มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล เสนอญัตติด่วนให้สภาพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียนในภาคใต้ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดโลก พร้อมหารือปัญหาราคามังคุดร่วงต่ำกว่าต้นทุนในจังหวัดนครศรีธรรมราช แม้ความต้องการสูง แต่ถูกกดราคาจากผู้ประกอบการที่ไม่เปิดเผยราคาและต้องการใบ GMP โดยไม่สนับสนุนเกษตรกร จึงเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ไขอย่างยั่งยืนเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของชาวสวน
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ด้วยเรื่องของเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำอย่างเป็นระบบ เนื่องจากสินค้าด้านการเกษตร ถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของภาคใต้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้หลายชนิด ที่เป็นรายได้ ระดับรองจากพืชเกษตรคือยางพาราและปาล์มน้ำมัน ที่เป็นพืชเกษตรส่งออกสู่ตลาดโลก ผลไม้ มังคุดและทุเรียนก็เป็นผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นรายได้ที่ส่งออกสู่ตลาดโลกเช่นกัน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายนทุกปีที่เป็นช่วงฤดูฝน มังคุดเป็นผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออกที่ส่งผลผลิต มีชื่อโด่งดังขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีผลไม้ ดิฉันได้ทราบในข้อมูล ถึงเรื่องการรับส่งออก ประเทศจีนจึงมีการนำเข้าและสั่งซื้อมังคุดจากประเทศไทยเพื่อบริโภค มากที่สุด สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีปริมาณผลผลิตในปี ๒๕๖๖ จากข้อมูลเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ มีปริมาณมังคุดจำนวน ๔๓,๕๓๓ ตันค่ะ และจะมีปริมาณสูงสุด ช่วงวันที่ ๒๑-๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ช่วงเดือนกันยายนก็จะลดน้อยถอยลงตามฤดูกาล ที่เป็นห้วงเก็บเกี่ยวผลผลิตลดลงนะคะ ทีนี้ปัญหาก็คือเมื่อต้นเดือนฤดูกาลมังคุดอยู่ที่ราคา ๑๐๐-๑๓๐ บาท คือช่วงต้นเดือนกรกฎาคม แต่ท่านประธานคะ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ราคาดิ่งลงมาเรื่อย ๆ เหลือกิโลกรัมละ ๔๐-๕๐ บาท ซึ่งเป็นมังคุด คัด Grade ส่วนมังคุดเหมารวมขายที่ราคา ๒๐-๒๕ บาท ขณะที่ราคาหน้าสวนเหลือแค่ ๑๓ บาทเท่านั้นเอง มังคุดภาคใต้ถูกทุบราคาลงมาตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ยังมีปริมาณไม่มาก ทั้งที่ตลาดมีความ ต้องการสูง แต่ผิดสังเกตที่ผู้ประกอบการรวมตัวกันไปซื้อทุเรียนในช่วงวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ มีการทุบราคาลงมาต่อเนื่อง ๒ วัน เป็นการสร้างฐานราคาต่ำให้กับมังคุดที่จะออก ปริมาณมากในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน เมื่อล้งไปเปิดตลาดรับซื้อ ราคาจะได้ถูกลง เมื่อราคาทุเรียนต่ำก็มีผลกระทบให้กับมังคุดมีราคาต่ำไปด้วย โดยอ้างว่า จีนซื้อถูก แต่ความเป็นจริงเป็นการปั่นราคาของผู้ประกอบการค่ะท่านประธาน ดิฉัน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เมื่อวันที่ ๑๘-๒๐ สิงหาคม พบว่าแผงรับซื้อมังคุด เพื่อนำไปบรรจุตะกร้าที่ล้งไม่มีการเปิดราคารับซื้อแก่เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวในช่วงเช้า ถึงตอนเที่ยง ช่วงบ่ายก็ทยอยนำมาส่งขาย โดยไม่มีโอกาสรับทราบราคาเลย สอบถาม หลายจุดรับซื้อเหมือนกันหมดทุกล้ง