สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

ธีระชัย แสนแก้ว แสดงข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกยางในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีพื้นที่ปลูกยางมากที่สุด และเรียกร้องให้เกษตรกรชาวสวนยางได้รับการสนับสนุนและจดทะเบียนสิทธิ์ในการปลูกยาง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องราคายางที่สูงขึ้นและขอฝากให้รัฐมนตรีตรวจสอบพระราชบัญญัติควบคุมยาง และหารือเรื่องไร่อ้อยที่มีปัญหา โดยขอสนับสนุนญัตติทั้ง 11 ฉบับให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและขจัดปัญหาให้เกษตรกร

นายธีระชัย แสนแก้ว อุดรธานี

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ข้อมูลการยาง เดี๋ยวนี้มีผู้ปลูกยางอยู่ประมาณ ๑๗,๗๐๐,๐๐๐ คน ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการยาง และมีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาง ประมาณ ๖ ล้านคน มีพื้นที่ปลูกยางไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านไร่ อาจจะ ๒๐ ล้านไร่กว่า ๆ เพราะ ยังไม่ได้ลงทะเบียนก็มีอีกมากมายครับ และภาคอีสานของผมก็ปลูกยางมากมาย อันดับ ๒ รองจากภาคใต้ และยางเกือบจะทุกจังหวัดแล้ว ณ วันนี้ ภาคอีสานประมาณ ๔.๓ ล้านไร่ อาจจะถึง ๖ ล้านไร่ เพราะไม่ได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการยางก็มี เพราะเอกสารสิทธิ บางท่านก็ไม่กล้าไปจด ที่ผ่านมายางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศอย่างที่ผม ได้กล่าวไว้เบื้องต้นนั้น พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางลืมตาอ้าปากได้ มีบ้าน มีรถ ส่งลูกเรียน ผมอยากจะขออนุญาตเปิด Clip สักหน่อยนะครับ ขอทางฝ่ายโสตด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพและเสียง)

ท่านประธานครับ จะได้ยินว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทำให้ราคายางสูงขึ้น ๗๐ บาท คือยางก้อนถ้วย ๑๐๐ บาท ๑๕๐-๒๐๐ บาท ไปดูประวัติศาสตร์ก็มีตัวเลขอยู่นะครับ มาวันนี้ยางคุณภาพดีกิโลกรัมละ ๔๐ บาท ยางแผ่นรมควัน ยางแผ่นคุณภาพดี ๔๐ บาท ยางก้อนถ้วยอยู่ในระหว่าง ๔๐ บาท ๔๐ บาทคือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หักค่า DRC ออกมา ประมาณ ๑๙-๒๐ บาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรนี่ยางก้อนถ้วยนะครับ และทีนี้ก็น้ำยางอยู่ในระหว่างที่ ๔๓-๔๔ บาท ในขณะที่ต้นทุนยางแผ่นรมควันอยู่ที่ ๖๑ บาท ต้นทุนยางก้อนถ้วยอยู่ที่ ๒๔ บาท แต่ขายได้ ณ วันนี้ ๑๘-๑๙ บาทแล้วแต่พ่อค้า ท่านที่เคารพครับ ทุกวันนี้พี่น้องชาวสวนยางก็พูดบอกว่า ลูกก็อด รถก็ถูกยึด เพราะฉะนั้น ทำไปก็ขาดทุน ชาวสวนยางก็ต้องทยอยพากันโค่น มีนโยบายในการโค่นยาง โค่นยางปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็ต้องจ้างโค่นครับ เงินแทบจะไม่มีให้โค่นแล้วครับ ของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ยาง ๑๕ ปีก็โค่นแล้วเพราะอะไร เพราะไม่มีเงินส่งลูก ไปเรียนหนังสือ ก็ขายแค่ตันละ ๑,๕๐๐ บาท ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าเมื่อก่อนนั้นขายได้ ตันละ ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ บาท แต่ตอนนี้ได้นิดเดียว ผมอยากจะขอกราบเรียนว่า ณ วันนี้รัฐต้องเข้มงวดในการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องลักลอบยางพาราเข้ามาขายในประเทศ เดี๋ยวนี้ยางเยอะแยะ เข้ามาตามตะเข็บชายแดนไม่มีใครจัดการ ทั้ง ๆ ที่เรามีอาวุธ คำว่ามีก็คือรัฐมนตรีนั่นละครับ ถ้าท่านรัฐมนตรียังฟังอยู่ก็ขอฝากไปหาท่านรัฐมนตรีธรรมนัส ก็แล้วกันนะครับ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อที่จะใช้พระราชบัญญัติควบคุมยาง ในการที่จะจัดการกับพวกพ่อค้าที่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นข้างถนน พ่อค้าคนกลาง หรือพ่อค้าไหนก็แล้วแต่ ท่านไปอ่านดูพระราชบัญญัติควบคุมยาง ที่ผ่านมาพระราชบัญญัติ ควบคุมยาง ไม่เคยเอาเป็นอาวุธในการจัดการพวกนี้ รัฐมนตรีคนก่อน ๆ ทั้ง ๆ ที่ตัวเอง เป็นรัฐมนตรีและกำกับดูแลพระราชบัญญัติควบคุมยาง ปีหนึ่งก็ไม่มีการประชุมครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ายังไม่มีการประชุม ไม่มีการจัดการอะไรก็ให้ยกเลิก แล้วก็ปิดบัญชี ของพระราชบัญญัติควบคุมยางเสีย ไม่มีประโยชน์อะไรเลย รัฐมนตรีเป็นประธานเองครับ ผมอยากจะขอฝากไว้ และในขณะเดียวกันมันเยอะเหลือเกิน เพราะว่าเราก็เป็นผู้นำนะครับ

ผมอยากจะขอกราบเรียนอีกเรื่องหนึ่งเรื่องอ้อย ท่านครับ พี่น้องชาวไร่อ้อย ซึ่งผมเป็นนายกสมาคมอยู่ มีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องเงินที่เขาได้ลงทุนไป เขาฝากมาเมื่อวันที่ ๗ ที่ผ่านมานั้น เขาได้เดินทางมาให้กำลังใจ ผู้ที่จะเป็นรัฐบาลโดยการนำของท่านเศรษฐาที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ ๗ ขอ Clip เลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพและเสียง)

ของอ้อยที่เขามาทวง มาให้กำลังใจ และมาทวงด้วยครับ อันนี้ของจริงไม่ได้หาเสียง ด้วยเหตุนี้กระผมขออภิปรายว่าขอสนับสนุน ญัตติทั้ง ๑๑ ฉบับ ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ขจัดปัญหา ความทุกข์ร้อนของพี่น้องเกษตรกรโดยด่วน สุดท้ายผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลที่เป็นความหวังของพี่น้องเกษตรกรจะปัดเป่า คราบน้ำตาให้พวกเกษตรกรกลับมามีรอยยิ้มและลืมตาอ้าปากได้อีกครั้งหนึ่ง เหมือนรัฐบาล ไทยรักไทย และพลังประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