รวี เล็กอุทัย หารือปัญหาราคารับผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงและลดการเพาะปลูก โดยเฉพาะกรณีลางสาดในจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เช่น การปรับปรุงพันธุ์ การเพิ่มมูลค่าสินค้าผ่านนวัตกรรมและสิ่งบ่งชี้ภูมิศาสตร์ การส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาด และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง เพื่อลดต้นทุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก รวมถึงสนับสนุนการฟื้นฟูผลไม้สำคัญของจังหวัดผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและเชิญชวนร่วมงานเทศกาลลางสาดและลองกองหวาน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอ Slide ขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติเรื่อง ของราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำครั้งนี้ด้วยนะครับ เนื่องจากตามที่เพื่อนสมาชิกทุกท่าน ได้อภิปรายแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรไทยทั้งประเทศ ผมก็มีตัวเลขที่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านราคาสินค้าเกษตรที่ส่งผลกระทบ ต่อรายได้ของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก โดยในช่วงต้นปี ๒๕๖๔ จนถึง เดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ดัชนี ๓ ตัว ได้แก่ ดัชนีผลผลิต ดัชนีราคา และดัชนี รายได้เกษตรกรมีความผันผวนมาโดยตลอดครับ และตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ราคาผลผลิตซึ่งเป็นแท่งสีเหลือง และรายได้ของเกษตรกรซึ่งเป็นเส้นสีแดงนั้น มีแนวโน้ม ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิต ทางการเกษตรมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ๒.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าเกษตรปรับตัว ลดลงอยู่ที่ ๓.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ดัชนีรายได้ของเกษตรกรลดลง ๑.๑ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนีทั้ง ๓ ตัวนี้ ทำให้เห็นถึงความน่ากังวลต่อปัญหาความเดือดร้อนด้านราคาผลผลิตและรายได้ของ พี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก
ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นสำหรับการแก้ไขปัญหาราคาสินค้า เกษตรตกต่ำนั้น ผมเห็นว่าเราควรจะต้องมีการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าอย่างเป็นระบบ มีความต่อเนื่อง และมีการกำหนดทิศทางที่มีความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความผันผวนทางด้าน ราคา แล้วรัฐต้องมาคอยแก้ไขด้วยการอุดหนุนหรือชดเชยราคาเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา
สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีภาคการเกษตร มีความสำคัญ เป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน และเป็นภาคการผลิตหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด มาโดยตลอด โดยข้อมูลพื้นฐานของอุตรดิตถ์มีพื้นที่การเกษตรว่า ๑.๖๘ ล้านไร่ หรือคิดเป็น ประมาณ ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็สอดคล้องกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจังหวัดที่อยู่ใน ภาคเกษตรเป็นหลักถึง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ และอยู่ในภาคของการเพาะปลูกกว่า ๗๙ เปอร์เซ็นต์ ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นต่างก็เจอกับปัญหา ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำเช่นเดียวกัน อย่างเช่น ท่าน สส. วารุจ ศิริวัฒน์ ที่อยู่ข้าง ๆ ผมนี้ ขออนุญาตพาดพิงท่านครับ ได้เล่าให้ผมฟังว่ายางพาราก้อนถ้วยในอำเภอบ้านโคก เขตของท่านนั้นก็เคยตกต่ำถึง ๕ กิโลกรัมต่อ ๑๐๐ บาทมาแล้ว ถึงแม้ว่า ณ ขณะนี้ปัจจุบัน ราคาสินค้าเกษตรบางตัวจะมีการขยับปรับขึ้นมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่ดีมากนะครับ เนื่องจากปัญหาสินค้า Shortage หรือสินค้าขาดตลาด จากผลของภาวะโลกร้อนและ El Nino แต่มีสินค้าเกษตรตัวหนึ่งที่ผมอยากจะขอพูดถึง เนื่องจากในอดีตนั้นเป็นสินค้าหลัก ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์จนถึงขั้นมีชื่ออยู่ในคำขวัญประจำจังหวัด นั่นคือเหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหัก ถิ่นสักใหญ่ของโลก ใช่ครับ ผมจะขอพูดถึง ลางสาดครับ เพราะลาดสาดนั้นในขณะนี้กำลังจะกลายเป็นผลไม้ที่ถูกลืม