ได้ข้อมูลจากแผงที่มีน้ำใจอยู่บ้าง บอกว่าราคา จะถูกส่งมาในเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกาค่ะ ถามว่าแล้วชาวสวนจะทำอย่างไร เก็บมาแล้ว ก็ต้องขาย ไม่สามารถค้างคืนได้ เพราะจะทำให้ราคายิ่งตกต่ำลงไปอีกจากขั้วที่เหี่ยวเฉา อีกเรื่องการชั่งน้ำหนัก ใครเอามาแล้วก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาไว้ก่อน แล้วค่อยมารับเงินภายหลัง หากรีบร้อนก็รีบรับราคาในวันที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นอยู่ที่ราคา ๑๕-๑๘ บาท เฉพาะค่าแรง ที่เก็บเกี่ยวก็อยู่ที่ ๘-๑๐ บาทต่อกิโลกรัมแล้วนะคะ ส่วนต้นทุนอื่นไม่ต้องพูดถึงแล้ว ชาวสวน จะเหลืออะไรคะ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นผู้ประกอบการหลายรายเรียกเก็บใบ GMP เพื่อสำแดง ถึงการรับรองคุณภาพของผลผลิตให้ตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการ ปัญหาใบ GMP ก็เป็นปัญหาใหญ่ของชาวสวนที่ปลูกในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ส่วนใหญ่เป็นพืชเกษตร ผสมผสาน เป็นพืชรอง ชาวสวนขาดการได้รับความสะดวก และเข้าถึงหน่วยงานภาครัฐ โดยทั้งที่มีหน่วยงานศูนย์วิจัยและพัฒนาจากการเกษตรจังหวัดที่ไม่ได้ให้บริการชาวสวน ในการทำงานเชิงรุก ด้วยสภาพปัญหาเหล่านี้จึงมีข้ออ้างจากผู้ประกอบการมากมาย ในการกดราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อชาวสวน ทั้งที่ความเป็นจริงล้งก็ไม่สำแดงใบ GMP เหมือนกันค่ะ และมีแผงรับซื้อเป็นคาราวานของล้งที่ตั้งอยู่ตามจุดรับซื้อ ระยะห่างกัน ไม่ถึงกิโลเมตรเรียงรายทั่วไปหมดทุกเส้นทาง อีกทั้งที่หน้าล้งก็มีรถตู้ Container ตามในรูป มาจอดเพื่อเตรียมขนส่งมากมาย นั่นแปลว่าความต้องการทางการตลาดส่งออกมาก แต่ทำไม ราคาถึงได้ตกต่ำกว่าทุนการผลิตมากมาย ประกอบกับผลผลิตในปี ๒๕๖๖ มีปริมาณไม่มาก และไม่เพียงพอกับความต้องการทางการตลาดด้วยซ้ำ และในข้อเท็จจริงราคาปลายทาง ส่งอยู่ที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ บาท ดิฉันเห็นใจพี่น้องชาวเกษตรกรกับการเก็บเกี่ยว ที่เหนื่อยยากทีละลูก ๆ หลาย ๆ รอบ เพราะตัวดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นเกษตรกร ปลูกมังคุด แล้วก็ปีนป่ายต้นมังคุดมาตั้งแต่เด็กเช่นกัน เราพบปัญหาเหล่านี้ยาวนานมาทุกปี ไม่เห็นช่องทางในการแก้ปัญหาราคามังคุดอย่างยั่งยืนเลยค่ะท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ดิฉันได้รับจดหมายจากชาวสวนมังคุด ขอนำมาอ่านให้รัฐบาลและหน่วยงาน ที่รับผิดชอบฟัง ผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เป็นที่คาดหวังอย่างสูงสุด ของพี่น้องประชาชนด้วยนะคะ ซึ่งเป็นภาษากลางปนภาษาถิ่นได้ระบายความในใจ อันเจ็บปวดดังนี้ บนความหวังตั้งไว้เพื่อใช้หนี้ เกือบขวบปีเฝ้ารอเติมต่อฝัน หวังลืมตาอ้าปาก ช่วยลากกัน ทุกความฝันมังคุดช่วยหลุดหนี้ ตั้งใจปีนตีนแตกจนแหกเหี้ยน ย่ำจนเวียน เตียนโคนโดนตีนพี่ มือไม้หยาบสาบไคลเหงื่อไหลที เหลาอย่างดีไม้ขอยชาติหรอยแหรง ปีนต้นนั่นลงต้นนี่ท่าทีชับ มือขยับจับนิ่งเลือกกิ่งแข็ง สายตาจ้องมองไว้คงได้แพง เทา ม่วง แดง แสงสีขยี้ตา ดกเต็มต้นล้นเต็มสวนชวนกันสุก ไฟตาลุกปลุกขยันแสนหรรษา หลายคนฝันมั่นสวยด้วยราคา ล้งเริ่มมาตู้เริ่มลงคงได้แพง กลับผิดคาดชาติเพลียเริ่มเสียขวัญ ล้งเริ่มหั่นปั่นราคาดั่งว่าแกล้ง กลุ่มทุนเข้าผูกขาดหวาดระแวง มาโดนแกงแผงย่ามกลั้นน้ำตา