ญาณธิชา บัวเผื่อน หารือปัญหาราคากุ้งขาวตกต่ำในจังหวัดจันทบุรีที่ส่งผลต่อเกษตรกรทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเร่งด่วน เนื่องจากปัญหากุ้งล้นตลาด ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และรายได้ที่ลดลง จึงเสนอแนวทางแก้ไขเชิงนโยบายที่ครอบคลุมทั้งการลดต้นทุนการผลิต การส่งเสริมตลาดภายในประเทศ การควบคุมการนำเข้ากุ้ง และการพัฒนามาตรฐานคุณภาพเพื่อส่งเสริมการส่งออกอย่างยั่งยืน
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออภิปรายเกี่ยวกับราคากุ้งขาวราคาตกต่ำ ขอ Slide ด้วยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
จาก Slide เราจะเห็นถึงผลผลิตกุ้ง ของโลก และปริมาณนำเข้ากุ้งของประเทศผู้นำเข้าจากทั่วโลกค่ะ โดยประเทศที่ผลิตกุ้ง ส่งออกกุ้งมากที่สุด ในอันดับแรกก็คือเอกวาดอร์อยู่ที่ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ตัน อันดับที่ ๒ คือ อินเดีย ๗๕๐,๐๐๐ ตัน อันดับที่ ๓ เวียดนาม ๗๐๐,๐๐๐ ตัน อันดับที่ ๔ อินโดนีเซีย ๔๐๐,๐๐๐ ตัน และอันดับที่ ๕ ก็คือประเทศไทยอยู่ที่ ๒๘๐,๐๐๐ ตัน รวม ๆ แล้วทั้งโลก ส่งออกกุ้งอยู่ที่ประมาณ ๓,๔๓๐,๐๐๐ ตัน แต่ปริมาณนำเข้ากุ้งของโลกจะอยู่ที่ประเทศ ผู้นำเข้าจากจีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรป จะรวม ๆ กันอยู่ที่ ๒,๘๗๒,๐๐๐ ตัน ท่านประธานคะ จากรูปนี้เราพอจะมองออกได้เลยว่าผลผลิตกุ้งมีปริมาณเกินไปกว่า การบริโภค โดยสถานการณ์นี้เราเรียกว่าสถานการณ์กุ้งล้นโลกค่ะ โดยที่มาสถานการณ์ กุ้งล้นโลกตรงนี้จะมีส่วนเกินอยู่ที่ ๕๕๗,๐๐๐ ตัน ที่มาของพื้นที่เลี้ยงกุ้งและผลผลิตกุ้งมาจาก คุณสรพัศ ปณกร เลขาธิการสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย และปริมาณนำเข้ากุ้ง ของประเทศผู้นำเข้ากุ้งมาจากกรมประมง จากเดิมปริมาณการผลิตกับการบริโภคกุ้ง จะอยู่ใกล้เคียงกันนะคะ แต่ว่าพอช่วงโควิดเศรษฐกิจของทุกประเทศก็ย่ำแย่ลงค่ะ ดังนั้นในแต่ละประเทศต่างก็มองว่า สินค้าอะไรที่จะทำรายได้ให้กับประเทศได้ ทีนี้ประเทศผู้ที่ผลิตกุ้งไม่ว่าจะเป็น เอกวาดอร์ อินเดีย เวียดนาม อินโดนีเซีย หรือแม้แต่กระทั่งประเทศไทยต่างก็ส่งเสริมให้ผลิตกุ้ง อย่างประเทศไทยเท่าที่ดิฉันติดตามข่าวมาก็ส่งเสริมให้ผลิตกันถึง ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านประธานคะ พอถึงจุดหนึ่งกลายเป็นว่าปริมาณการผลิตมากกว่าการบริโภค ผ่านไป ระยะหนึ่ง มันก็เลยทำให้เกิด Stock คงค้างกุ้งในแต่ละประเทศ แล้วก็ต้องทำการระบาย Stock สินค้ากุ้งออก ดังนั้นจึงเกิดการประกาศลดราคากุ้งครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณช่วงมีนาคมของปีที่แล้ว เพื่อที่จะให้คนมาซื้อกุ้ง กินกุ้งมากขึ้น แต่นั่นก็กลายเป็นว่า เป็นมาตรฐานราคาใหม่ของกุ้งไป เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศลดราคาลงประเทศที่อยู่ได้ ยังพอขายได้ตามราคาที่เขาประกาศซื้อ ก็คือประเทศเอกวาดอร์ค่ะ เพราะว่าประเทศ เอกวาดอร์มีต้นทุนต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งของประเทศ เอกวาดอร์ จะอยู่แค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของกุ้งไทยเท่านั้น ทำให้ประเทศผู้นำเข้าหันไปซื้อกุ้ง จากเอกวาดอร์มากกว่าค่ะ ท่านประธานคะเมื่อพูดถึงเรื่องราคาที่ลดลงสิ่งหนึ่งที่ต้องคู่กันเลย เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือในเรื่องของต้นทุน ตารางนี้เป็นตารางเปรียบเทียบต้นทุนรวม ของการเลี้ยงกุ้งกับราคาขายกุ้งในเดือนพฤษภาคมของปี ๒๕๖๖ ค่ะ เป็นข้อมูลของ สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เราจะพบว่ากุ้ง Size ๘๐ ตัวต่อ ๑ กิโลกรัม ราคาขายปากบ่อ อยู่ที่ ๑๑๕ บาท แต่ต้นทุนการเลี้ยงกุ้งอยู่ที่กิโลกรัมละ ๑๓๔ บาท ขาดทุนไปแล้ว ๑๙ บาท หรือว่าเรามาดูที่ ๑๐๐ ตัว ๑ กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ต้นทุนอยู่ที่ ๑๒๗ บาท ขาดทุนไปแล้วกิโลกรัมละ ๒๗ บาท สมมุติว่าจับ ๕ ตัน ก็ขาดทุนไปแล้ว ๑๓๕,๐๐๐ บาทค่ะ ยิ่งเลี้ยงมากก็ยิ่งขาดทุนมาก อันนี้ยังเป็นราคาในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๖ แต่ ณ ตอนนี้ ณ เดือนนี้ ค่าไฟแพงขึ้น ในขณะที่ราคาขายถูกลงกว่านี้อีกค่ะ จากที่ดิฉัน กล่าวมาข้างต้นราคากุ้งขาวลดลง แต่ต้นทุนรวมในการเลี้ยงกุ้งกลับเพิ่มสูงขึ้น สวนทางกันอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้าหรือว่าค่าอาหารกุ้งเมื่อเปรียบเทียบราคา อาหารกุ้ง ณ ปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันผ่านมา ๔ ปี ราคาอาหารกุ้งจำแนกตามช่วงวัย เพิ่มสูงขึ้นถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรต้องแบกรับกับภาระต้นทุนค่าอาหารที่สูงขึ้นถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ราคาปรับลดลงเรื่อย ๆ ล่าสุดในเดือนสิงหาคมนี้ราคากุ้งขาว Size ๗๐ ตัวต่อ ๑ กิโลกรัม ราคาขายเหลือเพียง ๑๐๔ บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ถือว่า เป็นราคาที่ต่ำสุดในรอบ ๑๓ ปีนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ แบบนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั้งประเทศ อยู่ไม่ได้ค่ะ ราคานี้เกษตรกรที่สุราษฎร์ธานีก็อยู่ไม่ได้ ราคานี้เกษตรกรที่ฉะเชิงเทรา ของเขต สส. ซัน ก็อยู่ไม่ได้ ราคานี้เกษตรกรที่นครปฐม สส. กิตติภณ เขต ๔ ก็อยู่ไม่ได้ ที่จันทบุรีก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกันค่ะ ท่านประธานคะ จากภาวะกุ้งล้นโลกที่ทำให้เกิดปัญหา ราคากุ้งขาวตกต่ำ พรรคก้าวไกลได้ลงไปรับฟังความคิดเห็นและทำงานร่วมกับเครือข่าย สมาคมชมรมของผู้เลี้ยงกุ้งจากทุกภาคส่วน ดิฉันขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิง นโยบายเรื่องกุ้งขาวราคาตกต่ำ ๕ ประเด็นดังนี้ค่ะ
ประเด็นแรก ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งมีสัดส่วนต้นทุนอยู่ที่ ประมาณ ๑๗-๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณกิโลกรัมละ ๒๕ บาท โดยให้มีการคิดค่าไฟฟ้า ในราคาภาคเกษตรกรรมค่ะ
ประเด็นที่ ๒ ต้องการให้มีการแสดงข้อมูลชนิด และปริมาณวัตถุดิบ ในฉลากอาหารกุ้ง ซึ่งในปัจจุบันฉลากอาหารกุ้งมีบอกแค่ชนิด แต่ว่าไม่ได้บอกปริมาณ ยกตัวอย่างเช่น ในฉลากจะบอกแค่ว่ามีส่วนผสมของแป้งสาลี กากถั่วเหลือง ปลาป่น แต่ไม่ได้บอกเลยว่ามีแป้งสาลี กากถั่วเหลือง และปลาป่นกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้มันจะสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับคุณภาพของอาหารกุ้ง
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นนี้สำคัญมาก ๆ นะคะ เนื่องจากเราทราบแล้วว่าปัญหา ราคากุ้งขาวตกต่ำเกิดจากภาวะกุ้งล้นโลก ดังนั้นการขยายและการดูแลตลาดกุ้ง ภายในประเทศจึงสำคัญมากค่ะ เช่นเราต้องหาช่องทางการขายตรงไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจ เช่น กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม และกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เกิด การบริโภคกุ้งให้เพิ่มมากขึ้น จัดการข่าวเชิงลบของกุ้ง พัฒนาเมนูใหม่ ๆ รวมถึงการส่งเสริม ให้ผู้มีชื่อเสียงมาเชิญชวนบริโภคกุ้งให้เพิ่มมากขึ้นค่ะ
ประเด็นที่ ๔ ควบคุมปริมาณการนำเข้ากุ้งให้เหมาะสม
ประเด็นที่ ๕ ออกแบบและกำหนดแผนการแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งไปยัง ต่างประเทศ ปัจจุบันมีการใช้เทคนิควิธีการเกี่ยวกับมาตรฐานในการควบคุมคุณภาพ มาเป็นตัวกีดกันในการส่งออกกุ้งของไทยนะคะ ดังนั้นพรรคก้าวไกลขอเสนอให้มีการหารือกับ กรมประมง และกระทรวง อว. เพื่อให้มีการออกแบบตรวจสอบคุณภาพกุ้งไทยที่เลี้ยงอย่าง ถูกวิธีและมีคุณภาพ ให้สามารถยืนยันกับผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจใน คุณภาพของกุ้งไทยได้ค่ะ
สุดท้ายนี้ท่านประธานคะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่อยู่ในวงการกุ้งทุกภาคส่วน ขอให้ท่านผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี และขอฝากไปยังรัฐบาลใหม่ ขอให้ท่านช่วยแก้ปัญหา เรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะและดิฉันขอย้ำ พรรคก้าวไกลเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ พวกเราอยู่กันอย่างหนาแน่น เพื่อที่จะสะท้อนปัญหานี้ไปยังสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณค่ะ