เนื่องจากคนหันไป บริโภคลองกองแทน รวมถึงเกษตรกรเองก็หันไปปลูกผลไม้เศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนที่ดี มากกว่าอย่างทุเรียนหลงลับแล หลินลับแลเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันลางสาดนั้นมีพี่น้อง เกษตรกรที่ปลูกราว ๕,๒๐๐ คน เนื้อที่เพาะปลูกสามารถเก็บเกี่ยวได้ประมาณ ๘,๖๐๐ ไร่ และจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ ๔,๓๐๐ ตัน แต่ในส่วนของราคาเฉลี่ยของลางสาดที่ผ่านมาในอดีตจะอยู่ที่เพียงแค่ ๑๐ บาทต่อกิโลกรัม เท่านั้น ซึ่งในอดีตมีราคาตกต่ำถึงขนาด ๕ บาทต่อกิโลกรัมมาแล้ว ซึ่งในยุคนั้น ท่าน สส. กฤษณา สีหลักษณ์ และ สส. ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ร่วมกับพ่อแม่พี่น้องในจังหวัดอุตรดิตถ์ ต้องช่วยกันรับซื้อลางสาดจากเกษตรกรเพื่อระบาย สินค้า และช่วยให้เกษตรกรชาวสวนมีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้ เกษตรกรมีแนวโน้มที่จะเลิกปลูกลางสาด ทั้ง ๆ ที่เคยเป็นผลไม้เศรษฐกิจของอุตรดิตถ์
ขอ Slide ถัดไปครับ ผมจึงมองว่าปัญหาราคาสินค้าเกษตรนั้นควรจะต้อง ได้รับการแก้ไข โดยมีแรงสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เองด้วย เพื่อให้ เกิดเสถียรภาพทางด้านราคา และก่อให้เกิดรายได้ต่อเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยผม มีข้อเสนอดังนี้ครับ
๑. การเพิ่มศักยภาพในการผลิตและปรับปรุงพันธุกรรม โดยมุ่งเน้นการเพิ่ม คุณภาพและมูลค่าให้กับตัวสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีมากยิ่งขึ้นเช่น การให้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เหมือนทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล และสับปะรด ห้วยมุ่นของอุตรดิตถ์ หรือการปรับปรุงสายพันธุ์เช่นข้าว เพื่อให้ทนต่อโรคและต้านทาน ต่อแมลง และได้ผลผลิตต่อไร่มากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เทคนิคปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อให้ได้ ผลผลิตที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่นการตัดต้นลางสาดและต่อยอด กับกิ่งลองกอง หรือที่เราเรียกกันว่า ลางกอง
๒. การผลักดันสถาบันเกษตรกรสู่อุตสาหกรรมและภาคบริการ เช่น การวิจัย และพัฒนาแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่มช่องทางตลาดให้กับสินค้าของเกษตร รวมถึงการเพิ่มภาคบริการและการท่องเที่ยวของสวนผลไม้ เพื่อสร้างการรับรู้และเป็น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
๓. การพัฒนาระบบชลประทานและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ได้ปริมาณและคุณภาพของผลผลิตตามที่ต้องการ
๔. การเชื่อมโยงทางการตลาดและการขนส่ง โดยภาครัฐควรเข้ามามีส่วนช่วย ในการหาตลาดใหม่ ๆ เพื่อรองรับการผลิต โดยในส่วนของตลาดต่างประเทศอาจจะมีการทำ เขตการค้าเสรี หรือ Free Trade Agreement หรือ FTA เพื่อยกเว้นภาษี หรือการตั้งมาตรการ กีดกันทางการค้า Trade Barrier เพื่อป้องกันสินค้าจากต่างประเทศที่มีความคล้ายคลึงกัน เข้ามาตีตลาดในไทย รวมถึงควรมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เช่น ถนนหนทางต่าง ๆ รถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง เพื่อเป็นการช่วยเปิดโอกาส ให้แก่ตลาดสินค้าเกษตรของไทย รวมถึงเป็นการช่วยลดต้นทุนในการขนส่งอีกด้วยครับ
จากทั้งหมดที่กล่าวมา ผมเชื่อว่าทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น่าจะมีแผนหรือโครงการลักษณะนี้อยู่แล้ว ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะมีการดำเนิน พัฒนาต่อยอดมากยิ่งขึ้นต่อไป และเพื่อการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร รวมถึงเป็น การยกระดับสินค้าเกษตรของไทยให้มีคุณภาพและมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขัน ได้ในตลาดโลกครับ
สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ขณะนี้เป็นฤดูของลางสาดและลองกอง ซึ่งเป็นของดีของจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งผมก็มีลางสาดของจังหวัดอุตรดิตถ์มาด้วยครับ ซึ่งที่จังหวัดอุตรดิตถ์นั้นจะมีการจัดงานเทศกาลลางสาด ลองกองหวานของอุตรดิตถ์ เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จะมีวันที่ ๑๕-๒๔ กันยายน ขอเรียนเชิญทุกท่าน รวมถึง พ่อแม่พี่น้องทางบ้านไปเที่ยวงานและชิมของดีที่จังหวัดอุตรดิตถ์กันได้เลยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