ้อยไฟไหม้ จากเดิม ตัดราคาตันละ ๓๐ บาท แต่กลับตัดราคาเพิ่มเป็นตันละ ๙๐ บาท ซึ่งเป็นภาระกับเกษตรกร อีก หน่วยงานราชการกลับเพิกเฉยไม่พูดถึงว่าจะดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรเมื่อไร กลายเป็นสร้างเงื่อนไข สร้างภาระให้เกษตรกร ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา สมาคมชาวไร่อ้อย ทั้ง ๓๗ สมาคมและ ๔ องค์กร พร้อมทั้งเกษตรกรชาวไร่อ้อยอีก ประมาณ ๒,๐๐๐ คน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยมีนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ได้มารับหนังสือแทนท่านนายกรัฐมนตรี และให้กำลังใจตัวแทนเกษตรกรด้วยตนเอง ดังนั้นขอให้รัฐบาลดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ปฏิบัติตามนโยบาย ของรัฐบาลโดยเร่งด่วน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ในจังหวัดนครสวรรค์ และทั่วประเทศที่ปลูกอ้อยและตัดอ้อยสดตามนโยบายของรัฐบาล ขอฝากเป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาลใหม่ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ จากภาวะวิกฤติภัยแล้ง เห็นได้ว่าถึงแม้ข้าวโพดจะผลิตออกมาได้ ไม่มากเท่าที่ควร แต่ราคาข้าวโพดกลับลดลงต่ำทุก ๆ วัน ตาม Slide ที่ให้เพื่อนสมาชิก ได้รับทราบดูนะครับ จากการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนตามมาตรการ ๓ ต่อ ๑ ซึ่งมีการนำเข้า วัตถุดิบทดแทนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ราคาข้าวโพดของเกษตรกรตกต่ำลงตามที่เกษตรกร ได้ร้องเรียนมา เพราะการนำเข้าวัตถุดิบทดแทนนั้น เป็นการนำเข้าช่วงที่เกษตรกร กำลังเก็บเกี่ยว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องมาตรการ ๓ ต่อ ๑ นำเข้านั้น สอดคล้องกับความเป็นจริงของฤดูการผลิตหรือเปล่า กราบขอบพระคุณท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ขอบคุณครับ