ทุกความฝันพลันสลายหล่นใต้โคน เหมือนดั่งโดนโจรปล้นจนเสียท่า ราคาล้งกดกำหนดมา ทุบราคาพากันเหยียบเอาเปรียบเรา มังคุดใต้ไร้ทุนคุณภาพ ผิวกร้านหยาบทาบเทียบ เมื่อเปรียบเขา ลูกเล็กไปไม่เท่าจันท์ผิวมันเงา เขาบอกเราต้นเหตุเกรดราคา หนี้ราร่ารอท่าภาระหนัก คงต้องพักหักหนี้อีกปีหน้า ทั้งค่าบ้านค่ารถหมดปัญญา ซดน้ำตา แทนข้าวเศร้ายันเงา จะทิ้งขว้างร้างลาสุกคาต้น แต่อับจนหนทางด้วยต่างเขา เหลือเพียง หยิบสิบบาทชาดย่อมเยา จำยอมเขายอมทนตามกลไก ท่ามสงสารพาลสงสัยใครช่วยบ้าง เคยกล่าวอ้างต่างเห็นเช่นนั้นไหม ทุกข์ชาวสวนล้วนข่าวเคยเล่าไป หน่วยงานไหนอาสา มาช่วยเอย ท่านประธานคะนี่คือจดหมายจากชาวสวนที่ตกค้างมาตั้งแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ดิฉันเสียใจที่สุดที่ได้รับโอกาสมาอ่านให้ทุกท่านฟังในวันนี้ คือวันพุธที่ ๖ กันยายน ทั้งที่เราเข้าสภามาทุกสัปดาห์ ปัญหาเกิดเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ต่อมาจนเกิดการเททิ้ง มังคุดที่หน้าอำเภอพรหมคีรีดังที่เห็นข่าวแล้วนั้น กี่วันแล้วคะท่านประธานสภา ที่เขาเหล่านั้น เจ็บปวดจากการกดขี่ราคาจากผู้ประกอบการ ดิฉันสำนึกบาปวันนี้ที่มันตราตรึงอยู่ในหัวใจ ในฐานะผู้แทนราษฎรที่มีคำท้ายว่าผู้ทรงเกียรติ แล้วอย่างไรคะท่านประธาน ญัตติการเสนอ ปัญหาและเพื่อการแก้ไขที่บรรจุเข้าสภาเพื่อขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา อุปสรรค มาเกิดในสภาต่ออีกทีที่ต้องรอเวลามาถึงวันนี้ วันที่ผลิตผลก็ร่วงหล่นทับถมเป็นปุ๋ยต่อไป เหมือนเอาเหรียญก้อนน้อยของชาวเกษตรกรที่สูงค่าไปถมดิน ตามภาษิตที่บอกว่า กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ไปแล้ว มันไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือคะท่านประธาน แต่อย่างไรก็ตาม แผ่นดินนี้ยังไม่สิ้นคนดี หนทางที่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์คือเราได้มีรัฐบาลที่สมบูรณ์ เกิดขึ้นแล้วโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน รวมคณะผู้บริหารเป็นคณะรัฐบาล ด้วยความห่วงใยนำมาซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ ตลอดจนกรมกองที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อน และหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนในวันจันทร์ที่ ๔ กันยายนที่ผ่านมา และพบว่าปัญหา ไม่ได้มีแค่ผิวเผินตามที่เห็นแค่ชาวสวนมาเทมังคุดทิ้ง หากแต่ปัญหามันมาจากระบบ การจัดการทั้งระบบ ประกอบกับการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการพ่อค้าคนกลาง ที่สำคัญมีปัญหาที่ซุกอยู่ใต้ปัญหาแบบเชิงลึกอย่างคาดไม่ถึง ในการเสียประโยชน์ของ พี่น้องเกษตรกรในครั้งนี้ ข่าวการลงพื้นที่ของคณะท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีป้ายแดง ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาด้วยซ้ำ และได้สั่งการให้หน่วยงานดำเนินการระบายผลผลิตที่คงมีอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าตัน ภายในระยะเวลาที่กำหนดอย่างเด็ดขาด และให้เปิดราคาที่เป็นธรรมแก่ชาวสวน ส่วนปัญหา อย่างอื่นก็แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และจะรีบดำเนินการต่อไป ณ วันนี้ก็ได้ดำเนินการไปแล้ว อีกนิดนะคะท่านประธาน สำหรับดิฉันเองในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีและคณะ ผ่านท่านประธานสภาอีกครั้งที่เป็นครอบครัวของชาวเกษตรกร ขอกราบขอบพระคุณ อย่างยิ่งนะคะ